‘เอกนิติ’ เผยเตรียมชงครม.พรุ่งนี้ (27 ต.ค.69) ‘โซลาร์ประชาชน’ รัฐอุดหนุนติดตั้งครัวเรือนละ 50,000 บาท เป้า 1 ล้านสิทธิ์ ขยายครอบคลุมทั้งหลังคา พื้นดิน โซลาร์ลอยน้ำ พร้อมสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำจาก 3 ธนาคารรัฐ
สำนักข่าว Next News รายงานเมื่อวันที่ 26 ตุลาคม 2569 นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) พรุ่งนี้ (27 ต.ค.69) กระทรวงมหาดไทยเตรียมเสนอโครงการเปลี่ยนผ่านพลังงานไปสู่พลังงานสะอาด ซึ่งเรื่องนี้ผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการกลั่นกรองที่กระทรวงการคลังเรียบร้อยแล้ว
นายเอกนิติ กล่าวว่า โครงการดังกล่าวเดิมมุ่งเน้นในรูปแบบโซลาร์รูฟท็อป (Solar Rooftop) แต่คณะกรรมการกลั่นกรองได้พิจารณาข้อจำกัดของประชาชนอย่างรอบด้าน เนื่องจากที่พักอาศัยของบางครัวเรือนอาจมีโครงสร้างหลังคาที่ไม่เอื้ออำนวยต่อการติดตั้งจึงได้ขยายขอบเขตการสนับสนุนให้ครอบคลุมการติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์บนพื้นดิน รวมถึงในแหล่งน้ำหรือบ่อน้ำในรูปแบบโซลาร์ลอยน้ำ (Floating Solar) ด้วย
สำหรับมาตรการอุดหนุน รัฐบาลจะจัดสรรงบประมาณสนับสนุนตรงให้แก่ประชาชนครัวเรือนละ 50,000 บาท กำหนดเป้าหมายไว้ที่ 1 ล้านสิทธิ์ โดยมอบหมายให้การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) ซึ่งอยู่ภายใต้กระทรวงมหาดไทย ทำหน้าที่เป็นศูนย์บริการแบบเบ็ดเสร็จ (One Stop Service) เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชนที่สนใจเข้าร่วมโครงการ ซึ่งหลังจากที่ประชุม ครม. มีมติเห็นชอบจะเปิดให้ประชาชนลงทะเบียนเพื่อขอรับสิทธิ์ได้ทันที
นอกจากนี้ในส่วนของแนวทางการบริหารจัดการด้านเงินลงทุน รัฐบาลได้จัดเตรียมมาตรการรองรับไว้อย่างครบวงจร โดยกลุ่มที่มีเงินลงทุนรัฐบาลจะร่วมจ่ายสมทบให้ทันทีครัวเรือนละ 50,000 บาท กลุ่มที่ไม่มีเงินก้อนล่วงหน้าได้ประสานงานสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ 3 แห่ง ได้แก่ ธนาคารออมสิน, ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) และ ธ.ก.ส. (สำหรับกลุ่มเกษตรกร) เพื่อปล่อยสินเชื่ออัตราดอกเบี้ยต่ำสำหรับนำมาใช้ลงทุนติดตั้งระบบโซลาร์ประชาชนไม่ต้องนำเงินก้อนออกมาลงทุนก่อน แต่สามารถนำรายได้ที่ได้จากการขายกระแสไฟฟ้าคืนให้แก่การไฟฟ้ามาชำระคืนเงินกู้ในภายหลัง
ทั้งนี้ คณะกรรมการกลั่นกรองได้อนุมัติงบประมาณจากเงินกู้อีกส่วนหนึ่งให้แก่ กฟน. และ กฟภ. เพื่อนำไปใช้ดำเนินการเปลี่ยนเป็นมิเตอร์อัจฉริยะ (Smart Meter) ให้แก่ประชาชนที่เข้าร่วมโครงการโดยตรงเพื่อทำหน้าที่คำนวณและรองรับการจ่ายกระแสไฟฟ้าเข้าสู่สายส่ง ประชาชนจึงไม่ต้องแบกรับค่าใช้จ่ายในการเปลี่ยนมิเตอร์ด้วยตนเอง
นายเอกนิติ กล่าว่า รัฐบาลกำลังอยู่ระหว่างการพิจารณาอีกหนึ่งโครงการสำคัญที่การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ได้เสนอเข้ามา คือโครงการปรับปรุงและยกระดับระบบโครงข่ายสายส่งไฟฟ้า (Grid Upgrade) ทั่วประเทศ




