News Logo
หน้าแรก
กสม.จี้แก้ปมเหมืองโพแทชด่านขุนทด หวั่นดินเค็ม-ระเบิดอุโมงค์กระทบชุมชน

กสม.จี้แก้ปมเหมืองโพแทชด่านขุนทด หวั่นดินเค็ม-ระเบิดอุโมงค์กระทบชุมชน

1 เม.ย. 2569 16:21
ผู้ชม 54 คน

กสม. จี้ตรวจสอบเหมืองแร่โพแทชโคราช หลังพบพิรุธดินเค็มผิดปกติและปมใช้วัตถุระเบิด ขาดการมีส่วนร่วม แนะหน่วยงานรัฐเร่งเยียวยาสิทธิประชาชน

กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) เสนอแนะแนวทางการตรวจเก็บดีเอ็นเอโดยต้องเคารพสิทธิ หลังพบกรณีบังคับตรวจและใช้อำนาจเกินขอบเขต พร้อมชี้กรณีเหมืองแร่โพแทชใน อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา มีความเสี่ยงกระทบสิทธิประชาชน และแนะหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งแก้ไข

นายวสันต์ ภัยหลีกลี้ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เปิดเผยว่า คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ได้รับเรื่องร้องเรียนจากกลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิดด่านขุนทด เมื่อเดือนมกราคม 2568 ระบุว่า ประชาชนในพื้นที่ อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา ได้รับผลกระทบจากโครงการเหมืองแร่โพแทชของบริษัทเอกชน 2 แห่ง โดยหนึ่งในนั้นเป็นบริษัทย่อยของบริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)

ต่อมาบริษัทได้ยื่นขอเปลี่ยนแปลงผังโครงการต่อกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ (กพร.) โดยปรับวิธีการทำเหมืองเป็นการขุดเจาะอุโมงค์แนวดิ่งด้วยวัตถุระเบิด ซึ่งได้รับอนุญาตแล้ว ผู้ร้องกังวลว่าอาจส่งผลกระทบรุนแรงต่อทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม การทำเกษตร และวิถีชีวิตของชุมชน จึงขอให้ตรวจสอบ

กสม. พิจารณาข้อเท็จจริง หลักกฎหมาย และหลักสิทธิมนุษยชนที่เกี่ยวข้อง พบประเด็นสำคัญ 3 ด้าน โดยประเด็นแรก กรณีบริษัทเอกชนผู้ถูกร้องที่ 1 ขุดบ่อเก็บน้ำผิวดินเพิ่ม 5 บ่อ โดยไม่ได้รับอนุญาตและดำเนินการก่อนมีประทานบัตร ไม่เป็นไปตามเงื่อนไขทางกฎหมาย อย่างไรก็ตาม สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดนครราชสีมาได้แจ้งความดำเนินคดีกับกรรมการบริษัทแล้ว จึงอยู่ระหว่างการแก้ไขปัญหาตามกระบวนการ

ประเด็นที่สอง การที่ กพร. อนุญาตให้เปลี่ยนแปลงวิธีขุดเจาะเป็นแนวดิ่งด้วยวัตถุระเบิด แม้จะเป็นไปตามกฎหมาย แต่เกิดขึ้นภายหลังโครงการมีปัญหาน้ำใต้ดินรั่วไหล และเป็นการเปลี่ยนแปลงสาระสำคัญของโครงการ ทำให้ประชาชนเกิดความกังวล อีกทั้งยังมีความเสี่ยงต่อทรัพยากรธรรมชาติ โดยเฉพาะแรงสั่นสะเทือนที่อาจกระทบชั้นหินและแหล่งน้ำใต้ดิน

ขณะที่บริษัทไม่ได้ชี้แจงรายละเอียดสำคัญ เช่น ปริมาณวัตถุระเบิด ความถี่ในการระเบิด และมาตรการควบคุมผลกระทบอย่างชัดเจน รวมถึง กพร. ไม่ได้จัดให้มีการให้ข้อมูลหรือเปิดให้ประชาชนมีส่วนร่วมอย่างเพียงพอ จึงเข้าข่ายกระทบสิทธิของชุมชน และถือว่า กพร. ดำเนินการไม่สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญในประเด็นสิทธิการรับรู้ข้อมูลของประชาชน

ประเด็นที่สาม การทำเหมืองอาจเป็นสาเหตุของปัญหาดินเค็มในพื้นที่ แม้อำเภอด่านขุนทดจะมีดินเค็มตามธรรมชาติ แต่ผลการตรวจพบโพแทสเซียมและโพแทสเซียมคลอไรด์ในระดับสูงผิดปกติ และกระจุกตัวในพื้นที่โครงการและบริเวณใกล้เคียง บ่งชี้ว่าความเค็มมีแหล่งกำเนิดต่างจากธรรมชาติ อย่างไรก็ตาม ยังไม่สามารถยืนยันได้ชัดเจนว่าเกิดจากเหมืองโดยตรง แต่เมื่อประชาชนได้รับผลกระทบแล้ว จึงถือว่ากิจการดังกล่าวมีความเสี่ยงกระทบสิทธิของชุมชน

จากข้อเท็จจริงดังกล่าว กสม. ในการประชุมเมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2569 มีมติให้เสนอแนวทางป้องกันและแก้ไข โดยให้ กพร. จัดประชุมชี้แจงข้อมูลแก่ประชาชนอย่างทั่วถึง ทั้งรายละเอียดการขุดเจาะ การใช้วัตถุระเบิด และมาตรการป้องกันผลกระทบ พร้อมเปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการติดตามและเฝ้าระวัง

นอกจากนี้ ยังเสนอแนะแนวทางต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ ให้จังหวัดนครราชสีมาเร่งสรุปผลการตรวจสอบผลกระทบและรายงานต่อ กสม. ให้ กพร. ร่วมกับหน่วยงานด้านน้ำและสิ่งแวดล้อมตรวจวิเคราะห์คุณภาพดินและน้ำ เพื่อหาสาเหตุของความเค็มและแจ้งผลให้ประชาชนทราบ พร้อมกำกับดูแลการทำเหมืองให้เป็นไปตามกฎหมายและมาตรฐานความปลอดภัยอย่างเคร่งครัด

รวมถึงให้กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพส่งเสริมความรู้ด้านธุรกิจกับสิทธิมนุษยชนแก่ภาคเอกชนและหน่วยงานรัฐ และให้สำนักงาน ก.ล.ต. กำกับดูแลบริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ให้ติดตามบริษัทย่อยในการดำเนินกระบวนการตรวจสอบสิทธิมนุษยชนอย่างรอบด้าน และเปิดเผยข้อมูลอย่างโปร่งใสในรายงานประจำปี

แท็กที่เกี่ยวข้อง



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'เอกนิติ'เตรียมเสนอ ครม.ตั้ง'สันติธาร เสถียรไทย' ผู้ช่วยรมต.คลัง
'เอกนิติ'เตรียมเสนอ ครม.ตั้ง'สันติธาร เสถียรไทย' ผู้ช่วยรมต.คลัง