News Logo
หน้าแรก
แห่ให้กำลังใจผู้ว่า ธปท.ชูแนวคิดแบงก์ชาติยุคใหม่ ไม่เน้นแค่เสถียรภาพ

แห่ให้กำลังใจผู้ว่า ธปท.ชูแนวคิดแบงก์ชาติยุคใหม่ ไม่เน้นแค่เสถียรภาพ

16 ส.ค. 2569 22:47
ผู้ชม 174 คน

แห่ให้กำลังใจ ‘วิทัย รัตนากร’ ผู้ว่าแบงก์ชาติ ชูภารกิจแบงก์ชาติยุคใหม่ ไม่เน้นแค่เรื่องเสถียรภาพ แต่ต้องลงมือแก้ปัญหาโครงสร้างเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ทั้งหนี้ครัวเรือน-สินเชื่อเอสเอ็มอี-สกัดทุนเทา

สำนักข่าว Next News รายงานว่า จากกรณีที่นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) โพสต์ข้อความถึงภารกิจของแบงก์ชาติ ที่ไม่เพียงแต่เน้นดูแลเรื่องเสถียรภาพอย่างเดียว แต่ต้องเข้าไปแก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง เพื่อช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจด้วย ทำให้มีคนเข้าไปโพสต์ให้กำลังใจจำนวนมาก

 ทั้งนี้ นายวิทัยโพสต์ข้อความว่า “แนวคิดเรื่องภารกิจแบงค์ชาติ ขอเล่าให้ฟังครับๆ  แบงก์ชาติยังทำภารกิจหลักในการรักษาเสถียรภาพเศรษฐกิจมหภาค เป็น Core Mandate เรื่องนี้ไม่เคยเปลี่ยนนะครับ แต่ความเสี่ยงเรื่องเสถียรภาพด้านราคาและระบบการเงินลดลงมาก - เงินเฟ้อ (ก่อนสงคราม) อยู่ต่ำจนติดลบ และแบงก์มีผลประกอบการและเงินกองทุนแข็งแรงมาก (จนอาจมากเกินไปด้วยซ้ำ) แต่ปัจจุบันปัญหาของไทย กลับอยู่ที่อัตราการเติบโตและศักยภาพการเติบโตทางเศรษฐกิจ ลดต่ำลงเรื่อยๆ จากปัญหาเชิงโครงสร้างมากมาย ถ้าเราได้แต่วิเคราะห์ปัญหาอย่างเดียว มัวแต่วิจารณ์คนอื่น แต่ไม่ช่วยกัน “ลงมือทำ” เสียที เศรษฐกิจจะโตช้าลงเรื่อยๆ ธุรกิจและชาวบ้านจะมีรายได้ลดลง จนไม่พอรายจ่าย ท้ายที่สุดจะเป็น NPL และวนกลับมากระทบเสถียรภาพเศรษฐกิจมหภาคแน่นอนครับ จะมีประโยชน์อะไร ถ้าแบงก์ชาติบรรลุเป้าหมายเสถียรภาพ แต่เศรษฐกิจแย่ลงเรื่อยๆ ธุรกิจปิดตัว และจะมีคนจนลงอีกมากแน่นอนครับ”

นายวิทัยระบุอีกว่า “ขอย้ำอีกครั้งว่า ภารกิจหลักของแบงก์ชาติคือ “การรักษาเสถียรภาพเศรษฐกิจมหภาค” ไม่เคยเปลี่ยนเลยครับ แต่เมื่อโลกทุกวันนี้เปลี่ยนแปลงไปมาก ไม่ได้เหมือนโลกยุคก่อนแล้ว  แบงก์ชาติยุคนี้จึงต้องเน้นลงมือทำ “แก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง“ แต่ทำเฉพาะที่เกี่ยวกับด้านการเงินใน 4 เรื่อง คือ

1.) การแก้หนี้ครัวเรือน

2.) Inclusion ให้ SMEs และรายย่อยเข้าถึงสินเชื่อได้

3.) การทำให้ต้นทุนการใช้บริการทางการเงินที่เป็นธรรมแก่รายย่อย & SMEs (ค่าธรรมเนียมและดอกเบี้ย) และ

