News Logo
หน้าแรก
ปปง.ส่งสำนวน อสส. ฟัน 4 คดีสแกมเมอร์ ชงยึดทรัพย์ 1.3 หมื่นล้าน

ปปง.ส่งสำนวน อสส. ฟัน 4 คดีสแกมเมอร์ ชงยึดทรัพย์ 1.3 หมื่นล้าน

17 ก.พ. 2569 12:20
ผู้ชม 40 คน

ปปง. ส่ง 4 สำนวนคดีฟอกเงินเครือข่ายแก๊งสแกมเมอร์ หลอกลวงประชาชน มูลค่าทรัพย์สินรวมกว่า 13,074 ล้านบาท ให้ อสส. พิจารณา เน้นคดีใหญ่ของ "แตงไทยฯ-ยิม เลียก-เบน สมิธ" ที่มีมูลค่าทรัพย์สินสูงถึง 12,123 ล้านบาท อสส. เตรียมเดินหน้ายื่นคำร้องต่อศาลเพื่อดำเนินคดีอายัดทรัพย์สินให้ทันภายใน 90 วัน พร้อมเปิดให้ผู้เสียหายยื่นคำร้องเพื่อขอรับการเยียวยาภายใน 90 วัน หลังประกาศในราชกิจจานุเบกษา

สำนักข่าว Next News รายงานว่าเมื่อวันที่ 17 ก.พ. ทีสำนักงานอัยการสูงสุด (อสส.) ถนนรัชดาภิเษก ในช่วงเวลา 11.00 น. สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ได้ดำเนินการส่งมอบสำนวนคดีเกี่ยวกับการยึดทรัพย์สินมูลค่ารวมกว่า 13,074 ล้านบาท ให้แก่สำนักงานอัยการสูงสุด (อสส.) ณ สำนักงานคดี โดยเป็นคดีที่เกี่ยวข้องกับเครือข่ายแก๊งสแกมเมอร์และหลอกลวงประชาชนจำนวน 4 สำนวนคดีสำคัญ ซึ่งรวมถึงคดีเครือข่าย “นางสาวแตงไทยฯ-นายยิม เลียก” ที่มีมูลค่าทรัพย์สินสูงถึง 12,123 ล้านบาท

นายเสวต อภัยรัตน์ รองอธิบดีอัยการ ในฐานะโฆษก อสส. เปิดเผยว่า อัยการสูงสุดได้มอบหมายให้สำนักงานคดีพิเศษ กอง 2 และกอง 3 เป็นผู้รับผิดชอบ โดยมีคณะทำงานที่ได้รับการแต่งตั้งจากอัยการ รวมถึงเจ้าหน้าที่จาก ปปง. จะเข้าร่วมรวบรวมเอกสารเพื่อดำเนินคดีให้ทันกรอบระยะเวลา 90 วัน คำสั่งยึดอายัดทรัพย์สินมีผลตั้งแต่วันที่ 2 ธันวาคม และจะครบกำหนดในวันที่ 1 มีนาคม ซึ่งทางอัยการยืนยันว่าจะสามารถยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อดำเนินคดีอายัดทรัพย์สินได้ทันตามกำหนด

ในส่วนของการเยียวยาผู้เสียหาย นายวิทยา นิติธรรม โฆษก ปปง. ระบุว่า เนื่องจากทั้ง 4 คดีมีผู้เสียหายจากการฉ้อโกงประชาชน ทาง ปปง. จะมีการประกาศในราชกิจจานุเบกษา เพื่อให้ผู้เสียหายยื่นคำร้องเข้ามาแสดงข้อมูลความเสียหายของตนเองภายใน 90 วันนับแต่วันที่มีการประกาศ ข้อมูลดังกล่าวจะถูกรวบรวมและส่งไปยังอัยการ เพื่อขอให้ศาลพิจารณาคุ้มครองสิทธิของผู้เสียหาย แทนที่จะสั่งให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน ทั้งนี้ มีการประกาศไปแล้ว 2 คดี ส่วนคดีใหญ่ของ น.ส. "แตงไทย" อยู่ระหว่างการประกาศ.

