"หนุ่ม กรรชัย" เตือน "บุ๋ม ปนัดดา" พูดความจริงทั้งหมด ชี้ความจริงคือสิ่งสำคัญ ปกป้องตนเองได้ พร้อมเข้าให้ปากคำตำรวจ ปมเงินบริจาคมูลนิธิ เผยบริจาค 1 ล้านบาท ไม่ติดใจส่วนตัวแต่ห่วงวัตถุประสงค์ ตั้งข้อสังเกตสามี "บุ๋ม" หากหลอกเหตุใดเพิ่งชี้แจง
สำนักข่าว Next News รายงานว่าเมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 3 พ.ย. นายภูดิท กำเนิดพลอย หรือ หนุ่ม กรรชัย พิธีกรชื่อดัง ได้เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน ณ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) ตามคำเชิญของเจ้าหน้าที่ เพื่อให้ข้อมูลกรณีการบริจาคเงินให้กับมูลนิธิองค์กรทำดี โดยนายภูดิษได้ย้ำอย่างหนักแน่นว่า ไม่ว่าใครจะเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ อยากให้ทุกคนพูดความจริงทั้งหมด เพราะความจริงคือสิ่งสำคัญที่สุดที่จะปกป้องตนเองและครอบครัวได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับเงินบริจาคของประชาชนที่ตั้งใจช่วยเหลือผู้เดือดร้อน พร้อมทั้งฝากถึง น.ส.ปนัดดา วงศ์ผู้ดี หรือ "บุ๋ม ปนัดดา" ให้พูดความจริงทั้งหมด
อย่างไรก็ตามนายภูดิทยอมนัว่าผิดหวังหลังให้ปากคำกับตำรวจ ยอมรับเข่าทรุดหลังเห็นข้อมูลที่ตำรวจมี เปลี่ยนความรู้สึกของตัวเองกับความจริงที่ได้จาก น.ส.ปนัดดาจากหน้ามือเป็นหลังเท้า สิ่งที่เคยรับรู้มาถูกหักล้างทั้งหมด ตอนนี้สิ่งที่ต้องการคืออยากได้คำตอบที่ชัดเจนจาก น.ส.ปนัดดาว่าเกิดอะไรขึ้น
บริจาคด้วยความตั้งใจ ไม่หวังลดหย่อนภาษี
นายภูดิท เปิดเผยว่า ตนเคยบริจาคเงินให้มูลนิธิองค์กรทำดีเพียงครั้งเดียวเป็นจำนวน 1 ล้านบาท เมื่อช่วงเดือนกันยายน 2567 เพื่อสมทบทุนช่วยเหลือและฟื้นฟูผู้ประสบภัยน้ำท่วมในพื้นที่ภาคเหนือ ซึ่งคาดว่าเป็นจังหวัดเชียงราย หรืออำเภอแม่สาย แต่จำรายละเอียดได้ไม่แน่ชัด การบริจาคครั้งนั้นไม่ได้มีการพูดคุยหรือประสานงานกันเป็นการส่วนตัวแต่อย่างใด เนื่องจากเห็นว่ามีการเปิดรับบริจาคเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม จึงตัดสินใจร่วมบริจาคทันทีโดยไม่ได้แจ้งให้ทางมูลนิธิทราบว่าเป็นผู้บริจาค และหลังจากโอนเงินไปแล้วก็ไม่ได้ติดตามหรือคิดอะไรต่อ
นายภูดิท ยังกล่าวเพิ่มเติมว่า ในช่วงเวลาดังกล่าว หากจำไม่ผิด ตนได้บริจาคเงินให้ 2 แห่ง แห่งแรกคือมูลนิธิองค์กรทำดีของ น.ส.ปนัดดา และอีกแห่งเป็นการบริจาคให้ นายกัน จอมพลัง เป็นการส่วนตัว โดยแยกบริจาคให้แห่งละ 1 ล้านบาท สำหรับเอกสารที่นำมามอบให้พนักงานสอบสวนในวันนี้ มีเพียงสำเนาสลิปการโอนเงินบริจาคเท่านั้น เนื่องจากไม่ได้มีการขอใบเสร็จรับเงินเพื่อนำไปลดหย่อนภาษี และไม่ได้เกี่ยวข้องกับธุรกรรมของบริษัทแต่อย่างใด เพราะความตั้งใจขณะนั้นคือต้องการช่วยเหลือผู้ประสบภัยเท่านั้น ไม่ได้คิดถึงเรื่องสิทธิประโยชน์ทางภาษี
ไม่ติดใจส่วนตัว แต่ผิดหวังหากเงินผิดวัตถุประสงค์
ส่วนกรณีที่มีข้อสงสัยเกี่ยวกับเส้นทางการเงินของมูลนิธิองค์กรทำดี ว่ามีการนำเงินบริจาคไปใช้ในวัตถุประสงค์อื่นหรือไม่ นายภูดิทกล่าวว่า โดยส่วนตัวไม่ได้ติดใจว่าเงินที่บริจาคไปจะถูกนำไปทำอะไรบ้าง แต่มีความคาดหวังเพียงว่าเงินดังกล่าวยังคงอยู่ในส่วนของมูลนิธิ และนำไปใช้เพื่อช่วยเหลือประชาชนตามวัตถุประสงค์ขององค์กรเท่านั้น โดยเข้าใจว่าในช่วงเวลานั้นอาจมีผู้บริจาคเข้ามาเป็นจำนวนมาก และอาจมีเงินเหลือจากการช่วยเหลือ แต่ก็อยากให้เงินยังอยู่ภายในองค์กรเพื่อใช้ประโยชน์ในการช่วยเหลือผู้ที่เดือดร้อนต่อไป