4.) การป้องกันไม่ให้ใช้ช่องทางการเงินเอื้อต่อทุนเทาและคอร์รัปชั่น”

 “ทั้งหมดอยู่ในขอบเขตหน้าที่ของแบงก์ชาติตามที่กำหนดใน พ.ร.บ. ชัดเจน และจริงๆ ที่ผ่านมาแบงก์ชาติ ก็ทำทั้ง 4 เรื่องนี้อยู่แล้วบ้าง จากนี้ไป จะเข้ากำกับ Nonbank ทั้งด้าน Lending และ Payment มากขึ้น เพราะเห็นความเสี่ยงที่ประชาชนถูกเอาเปรียบ และเป็นทางผ่านของธุรกรรมไม่ปกติเพิ่มขึ้นนะครับ เมื่อความเสี่ยงเปลี่ยน แบงก์ชาติก็ต้องปรับตัวนะครับ ถ้าเราไม่เปลี่ยน ก็จะทำหน้าที่ได้ไม่ดี ทำไม่เต็มที่ตามที่ควรต้องทำ ถึงจะสบายกว่า ง่ายกว่าก็ตาม แต่โชคดีที่แบงก์ชาติเป็นองค์กรที่ร่วมกันปรับตัว มีคนเก่งที่ยังมีพลัง และมีจิตใจดีอยู่มากมาย เราไม่อยากติดยึดอยู่ในโลกเก่า ที่มีแต่วิจารณ์คนอื่น สร้างภาพสวย แต่ไม่เคยมีผลงานให้ได้จดจำ เลยอยากชวนทุกคนมาช่วยกันลงมือทำจริงๆ ร่วมกันทำให้ประเทศดีขึ้นให้ได้ ช่วยกันนะครับ” พร้อมติดแฮชแท็ก #ยืนตรงมองไกลยื่นมือติดดิน

 หลังจากนั้นมีคนเข้ามาแสดงความเห็นสนับสนุนแนวคิดดังกล่าวพร้อมให้กำลังใจนายวิทัย อาทิ ผู้ใช้บัญชีชื่อ “พินิจ แดนมณี” โพสต์ว่า “ในฐานะคนทำงานแบงก์มาตลอดชีวิต เห็นแต่ยืนตรง มองไกล (แถมด้วยว่า ฟังไม่เป็น) มานานมากๆ ได้เห็นแนวทางเอื้อมมือ ติดดิน ที่เป็นจริงสักที เป็นกำลังใจให้ครับ ประเทศเราต้องดีขึ้นได้แน่”

 ผู้ใช้บัญชีชื่อ Napapha Wiriyasathien โพสต์ว่า “

เยี่ยมมากเลยค่ะ ผลงานเห็นชัดเจน คอยติดตามผลงาน ธปท.รู้ว่ามันอาจจะมีปัญหา อุปสรรคมากมาย ขอเป็นกำลังใจให้ พนง ธปท ทุกคน เพื่ออ ปชช และ 🇹🇭 ที่ต้องเติบโตอย่างยั่งยืน แข่งขันกับประเทศอื่นได้ต่อไป”

 ผู้ใช้บัญชีชื่อ Pum Siradate Thitatarn โพสต์ว่า “ผู้นำ ผู้บริหาร ต้องเชิงรุก โดดเข้าใส่ปัญหา เยี่ยมเลยครับ”

และผู้ใช้บัญชีชื่ Kan Sirikoop โพสต์ว่า “ทุกคำ โดนใจประชาชน เห็นด้วย และชื่นชมท่านฯครับ”

แท็กที่เกี่ยวข้อง



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

UN คาดปี 2030 AI ใน Data Center กินไฟ 3% โลก-ใช้น้ำเท่า 1.3 พันล้านคน
UN คาดปี 2030 AI ใน Data Center กินไฟ 3% โลก-ใช้น้ำเท่า 1.3 พันล้านคน