'พล.อ.ท.ธนพันธุ์' ทำหนังสือให้ 'ไตรรัตน์'แจง 3 ปม ทั้งเรื่องยังจ่ายค่าตอบแทนแก่ 'นพ.สรณ' และนัดประชุม กสทช. โดยอ้าง 'หมอไห่' กำหนดให้จัด ทั้งที่พ้นจากตำแหน่งแล้ว รวมทั้งกรณีเผยแพร่เอกสารข่าวเกี่ยวกับคำสั่งศาลปกครองสูงสุดไม่ครบถ้วน
สำนักข่าว Next News รายงานเมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน 2569 พล.อ.ท.ธนพันธุ์ หร่ายเจริญ กรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ทำหนังสือถึงนายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล รองเลขาธิการ และรักษาการแทนเลขาธิการสำนักงาน กสทช. ให้ชี้แจงกรณีการจ่ายค่าตอบแทนแก่ นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ กรณีอ้างว่านพ.สรณ กำหนดให้มีการประชุม กสทช. และกรณีเผยแพร่เอกสารข่าวเกี่ยวกับคำสั่งศาลปกครองสูงสุดไม่ครบถ้วน
ทั้งนี้ เนื้อหาหนังสือระบุว่า ตามที่สำนักงาน กสทช. มีบันทึก ด่วนที่สุด ที่ สทช 2001.1/2883 ลงวันที่ 21 ตุลาคม 2569 ขอเชิญประชุม กสทช. โดยยังคงแจ้งว่า ประธาน กสทช. (ศาสตราจารย์คลินิก นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์) กำหนดให้มีการประชุม ทั้งที่ สำนักงาน กสทช. ได้รับทราบคำวินิจฉัยของคณะกรรมการสรรหากรรมการ กสทช. และคำพิพากษาของศาลปกครองกลาง คำพิพากษาในคดีหมายเลขดำที่ 1555/2569 คดีหมายเลขแดงที่ 1540/2569 รวมตลอดถึงผลของกฎหมายในคำวินิจฉัยและคำพิพากษาดังกล่าวเป็นอย่างดีแล้วนั้น
ตามคำวินิจฉัยของคณะกรรมการสรรหากรรมการ กสทช. และคำพิพากษาของศาลปกครองกลางดังกล่าว ย่อมส่งผลให้ ศาสตราจารย์คลินิก นพ.สรณ พ้นจากตำแหน่งเป็นการเฉพาะตัวและมีผลทันที โดยที่ไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้นับแต่วันที่รับทราบคำวินิจฉัยของคณะกรรมการสรรหากรรมการ กสทช. ซึ่งเป็นคำสั่งทางปกครอง โดยไม่อาจอ้างมีพระบรมราชโองการให้พ้นจากตำแหน่งได้ ตามมาตรา 20 วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ ดังจะเห็นได้ว่ากฎหมายดังกล่าวบัญญัติให้ “มีพระบรมราชโองการให้พ้นจากตำแหน่ง พระบรมราชโองการดังกล่าวให้มีผลตั้งแต่วันที่ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้าม หรือวันที่กระทำการอันเป็นการฝ่าฝืน แล้วแต่กรณี” ซึ่งการที่กฎหมายเขียนให้ผลของพระบรมราชโองการ “ย้อนหลัง” ไป ณ วันที่เกิดเหตุนั้น แสดงว่าในทางกฎหมายบุคคลนั้นได้สิ้นสภาพแล้ว และไม่อาจมีความชอบธรรมในการปฏิบัติหน้าที่นับตั้งแต่วันที่เกิดเหตุตามวรรคหนึ่ง และการที่ศาสตราจารย์คลินิก นพ.สรณ นำคดีมาฟ้องต่อศาลปกครองนั้น ก็มิได้เป็นเหตุให้ทุเลาการบังคับคำสั่งทางปกครองแต่อย่างใด อีกทั้งศาลปกครองก็มิได้มีคำสั่งทุเลาการบังคับตามคำวินิจฉัยของคณะกรรมการสรรหากรรมการ กสทช. เช่นกัน
"การที่สำนักงาน กสทช. ยังคงมีบันทึกข้อความขอเชิญประชุม โดยยังคงแจ้งว่า ประธาน กสทช. ศาสตราจารย์คลินิก นพ.สรณ กำหนดให้มีการประชุม หรือยังคงมีการดำเนินการต่างๆ โดยอ้างอำนาจของศาสตราจารย์คลินิก นพ.สรณ จึงเป็นการฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามคำสั่งทางปกครองของคณะกรรมการสรรหากรรมการ กสทช. และคำพิพากษาของศาลปกครอง อันเป็นการไม่เคารพและยำเกรงต่อกฎหมาย การกระทำของสำนักงาน กสทช. เช่นนี้ได้ส่งผลให้เกิดความเสียหายต่อประเทศชาติและประชาชนเป็นอย่างมาก"หนังสือระบุ
