News Logo
หน้าแรก
เจาะคนละครึ่งพลัสเฟส2 นโยบายเรือธงว่าที่ รบ.อนุทิน ไปต่อหรือพอได้แล้ว?

เจาะคนละครึ่งพลัสเฟส2 นโยบายเรือธงว่าที่ รบ.อนุทิน ไปต่อหรือพอได้แล้ว?

20 ก.พ. 2569 11:37
ผู้ชม 82 คน

"...โครงการคนละครึ่งเฟสแรกได้ผลในการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้น กระจายทุกพื้นที่ได้ดี สำหรับโครงการเฟส 2 ให้สิทธิกับผู้ลงไม่ได้ในรอบก่อนเพื่อความเท่าเทียม อย่างไรก็ตามขอให้โครงการคนละครึ่งพลัสเฟส 2 นี้เป็นครั้งสุดท้าย ควรนำบประมาณไปสนับสนุนให้เกิดผลระยะยาวต่อเศรษฐกิจได้มากกว่านี้..."

โครงการ “คนละครึ่งพลัส” เฟส 2 เป็นอีกนโยบายเรือธงของพรรคภูมิใจไทย ที่ใช้หาเสียงและมีส่วนช่วยให้พรรคกวาดส.ส.มากสุดถึง 193 เก้าอี้ ได้สิทธิ์เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่ ณ ห้วงเวลานี้

ย้อนไปเฟสแรกรัฐบาลใช้งบกระตุ้นเศรษฐกิจกว่า 4.4 หมื่นล้านบาท มีคนร่วมโครงการ 20 ล้านสิทธิ เริ่มได้รับเงินโอนและใช้จ่ายได้ตั้งแต่ 29 ตุลาคม 2568 สิ้นสุดโครงการ 31 ธันวาคม 2568 โดยผู้ที่ยื่นแบบภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาจะได้วงเงินคนละ 2,400 บาท ส่วนผู้ที่ไม่ได้ยื่นแบบภาษีจะได้คนละ 2,000 บาท ซึ่งภาครัฐจะช่วยจ่าย 50% ไม่เกิน 200 บาท/คน/วัน

หลังสิ้นสุดโครงการเมื่อ 31 ธันวาคม 2568 กระทรวงการคลังออกมาระบุว่าโครงการประสบความสำเร็จตามเป้าหมาย มีเม็ดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจฐานรากได้สูงถึง 84,185.73 ล้านบาท จากจำนวนผู้ใช้สิทธิ 19.76 ล้านราย โดยแบ่งเป็นเม็ดเงินที่มาจากประชาชน 42,810.64 ล้านบาท และส่วนที่รัฐบาลร่วมจ่ายสมทบ 41,375.09 ล้านบาท โดยมีร้านค้าเข้าร่วมโครงการถึง 999,350 รายที่มีรายได้หมุนเวียนมากขึ้น คาดว่าเม็ดเงินกว่า 8.4 หมื่นล้านบาท ช่วยดันจีดีพี ในปี 2568 เพิ่มขึ้นประมาณ 0.2%

เมื่อพรรคภูมิใจไทยได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ชาวบ้านจึงเฝ้าตารอว่าเมื่อไรจะกดปุ่มโอนเงินเข้าแอพพ์เป๋าตัง เพื่อจะได้ไปจับจ่ายใช้สอยกันกระหน่ำเหมือนเฟสแรก

@ อย่าหลงดีใจเฟส 2 จะได้สิทธิทุกคน

สำหรับคนละครึ่งพลัส เฟส 2 นี้คาดว่าจะเหลือ 10 ล้านสิทธิ ได้รับคนละ 2,000 บาทเบื้องต้นแบ่งเป็น 1.กลุ่มคนที่ไม่ได้ร่วมโครงการในเฟสแรก รวมถึงประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมในพื้นที่ภาคใต้ที่ผ่านมา และประชาชนตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา จะได้รับสิทธิก่อน รวม 5 ล้านสิทธิ 2.กลุ่มคนที่เคยร่วมโครงการในเฟสแรกแล้ว แต่จำกัดเหลือ 5 ล้านสิทธิ

อย่างไรก็ตาม ในส่วนกลุ่มที่ 2 อาจมีการปรับเปลี่ยนโดยให้เป็น 10 ล้านสิทธิ แต่จะลดวงเงินเหลือคนละ 1,000 บาท แต่ทั้งนี้ ต้องรอ ครม.ชุดใหม่พิจารณาอีกครั้ง

@ คนละครึ่งพลัส เฟส 2 ส่อรออีกยาว

แม้“เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ” รองนายกฯและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และว่าที่ในตำแหน่งเดิม จะยืนยันว่า พร้อมลุยโครงการ “คนละครึ่งพลัส” เฟส 2ทันที โดยเตรียมความพร้อมไว้ 99% แล้วก็ตาม แต่ทั้งนี้ ทั้งนั้นขึ้นอยู่กับการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ ซึ่งผูกโยงไปกับการพิจารณางบประมาณปี 2570