โฆษก ปปง.กล่าวต่อไปว่าแม้ว่าทั้ง 4 สำนวนจะเป็นคดีที่แยกกัน แต่ทั้งหมดเป็นกลุ่มเครือข่าย "สแกมเมอร์" ที่เกี่ยวข้องกับการหลอกลวงประชาชนและมีความผิดมูลฐานเดียวกัน. ประเภททรัพย์สินที่ถูกยึดอายัดมีความหลากหลาย ทั้งที่ดิน หลักทรัพย์ อสังหาริมทรัพย์ และบัญชีเงินฝาก.

โดยสำนักข่าว Next News ได้เคยนำเสนอรายละเอียด 4 สำนวนคดีสำคัญไปแล้ว มีรายละเอียดดังนี้

1. คดีเครือข่ายสแกมเมอร์ "นางสาวแตงไทยฯ-นายยิม เลียก": เป็นกรณีที่นางสาวแตงไทยฯ, MR.LEAK YIM, นางวิรินยาฯ, MR.SMITH BEN และนางสาวแคทรียาฯ กับพวก ร่วมกันหลอกลวง มีข้อมูลธุรกรรมเชื่อมโยงถึงนายยิม เลียก และนายเบน สมิธ ทรัพย์สินที่ถูกขอให้ริบ 68 รายการ อาทิ ที่ดิน, ห้องชุด, รถยนต์, เรือยอชท์ และเงินในบัญชีธนาคาร มูลค่ารวม 12,123 ล้านบาท

2. คดีเครือข่ายฉ้อโกงออนไลน์-ค้ามนุษย์-ฟอกเงินสกุลเงินดิจิทัล "นายเฉิน จื้อ": พบข้อมูลเครือข่ายฉ้อโกงออนไลน์ การค้ามนุษย์ และฟอกเงินผ่านสกุลเงินดิจิทัล ซึ่งเชื่อมโยงกับนายเฉิน จื้อ ผู้ก่อตั้งและประธานกลุ่มบริษัท Prince Group ในกัมพูชา ทรัพย์สินที่ถูกขอให้ริบ 96 รายการ ประกอบด้วยที่ดิน, เงินสด, สินค้าแบรนด์เนม และเครื่องประดับ มูลค่ารวม 345 ล้านบาท

3. คดีองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ-ฟอกเงิน "นายก๊ก อาน": สืบเนื่องจากการจับกุมผู้กระทำผิดฐานมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติและฟอกเงิน ทรัพย์สินที่ถูกขอให้ริบ 89 รายการ เช่น ที่ดิน และเงินในบัญชีธนาคาร มูลค่ารวม 560 ล้านบาท

4. คดีฉ้อโกงลงทุนเทรดหุ้นผ่านไลน์ "นายเอื้ออังกูรฯ": เป็นกรณีที่กลุ่มมิจฉาชีพชักชวนประชาชนลงทุนเทรดหุ้นผ่านไลน์ ทรัพย์สินที่ถูกขอให้ริบ 31 รายการ ได้แก่ เงินสด และเงินในบัญชีธนาคาร มูลค่ารวม 46 ล้านบาท

 

ปปง.-อัยการ จับมือกัน! นัดส่งสำนวนฟ้อง4คดีฉ้อโกง ริบทรัพย์ 1.3 หมื่นล.

ปปง.-อัยการ จับมือกัน! นัดส่งสำนวนฟ้อง4คดีฉ้อโกง ริบทรัพย์ 1.3 หมื่นล.

ปปง.-อัยการ จับมือกัน! นัดส่งสำนวนฟ้อง4คดีฉ้อโกง ริบทรัพย์ 1.3 หมื่นล.