เมื่อถูกถามว่ารู้สึกเสียดายเงินบริจาค 1 ล้านบาทหรือไม่ นายภูดิทตอบว่า โดยส่วนตัวไม่ได้รู้สึกเสียดาย เพราะมองว่าได้ทำบุญไปแล้ว แต่หากภายหลังพบว่ามีใครนำเงินไปใช้ในทางที่ไม่ถูกต้องหรือไม่เหมาะสม บุคคลนั้นก็ต้องรับผิดชอบต่อการกระทำของตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นใครก็ตาม หากผลการตรวจสอบพบว่าเงินบริจาคถูกนำไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ โดยเฉพาะเงินที่ตนระบุชัดเจนว่าบริจาคเพื่อสมทบทุนฟื้นฟูน้ำท่วม แต่กลับถูกนำไปใช้ในเรื่องอื่นที่ไม่เกี่ยวข้องกับการช่วยเหลือผู้เดือดร้อน ก็ย่อมรู้สึกผิดหวังเป็นอย่างมาก เพราะหากนำไปซื้อบ้าน ซื้อกระเป๋า หรือใช้จ่ายในเรื่องส่วนตัวที่ไม่ตรงกับวัตถุประสงค์ของผู้บริจาค ก็คงเป็นเรื่องที่ทำให้เสียความรู้สึกอย่างยิ่ง
นอกจากนี้ในประเด็นที่สังคมมองว่าตนเองเป็นถึงคนข่าวระดับแถวหน้าแต่ทำไมถึงตกเป็นเหยื่อนั้น นายภูดิทเผยว่าเรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้เนื่องจากความไว้วางใจ และตนเองก็เป็นหนึ่งใน1,800,000 บัญชี ของผู้ที่มีการโอนเงินร่วมทำบุญหรือบริจาคเช่นเดียวกัน ทั้งนี้ยังไม่สามารถตอบได้ว่าสถานการณ์ดังกล่าวจะคลี่คลายลงเมื่อใดโดยต้องรอให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการ
ตั้งข้อสังเกตปมสามี "บุ๋ม" หากหลอกเหตุใดเพิ่งชี้แจง
นายภูดิทยังกล่าวถึงกรณีที่ น.ส.ปนัดดา ออกมายอมรับความผิดพลาดบางประการ พร้อมระบุว่าพยายามหาเงินส่วนตัวมาคืนให้กับมูลนิธิว่า เรื่องดังกล่าวขอไม่ก้าวล่วง เพราะเป็นสิทธิของ น.ส.ปนัดดา ที่จะชี้แจงรายละเอียดด้วยตัวเอง อย่างไรก็ตาม ในฐานะที่รู้จักกันมานาน ก็ยังรู้สึกเป็นกำลังใจให้ และไม่อยากให้เรื่องราวเป็นไปตามข้อกังวลว่า น.ส.ปนัดดา ถูกหลอกจริง ๆ แต่ท้ายที่สุดสิ่งสำคัญที่สุดคือเส้นทางการเงิน ซึ่งเป็นเรื่องที่เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องสืบสวนสอบสวน และเป็นกระบวนการที่หลีกเลี่ยงไม่ได้
ส่วนตัวยังตอบไม่ได้ว่าเชื่อหรือไม่ว่า น.ส.ปนัดดา ถูกสามีหลอก แต่ยอมรับว่ามีบางประเด็นที่รู้สึกผิดสังเกต โดยตั้งข้อสังเกตว่า หากนายก๊อต สามีของ น.ส.ปนัดดา หลอกลวงมาตั้งแต่แรก เหตุใดจึงไม่ออกมาพูดตั้งแต่ต้น และเหตุใดจึงเพิ่งออกมาชี้แจงในช่วงเวลานี้ เพราะการพูดล่าช้าอาจทำให้ น.ส.ปนัดดา ได้รับความเดือดร้อนมากขึ้น
นอกจากนี้ นายภูดิทยังกล่าวถึงข้อมูลที่เคยพูดคุยกันในรายการว่า คำชี้แจงของแต่ละฝ่ายยังไม่ชัดเจนและไม่สามารถทำให้ข้อสงสัยคลี่คลายได้ โดยเฉพาะกรณีการก่อสร้างบ้านพักพูลวิลล่าที่จังหวัดภูเก็ต ซึ่ง น.ส.ปนัดดา ระบุว่าไม่ทราบเรื่องการก่อสร้างมาก่อน แต่ในอีกด้านหนึ่ง ช่างเอ๋ หรือ นายอภิชาติ ผู้รับเหมาก่อสร้าง กลับให้ข้อมูลผ่านรายการว่า รับรู้เรื่องดังกล่าว ทำให้เกิดข้อสงสัยว่าตกลงแล้วฝ่ายใดเป็นผู้พูดความจริง และฝ่ายใดให้ข้อมูลไม่ตรงกัน
เจ้าหน้าที่ตำรวจแจ้งว่า จะมีการเชิญบุคคลอื่นเข้ามาให้ข้อมูลด้วย คือ นายพุทธ อภิวรรณ รวมถึง ชมพู่ อารยา และเบลล่า ราณี ซึ่งนายภูดิทก็รับทราบและตอบตกลงว่าจะเดินทางมาให้ข้อมูลอีกครั้งหากจำเป็น