หาก กกต.รับรองผลเลือกตั้งเร็วผ่านขั้นตอนต่างๆ จนเป็นรัฐบาลมีอำนาจเต็มภายในเดือนเมษายนนี้ ก็อาจดึงงบกว่า 2 หมื่นล้านบาทจากงบกลางรายการสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉิน ของงบปี 2569 มาใช้ได้ แต่อาจถูกโจมตีและเสี่ยงถูกร้องเรียนว่านำงบกลางฯที่เผื่อไว้ใช้กรณีฉุกเฉินมาแจกประชาชน และที่สำคัญงบกลางฯตอนนี้เหลือแค่ 3 หมื่นล้านบาทเท่านั้น

เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ

เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ

แต่มีความเป็นไปได้น้อยมากที่จะจัดตั้งรัฐบาลได้เร็ว คาดว่ากว่าจะได้รัฐบาลใหม่ที่มีอำนาจเต็มเร็วสุดก็พฤษภาคม-มิถุนายน ดังนั้นปฏิทินการจัดทำงบประมาณ 2570 ต้องยืดออกไป ไม่ทันใช้ 1 ตุลาคม 2569 เพราะกว่าจะผ่านขั้นตอนต่างๆ ไม่ว่าหน่วยงานแต่ละแห่งจะจัดทำคำขอใช้งบประมาณ การพิจารณาของ ครม. ไปสู่สภาผู้แทนราษฎร และวุฒิสภา คาดกันว่าจะประกาศใช้งบประมาณปี 2570 ได้ก็ประมาณเดือนธันวาคม 2569 โน่น

ดังนั้น กว่าคนละครึ่งเฟส 2 จะใช้ได้คงต้องรอไปถึงต้นปี 2570

@ มองต่างมุม "คนละครึ่งพลัส" เฟส2 ไปต่อหรือพอได้แล้ว

พรรคภูมิใจไทย ระบุถึงโครงการคนละครึ่งพลัส ว่าเป็นการยกระดับโครงการ "คนละครึ่ง" เดิม เพื่อเป็น "ยาชูกำลัง" ฉีดเข้าระบบเศรษฐกิจไทยอย่างเร่งด่วน เพื่อกระตุ้นกำลังซื้อของประชาชนในวงกว้าง และสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจฐานราก เพื่อช่วยดันอัตราการเติบโตของจีดีพี จากความสำเร็จของเฟสแรก จึงจะผลักดัน "คนละครึ่งพลัส” เฟส 2 เพื่อสานต่อการกระตุ้นเศรษฐกิจต่อไป เพราะตอบโจทย์แก้ปัญหาปากท้อง และการกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากได้อย่างรวดเร็ว และเห็นผลในทางปฏิบัติ

อย่างไรก็ตามแม้โครงการคนละครึ่งเฟสแรก จะช่วยกระตุ้นการจับจ่ายใช้สอย และลดค่าครองชีพของประชาชน ส่วนร้านค้ารายย่อยก็มีเงินหมุนเวียนมากขึ้น ทำให้เศรษฐกิจคึกคักขึ้นบ้าง แต่ก็เป็นยาโด๊ปชั่วคราว หลังจบโครงการกำลังซื้อก็ลดฮวบลง

ขณะที่ทีมนักวิจัย สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) ให้ความเห็นถึงโครงการ “คนละครึ่งพลัส” เป็นมาตรการระยะสั้นที่ไม่ได้แก้ปัญหาโครงสร้างในระยะยาว ในขณะที่ต้องใช้งบประมาณมาก จึงไม่ควรต่อยอดโครงการคนละครึ่ง เพราะเศรษฐกิจค่อยๆ ฟื้นตัวแล้ว ควรนำงบดังกล่าวไปใช้ในการปรับโครงการเศรษฐกิจระยะยาว หรือช่วยเหลือผู้ประกอบการเอสเอ็มอี

ด้าน รศ. ดร.ธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดี มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ให้ความเห็นว่ารัฐบาลควรเดินหน้าต่อโครงการคนละครึ่งพลัส เฟส 2 แม้ว่าสภาพัฒน์จะออกมาเปิดตัวเลขจีดีพีปี 2568 โต 2.4% แต่ในช่วงไตรมาสแรกปี 2569 เครื่องจักรเศรษฐกิจหลายตัวยังไม่ชัด ทั้งการส่งออกอาจชะลอตัวลง การท่องเที่ยว ชาวจีนก็ยังไม่แน่นอนว่าจะกลับมาเที่ยวไทยเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องหรือไม่ อีกทั้งการลงทุนภาครัฐ การจัดซื้อจัดจ้างก็ต้องหยุดชะงัก รอดูว่ารัฐบาลและรัฐมนตรีใหม่จะมีการทบทวนอะไรหรือไม่ ดังนั้นหากมีโครงการคนละครึ่งเฟส 2 จะช่วยกระตุ้นการบริโภคในประเทศ เพื่อช่วยพยุงเศรษฐกิจไทยได้ ซึ่งก็ได้ผลมาแล้วจากโครงการเฟสแรก