ดังนั้น จึงขอให้สำนักงาน กสทช. ดำเนินการให้ถูกต้องตามที่กฎหมายบัญญัติต่อไป เพื่อประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชน พร้อมทั้งขอให้สำนักงาน กสทช. ชี้แจง ดังนี้
1.การที่สำนักงาน กสทช. อ้างเรื่องการจ่ายค่าตอบแทนแก่ศาสตราจารย์คลินิก นพ.สรณ ว่า สำนักงาน กสทช. ยังคงสนับสนุน จ่ายค่าตอบแทน และอำนวยความสะดวกแก่ประธาน กสทช. ศาสตราจารย์คลินิก นพ.สรณ เนื่องจากปัจจุบันศาสตราจารย์คลินิก นพ.สรณ ยังคงแสดงตนและปฏิบัติหน้าที่ในฐานะประธาน กสทช. ทั้งที่ สำนักงาน กสทช. ได้รับทราบคำสั่งทางปกครองของคณะกรรมการสรรหากรรมการ กสทช. และคำพิพากษาของศาลปกครองแล้ว และรู้ดีว่าศาสตราจารย์คลินิก นพ.สรณ ก็รับทราบแล้วเช่นกัน จึงขอให้ชี้แจงว่า การกระทำของสำนักงาน กสทช. ในลักษณะนี้เป็นไปตามกฎหมายใด
2.เหตุใดสำนักงาน กสทช. จึงมีการจัดประชุม กสทช. โดยอ้างว่าประธาน กสทช. ศาสตราจารย์คลินิก นพ.สรณ กำหนดให้มีการประชุม โดยเป็นการจัดขึ้นในวันเดียวกันกับกำหนดการประชุมของกรรมการ กสทช. ทั้ง 6 คน ส่งผลให้สำนักงาน กสทช. มีเหตุในการอ้างว่าต้องดูแลการประชุมที่ศาสตราจารย์คลินิก นพ.สรณ เป็นผู้กำหนดขึ้นและไม่สามารถสนับสนุนการปฏิบัติหน้าที่ของกรรมการ กสทช. ทั้ง 6 คนได้ ทั้งที่สำนักงาน กสทช. รู้เหตุตามข้อ 1. แล้วเป็นอย่างดี สำนักงาน กสทช. ในฐานะหน่วยงานของรัฐเพียงหน่วยงานเดียวที่มีอำนาจหน้าที่รับผิดชอบงานธุรการของ กสทช. และสนับสนุนการกำกับดูแลผลประโยชน์ของประเทศชาติ รู้หรือไม่ว่าการกระทำของ ศาสตราจารย์คลินิก นพ.สรณ ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ถ้ารู้ได้ทักท้วงถึงพฤติกรรมที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายของ ศาสตราจารย์คลินิก นพ.สรณ หรือไม่ อย่างไร และทำไมตัวสำนักงาน กสทช. เอง ได้มีแนวทางปฏิบัติ เสมือนเป็นผู้มีส่วนได้เสียหรือเห็นชอบแก้ต่างให้กับ นพ.สรณ และการกระทำดังกล่าวนั้นมีเหตุจูงใจเพื่อประโยชน์อันใด และเหตุใดไม่ให้คณะกรรมการ กสทช. ที่เหลืออยู่ทั้งคณะ ประชุมกันเพื่อมีมติ ต่อการดำเนินการถึงสถานะของ นพ.สรณ ดังกล่าว สำนักงาน กสทช. ใช้อำนาจอะไรในการตัดสินใจแทน
"3.ตามที่ปรากฏเป็นข่าวสารสาธารณะกรณีศาลปกครองสูงสุดมีคำสั่งให้รองเลขาธิการ กสทช. รักษาการแทนเลขาธิการ กสทช. (ผู้ถูกกล่าวหา) ชี้แจงและแสดงพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องว่า ได้รับทราบเกี่ยวกับคำสั่งของศาลปกครองสูงสุด คำสั่งที่ 952/2569 จากบุคคลใดหรือแหล่งที่ใด และได้เผยแพร่เอกสารดังกล่าวไปยังสื่อมวลชน สื่อออนไลน์ รวมทั้งสื่ออื่น ๆ รายใดบ้างนั้น จึงขอให้สำนักงาน กสทช. ชี้แจงในประเด็นตามคำสั่งศาลปกครองสูงสุดให้ทราบด้วย รวมไปถึงจากคำสั่งศาลปกครอง คำสั่งหมายเลขตามที่ ล.3/2569 ลงวันที่ 28 ตุลาคม 2569 นั้น การกล่าวอ้าง “รอพระบรมราชโองการ” กับ “คดียังไม่เป็นที่สิ้นสุด” สำนักงาน กสทช. คิดว่าแนวทางดังกล่าว ขัดหรือ ละเมิด คำสั่งต่างๆ ที่ศาลปกครองได้ชี้ไว้หรือไม่ ถ้าไม่ ใช้หลักกฎหมายอะไร และยังคงยืนยัน การกล่าวอ้างดังกล่าว เพื่อส่งผลให้ นพ.สรณ ยังอยู่ในสถานะ ประธาน กสทช. อีกหรือไม่ จึงเรียนมาเพื่อดำเนินการชี้แจงในประเด็นดังกล่าวภายในวันที่ 10 พฤศจิกายน 2569 ด้วย"หนังสือระบุ