โฆษก ปปง.กล่าวต่อไปว่าคดีนี้เป็นคดีอาญาที่เกี่ยวข้องยังอยู่ในชั้นของการรวบรวมพยานหลักฐานของเจ้าพนักงานตำรวจ โดยเฉพาะจากกองบัญชาการสอบสวนกลาง และยังไม่มีการส่งมาที่อัยการ คาดว่าจะเป็นคดีนอกราชอาณาจักรหรือข้ามชาติ เนื่องจากมีเส้นทางการเงินเชื่อมโยงจากสิงคโปร์

โดยขณะนี้เจ้าของทรัพย์มีการยื่นคำร้องโต้แย้งคำสั่งอายัพทรัพย์และขอให้มีการตรวจสอบ แล้วทั้ง 4 สำนวน แต่คณะกรรมการธุรกรรมของ ปปง.พิจารณาแล้วเห็นว่ายังฟังไม่ขึ้น จึงมีมติส่งสำนวนมายังอัยการในวันนี้ (17 ก.พ.) ในส่วนของความร่วมมือระหว่างประเทศ ปปง. มีหน้าที่ในการประสานงานกับหน่วยงานต่างประเทศ เช่นสำนักงานสอบสวนกลางสหรัฐอเมริกา (FBI) และคณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์ (SEC) ของสหรัฐอเมริกา เพื่อรวบรวมข้อมูลและพยานหลักฐานที่เกี่ยวพันกับคดีที่มีฐานข้อมูลทั้งในและต่างประเทศ

เมื่อสอบถามเกี่ยวกับการดำเนินการกับ "หุ้นบางจาก" ว่าทางอัยการหรือ ปปง. จะดำเนินการอย่างไรต่อไป

โฆษก ปปง.กล่าวว่าในเรื่องของการบริหารจัดการทรัพย์สินประเภทหุ้นหรือหลักทรัพย์ที่มีการยึดอายัดไว้ชั่วคราวตามกฎหมาย ปปง. นั้น ผู้ที่เป็นเจ้าของยังคงความเป็นเจ้าของอยู่ แต่ไม่สามารถกระทำการใด ๆ ที่จะทำให้มูลค่าของทรัพย์สินนั้นเสื่อมค่าลงได้

เมื่อถามต่อถึงกรณีที่นายเบน สมิธ ได้มีการดำเนินการขายทรัพย์สินบางอย่างให้นักการเมือง ตรงนี้จะดำเนินการอย่างไรจะเรียกคนที่เป็นนักการเมืองมาสอบไหม

โฆษก ปปง.กล่าวว่าเรื่องของทรัพย์สินในการดำเนินการทางแพ่งนั้น อยู่ในข่ายของการตรวจสอบเพิ่มเติมได้ตลอดเวลา แต่การดำเนินการจะ "ขึ้นอยู่กับพยานหลักฐานว่ามีความครบถ้วนเพียงใด" ในการจะเรียกใครมาดำเนินการสอบสวนก็ต้องขึ้นอยู่กับพยานหลักฐานและความคืบหน้าของคดีเช่นกัน

ด้าน นางเยาวลักษณ์ นนทแก้ว อธิบดีอัยการสำนักงานคดีพิเศษ กล่าวว่ากระบวนการหลังจากนี้จะเข้าสู่การพิจารณาของศาล ซึ่งกระบวนการในชั้นศาลจะไม่มีกำหนดระยะเวลาที่แน่นอนจนกว่าศาลจะมีคำสั่ง โดยคาดว่าจะเป็นสำนวนคดีขนาดใหญ่ที่อาจมีการตั้งทนายความเข้ามาโต้แย้งชี้แจง และอาจใช้ระยะเวลานานจนถึงชั้นศาลฎีกา เพื่อคืนความยุติธรรมให้กับผู้ที่ได้รับผลกระทบ

แท็กที่เกี่ยวข้อง



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เครือข่ายอากาศสะอาดหักล้าง ‘ศุภชัย’ รายประเด็น ยันผู้ก่อมลพิษต้องจ่าย
เครือข่ายอากาศสะอาดหักล้าง ‘ศุภชัย’ รายประเด็น ยันผู้ก่อมลพิษต้องจ่าย