รศ.ดร.ธนวรรธน์ยังกล่าวด้วยว่า ส่วนเรื่องงบประมาณนั้น ก่อนหน้านี้รัฐบาลที่มีพรรคภูมิใจไทยเป็นแกนนำได้เตรียมไว้แล้ว หากไม่มีการยุบสภา ก็คงเดินหน้าโครงการนี้ไปแล้ว แต่เมื่อยุบสภาจึงต้องหยุดไป ดังนั้นเมื่อรัฐบาลใหม่ที่มีพรรคภูมิใจไทยยังเป็นแกนนำก็คงไม่น่ามีปัญหาเรื่องงบประมาณ อย่างไรก็ตามการดำเนินโครงการนี้ก็ไม่ควรใช้งบประมาณมากกว่าเดิม

ดร.ธนวรรธน์ พลวิชัย

ดร.ธนวรรธน์ พลวิชัย

ส่วนนายเทียนประสิทธิ์ ไชยภัทรานันท์ นายกสมาคมโรงแรมไทย เห็นว่า โครงการคนละครึ่งเฟสแรกได้ผลในการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้น กระจายทุกพื้นที่ได้ดี สำหรับโครงการเฟส 2 ให้สิทธิกับผู้ลงไม่ได้ในรอบก่อนเพื่อความเท่าเทียม

อย่างไรก็ตามขอให้โครงการคนละครึ่งพลัสเฟส 2 นี้เป็นครั้งสุดท้าย ควรนำบประมาณไปสนับสนุนให้เกิดผลระยะยาวต่อเศรษฐกิจได้มากกว่านี้

เทียนประสิทธิ์ ไชยภัทรานันท์

เทียนประสิทธิ์ ไชยภัทรานันท์

ขณะที่ นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาสภาพัฒน์ กล่าวถึงโครงการคนละครึ่งพลัส ถือเป็นส่วนหนึ่งที่กระตุ้นบรรยากาศการใช้จ่ายเพิ่มขึ้น สะท้อนการบริโภคช่วงไตรมาส 4 ปี 2568 ขยายตัวขึ้นมาถึง 3.3% จากก่อนหน้าอยู่ที่ 2.5% ส่วนโครงการเฟส 2 ควรทำต่อหรือไม่นั้นมาตรการลักษณะนี้จะทำเมื่อการบริโภคลดลงมาก ต้องไปกระตุ้น ซึ่งโครงการคนละครึ่งช่วยกระตุ้นได้ แต่จะทำแค่ไหน ขึ้นอยู่กับงบประมาณและสถานการณ์ เข้าใจว่าทางรัฐบาลหาเสียงไว้แล้ว และเป็นความคาดหวังของประชาชน แต่การดำเนินการต้องดูหลายๆ ปัจจัยก่อน และต้องทำในสถานการณ์ที่เหมาะสม

ดนุชา พิชยนันท์

ดนุชา พิชยนันท์

ทั้งหมดนี่ เป็นข้อมูลและเสียงสะท้อนเกี่ยวกับโครงการ “คนละครึ่งพลัส” เฟส 2 อีกหนึ่งนโยบายเรือธงสำคัญของพรรคภูมิใจไทย ที่ถูกคาดหมายว่าจะเกิดขึ้นแน่นอน หลังการเข้ามา บริหารประเทศของรัฐบาลชุดใหม่ภายใต้การนำของพรรคภูมิใจไทย ถ้าหากการเลือกตั้งครั้งล่าสุดไม่เกิดปัญหาสะดุดถูกตัดสินให้เป็นโมฆะ จากกรณีบาร์โค้ดปรากฏบนบัตรเลือกตั้ง ที่ทำให้การลงคะแนนไม่เป็นโมฆะ จนทำให้ต้องมีการจัดการเลือกตั้งใหม่

บทสรุปสำคัญที่ว่า ประเทศชาติ ได้รับประโยชน์จากโครงการคนละครึ่งพลัสเฟส 2 มากน้อยแค่ไหน อดใจรออีกไม่นาน คงมีคำตอบให้รู้กัน

หมายเหตุ ภาพอนุทิน ชาญวีรกูล ประกอบปกจาก พีพีทีวี

แท็กที่เกี่ยวข้อง
คนละครึ่งพลัส
รัฐบาลอนุทิน
พรรคภูมิใจไทย
การเมือง
นโยบายเศรษฐกิจ



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

แนะรัฐบาลลดการพึ่งพาพลังงานจากตะวันออกกลาง เร่งปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ
แนะรัฐบาลลดการพึ่งพาพลังงานจากตะวันออกกลาง เร่งปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