ผบช.ก. ผนึกกำลัง ทร.รวบแก๊งขนอาวุธสงครามทางทะเล จับ 5 ผู้ต้องหาพร้อมกระสุนอาก้า 3 หมื่นนัด คาเรือสปีดโบ๊ตกลางดึก ลักลอบส่งของกลางจากกลางทะเลใกล้เกาะกูด ขึ้นฝั่งแม่น้ำเวฬ จ.ตราด เร่งขยายผลล่าผู้บงการระดับชาติ เชื่อเตรียมส่งอาวุธหนุนชายแดนไทย-เมียนมาพ กองทัพเรือเข้มชายฝั่งตะวันออก ป้องกันขบวนการผิดกฎหมายข้ามชาติ
สำนักข่าว Next News รายงานว่าเมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 ตั้งแต่เวลา 05.40 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) ได้สนธิกำลังกับ กองทัพเรือภาคที่ 1 และกองบังคับการตำรวจน้ำ เข้าสกัดจับขบวนการลักลอบขนอาวุธสงครามทางทะเล บริเวณแม่น้ำเวฬ อำเภอเขาสมิง จังหวัดตราด สามารถรวบตัวผู้ต้องหาได้ 5 ราย พร้อมของกลางเครื่องกระสุนปืนอาก้า AK-47 ขนาด 7.62 มิลลิเมตร จำนวนกว่า 3 หมื่นนัด (31,680 นัด) รวมทั้งอาวุธปืนและวัตถุต้องสงสัยอีกหลายรายการ ขณะลำเลียงสิ่งของผิดกฎหมายขึ้นฝั่ง หลังสืบทราบว่าขบวนการดังกล่าวมีการนัดรับของกลางกลางทะเลใกล้เกาะกูด จังหวัดตราด และเตรียมนำอาวุธสงครามเหล่านี้ไปส่งยังแนวชายแดนไทย-เมียนมา ซึ่งกำลังมีการสู้รบกันอยู่
พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (ผบช.ก.) เป็นผู้เปิดเผยรายละเอียดปฏิบัติการจับกุมครั้งนี้ เมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน ร่วมกับ พล.ต.ท.พรศักดิ์ เลารุจิราลัย ผู้บังคับการตำรวจน้ำ (ผบก.รน.) และ พล.ร.ต. ศิริพัฒน์ แพงพันธุ์ เสนาธิการทัพเรือภาคที่ 1 โดยระบุว่า ปฏิบัติการดังกล่าวเป็นการขยายผลจากการตรวจยึดอาวุธและเครื่องกระสุนปืนจำนวนมาก เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2569 ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นกระสุนปืนอาก้า (AK-47) ขนาด 7.62 มิลลิเมตร จำนวน 23,640 นัด และเครื่องกระสุนปืนกลขนาด 12.7 มิลลิเมตร จำนวน 765 นัด โดยเชื่อว่าผู้กระทำผิดจะกลับมาก่อเหตุซ้ำ เจ้าหน้าที่จึงมีการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารระหว่างฝ่ายปกครองในพื้นที่ กองทัพเรือ และตำรวจ จนนำมาสู่การวางแผนจับกุมครั้งนี้
จากการสอบสวนเบื้องต้น ผู้ต้องหาซึ่งเป็นผู้ควบคุมเรือสปีดโบ๊ตลำเลียงของกลางให้การว่า ได้รับการว่าจ้างจากบุคคลไม่ทราบชื่อผ่านช่องทางออนไลน์ ให้ไปรับคนชาวกัมพูชาและสิ่งของจากเรือเหลายาวที่วิ่งมาจากฝั่งกัมพูชา โดยมีจุดนัดพบกลางทะเลใกล้เกาะกูด ภายในน่านน้ำไทย จากนั้นจึงนำเรือไปจอดที่ท่าเรือธรรมชาติ ริมแม่น้ำเวฬ อ.เขาสมิง จ.ตราด ก่อนถูกเจ้าหน้าที่จับกุม
สำหรับผู้ต้องหา 5 รายที่ถูกจับกุมประกอบด้วย นายสราวุธฯ อายุ 40 ปี สัญชาติไทย, นายสมส่วนฯ อายุ 23 ปี สัญชาติไทย, นายฉัตรชัยฯ อายุ 48 ปี สัญชาติไทย, นายณรงค์ศักดิ์ฯ อายุ 55 ปี สัญชาติไทย และ นาย KIM TIN อายุ 34 ปี สัญชาติกัมพูชา พร้อมของกลางเครื่องกระสุนปืน AK-47 จำนวน 31,680 นัด บรรจุในกล่องเหล็ก 44 กล่อง, เครื่องกระสุนปืน AK-47 เพิ่มเติมอีก 200 นัด, วัตถุต้องสงสัยคล้ายแท่งดินระเบิด 3 แห่ง, เรือยนต์สปีดโบ๊ตสีขาวไม่มีชื่อและหมายเลขทะเบียน ติดตั้งเครื่องยนต์ฮอนด้าขนาด 115 แรงม้า 2 เครื่อง และโทรศัพท์มือถือ 2 เครื่อง
พล.ร.ต.ศิริพัฒน์ แพงพันธุ์ เสนาธิการทัพเรือภาคที่ 1 เน้นย้ำว่า การจับกุมครั้งนี้เป็นผลสำเร็จจากความร่วมมือบูรณาการระหว่างหน่วยงานข่าวกรองและหน่วยปฏิบัติในพื้นที่ กองทัพเรือยังคงให้ความสำคัญกับการตรวจสอบและปกป้องอธิปไตย รวมถึงป้องกันการลักลอบนำเข้าสินค้าผิดกฎหมาย โดยเฉพาะพื้นที่ชายฝั่งทะเลด้านตะวันออกที่ติดกับประเทศกัมพูชา ซึ่งเป็นพื้นที่เฝ้าระวังเป็นพิเศษ
เบื้องต้น ผู้ต้องหาถูกตั้งข้อหาร่วมกันมีเครื่องกระสุนปืนหรือวัตถุระเบิดที่นายทะเบียนไม่สามารถออกใบอนุญาตให้ครอบครองได้โดยผิดกฎหมาย รวมถึงความผิดเกี่ยวกับการครอบครองยุทธภัณฑ์ประเภทอาวุธและเครื่องอุปกรณ์ทางทหารโดยไม่ได้รับอนุญาต และความผิดตามกฎหมายคนเข้าเมืองในส่วนของผู้ต้องหาที่เกี่ยวข้อง เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างสอบสวนขยายผลเพื่อดำเนินคดีกับผู้บงการ ผู้จัดหา ผู้ว่าจ้าง ผู้ลำเลียง และผู้รับปลายทางทั้งหมด
แนวทางการสืบสวนยังพบว่าเครือข่ายดังกล่าวอาจไม่ได้เกี่ยวข้องเฉพาะการลักลอบขนอาวุธสงครามเท่านั้น แต่อาจเชื่อมโยงกับการลักลอบขนสิ่งผิดกฎหมายประเภทอื่นด้วย และอาจใช้ประเทศไทยเป็นเส้นทางผ่านไปยังประเทศที่ 3 ทั้งในพื้นที่ทางตอนใต้และทางตะวันตกของประเทศไทย เจ้าหน้าที่จะเร่งสืบสวนและรวบรวมหลักฐานเพื่อดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องต่อไป
















