"กีรติ" ผงาดอันดับ 1 เลือกซ่อม ก.ต. ศาลฎีกา จ่อขึ้น ปธ.ศาลฎีกาปี 70 "ไตรรัตน์-สุวิชา" คว้าชัยสนามอุทธรณ์ เตรียมเดินหน้าผลักดัน สิทธิประโยชน์ตุลาการ พร้อมดันตั้ง กก.ศึกษาบังคับโทษ หลัง ก.ต.ชุดเก่าพ้นตำแหน่ง
สำนักข่าว Next News รายงานว่าเมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2569 มีการประกาศผลการเลือกตั้งซ่อมกรรมการตุลาการศาลยุติธรรมผู้ทรงคุณวุฒิ (ก.ต.) โดยในชั้นศาลฎีกา นายกีรติ วรพุทธพงศ์ ประธานแผนกคดีภาษีอากรในศาลฎีกา ได้รับคะแนนสูงสุดถึง 91 คะแนน ตามมาด้วยนายพรหมมาศ ภู่แส ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกา ที่ได้ 78 คะแนน ขณะที่ในชั้นศาลอุทธรณ์ นายไตรรัตน์ แก้วศรีนวล ประธานศาลอุทธรณ์ภาค 2 คว้าอันดับหนึ่งด้วย 342 คะแนน และนายสุวิชา สุขเกษมหทัย ผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ ได้ 340 คะแนน เข้าป้ายเป็นอันดับสอง
การเลือกตั้งซ่อม ก.ต. ผู้ทรงคุณวุฒิครั้งนี้จัดขึ้นตามมาตรา 36 (2) (ก) และ (ข) แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม พ.ศ. 2543 เพื่อทดแทนกรรมการท่านเก่าที่พ้นจากตำแหน่ง โดยผู้ได้รับเลือกทั้งหมดล้วนเป็นบุคคลที่มีบทบาทและผลงานที่โดดเด่นในวงการตุลาการ
โดย นายกีรติ วรพุทธพงศ์ ซึ่งปัจจุบันดำรงตำแหน่งประธานแผนกคดีภาษีอากรในศาลฎีกา ไม่เพียงแต่เป็นผู้ได้รับคะแนนสูงสุดในการเลือกตั้งซ่อมครั้งนี้ แต่ยังถูกจับตามองในฐานะผู้ที่จะก้าวขึ้นเป็นประธานศาลฎีกาในปี 2570 ต่อจากนายวีระพงศ์ สุดาวงศ์ ประธานศาลฎีกาคนปัจจุบัน ด้วยประสบการณ์ที่เคยเป็นอนุกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม (อ.ก.ต.) ผู้ทรงคุณวุฒิในชั้นศาลฎีกา ทำหน้าที่กลั่นกรองงานด้านบริหารงานบุคคลและวินัย รวมถึงเป็นคณะกรรมการในศาลหลายชุด บุคลิกส่วนตัวของนายกีรติเป็นที่รู้จักว่าเป็นคนอัธยาศัยดี เป็นที่พึ่งพิงของเพื่อนฝูงและลูกศิษย์จำนวนมาก ทำให้ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวาง ทั้งนี้ การที่ผู้พิพากษาศาลฎีกาจะเลือกผู้ที่เป็นคิวประธานศาลฎีกาลงเลือกตั้ง ก.ต. ก็ถือเป็นธรรมเนียมปฏิบัติที่เกิดขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง
อีกหนึ่งบุคคลสำคัญที่ได้รับเลือกคือนายสุวิชา สุขเกษมหทัย ผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ ซึ่งมีผลงานเป็นที่ประจักษ์ โดยเคยได้รับเลือกเป็นกรรมการบริหารศาลยุติธรรม (ก.บ.ศ.) ในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ รวมถึงเป็น ก.ต. ศาลชั้นต้น และดำรงตำแหน่ง อ.ก.ต. หลายสมัย นายสุวิชามีบทบาทสำคัญในการผลักดันนโยบายหลายด้าน อาทิ การขยายวาระการดำรงตำแหน่งของศาลชั้นต้นจาก 5 ปีเป็น 6 ปี การลดระยะเวลาการคัดถ่ายคำพิพากษาเหลือ 10 วันทำการ ตลอดจนเป็นผู้ผลักดันเกี่ยวกับสิทธิประโยชน์อันพึงมีพึงได้ของผู้พิพากษา รวมถึงการผลักดันให้มีเครื่องหมาย "ผู้พิพากษา" เพื่อประดับแสดงอัตลักษณ์ของความซื่อสัตย์และยุติธรรม และการปรับเพิ่มค่าตอบแทนให้กับผู้พิพากษาในทุกชั้นศาล นอกจากนี้ ภายหลังได้รับความไว้วางใจเป็น ก.บ.ศ. นายสุวิชายังมีส่วนสำคัญในการผลักดันให้ ก.บ.ศ. จัดตั้งอนุกรรมการเพื่อศึกษาและพัฒนาการบังคับโทษทางอาญาและมาตรการป้องกันการกระทำความผิดซ้ำ




