กสิกรไทยกางแผนรับมือภัยไซเบอร์ ตั้งศูนย์เฝ้าระวังการโจมตีตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมซ้อมแผน BCP รับมือเหตุฉุกเฉิน ย้ำไม่มีระบบใดป้องกันได้ 100% ชี้โจทย์สำคัญคือต้องกู้คืนระบบให้เร็วที่สุด พร้อมแนะประชาชนเตรียมพร้อมรับมือเหตุฉุกเฉิน 72 ชั่วโมง
สำนักข่าว Next News รายงานเมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน 2569 นายพิพัฒน์พงศ์ โปษยานนท์ ผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกสิกรไทย กล่าวถึงการโจมตีทางไซเบอร์ที่กำลังเกิดขึ้นทั่วโลกว่า ภัยคุกคามทางไซเบอร์เป็นความเสี่ยงสำคัญที่ต้องจับตา โดยเฉพาะในยุค AI ที่ทำให้รูปแบบการโจมตีมีความซับซ้อนและเกิดขึ้นได้ง่ายขึ้น ธนาคารให้ความสำคัญกับการเฝ้าระวังและรับมือภัยไซเบอร์อย่างต่อเนื่องผ่านศูนย์ปฏิบัติการด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ (Cyber Security Operation Center: CSOC) ที่ทำหน้าที่ติดตามสถานการณ์และข่าวสารการโจมตีทั่วโลกตลอด 24 ชั่วโมงพร้อมตรวจสอบและเร่งปิดช่องโหว่ของระบบอย่างรวดเร็ว
อย่างไรก็ดี ยอมรับว่าไม่มีระบบใดสามารถป้องกันภัยคุกคามทางไซเบอร์ได้ 100% แต่สิ่งสำคัญคือความพร้อมในการตอบสนองเมื่อเกิดเหตุการณ์ขึ้นรวมถึงการมีแผนความต่อเนื่องทางธุรกิจ (Business Continuity Plan: BCP) และซักซ้อมแผนอย่างสม่ำเสมอเพื่อรองรับกรณีระบบไอทีขัดข้อง เนื่องจากปัจจุบันธุรกรรมทางการเงินเกิดขึ้นตลอดเวลา หากระบบไอทีหยุดทำงานเพียง 5 นาทีก็ถือเป็นเรื่องใหญ่และอาจส่งผลกระทบต่อการให้บริการได้
“ในยุคนี้ระบบไอทีหายไป 5 นาทีถือเป็นเรื่องใหญ่โตมาก เพราะทุกอย่างอยู่บนเทคโนโลยีและมี Money Movement อยู่ตลอดเวลา แม้จะมี BCP รองรับ ก็อาจเกิดการหยุดชะงักของบริการได้” นายพิพัฒน์พงศ์กล่าว
นายพิพัฒน์พงศ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า อยากให้ประชาชนตระหนักถึงความสำคัญของการเตรียมตัวรับมือเหตุการณ์ฉุกเฉิน โดยเฉพาะการเตรียมความพร้อมสำหรับช่วงเวลา 72 ชั่วโมง หากเกิดสถานการณ์ที่กระทบต่อระบบหรือการให้บริการต่าง ๆ
ทั้งนี้ ในโลกไซเบอร์มีองค์กรอยู่ 2 ประเภท คือ องค์กรที่รู้ตัวว่าถูกแฮ็กและองค์กรที่ไม่รู้ตัวว่าถูกแฮ็ก ท้ายที่สุดอาจถูกโจมตีทั้งคู่ ดังนั้นโจทย์สำคัญคือการเตรียมความพร้อมทั้งด้านการป้องกันและการกู้คืนระบบ (Recovery) ให้สามารถกลับมาให้บริการได้รวดเร็วที่สุดเมื่อเกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิด




