แห่ให้กำลังใจ ‘วิทัย รัตนากร’ ผู้ว่าแบงก์ชาติ ชูภารกิจแบงก์ชาติยุคใหม่ ไม่เน้นแค่เรื่องเสถียรภาพ แต่ต้องลงมือแก้ปัญหาโครงสร้างเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ทั้งหนี้ครัวเรือน-สินเชื่อเอสเอ็มอี-สกัดทุนเทา
สำนักข่าว Next News รายงานว่า จากกรณีที่นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) โพสต์ข้อความถึงภารกิจของแบงก์ชาติ ที่ไม่เพียงแต่เน้นดูแลเรื่องเสถียรภาพอย่างเดียว แต่ต้องเข้าไปแก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง เพื่อช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจด้วย ทำให้มีคนเข้าไปโพสต์ให้กำลังใจจำนวนมาก
ทั้งนี้ นายวิทัยโพสต์ข้อความว่า “แนวคิดเรื่องภารกิจแบงค์ชาติ ขอเล่าให้ฟังครับๆ แบงก์ชาติยังทำภารกิจหลักในการรักษาเสถียรภาพเศรษฐกิจมหภาค เป็น Core Mandate เรื่องนี้ไม่เคยเปลี่ยนนะครับ แต่ความเสี่ยงเรื่องเสถียรภาพด้านราคาและระบบการเงินลดลงมาก - เงินเฟ้อ (ก่อนสงคราม) อยู่ต่ำจนติดลบ และแบงก์มีผลประกอบการและเงินกองทุนแข็งแรงมาก (จนอาจมากเกินไปด้วยซ้ำ) แต่ปัจจุบันปัญหาของไทย กลับอยู่ที่อัตราการเติบโตและศักยภาพการเติบโตทางเศรษฐกิจ ลดต่ำลงเรื่อยๆ จากปัญหาเชิงโครงสร้างมากมาย ถ้าเราได้แต่วิเคราะห์ปัญหาอย่างเดียว มัวแต่วิจารณ์คนอื่น แต่ไม่ช่วยกัน “ลงมือทำ” เสียที เศรษฐกิจจะโตช้าลงเรื่อยๆ ธุรกิจและชาวบ้านจะมีรายได้ลดลง จนไม่พอรายจ่าย ท้ายที่สุดจะเป็น NPL และวนกลับมากระทบเสถียรภาพเศรษฐกิจมหภาคแน่นอนครับ จะมีประโยชน์อะไร ถ้าแบงก์ชาติบรรลุเป้าหมายเสถียรภาพ แต่เศรษฐกิจแย่ลงเรื่อยๆ ธุรกิจปิดตัว และจะมีคนจนลงอีกมากแน่นอนครับ”
นายวิทัยระบุอีกว่า “ขอย้ำอีกครั้งว่า ภารกิจหลักของแบงก์ชาติคือ “การรักษาเสถียรภาพเศรษฐกิจมหภาค” ไม่เคยเปลี่ยนเลยครับ แต่เมื่อโลกทุกวันนี้เปลี่ยนแปลงไปมาก ไม่ได้เหมือนโลกยุคก่อนแล้ว แบงก์ชาติยุคนี้จึงต้องเน้นลงมือทำ “แก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง“ แต่ทำเฉพาะที่เกี่ยวกับด้านการเงินใน 4 เรื่อง คือ
1.) การแก้หนี้ครัวเรือน
2.) Inclusion ให้ SMEs และรายย่อยเข้าถึงสินเชื่อได้
3.) การทำให้ต้นทุนการใช้บริการทางการเงินที่เป็นธรรมแก่รายย่อย & SMEs (ค่าธรรมเนียมและดอกเบี้ย) และ
4.) การป้องกันไม่ให้ใช้ช่องทางการเงินเอื้อต่อทุนเทาและคอร์รัปชั่น”
“ทั้งหมดอยู่ในขอบเขตหน้าที่ของแบงก์ชาติตามที่กำหนดใน พ.ร.บ. ชัดเจน และจริงๆ ที่ผ่านมาแบงก์ชาติ ก็ทำทั้ง 4 เรื่องนี้อยู่แล้วบ้าง จากนี้ไป จะเข้ากำกับ Nonbank ทั้งด้าน Lending และ Payment มากขึ้น เพราะเห็นความเสี่ยงที่ประชาชนถูกเอาเปรียบ และเป็นทางผ่านของธุรกรรมไม่ปกติเพิ่มขึ้นนะครับ เมื่อความเสี่ยงเปลี่ยน แบงก์ชาติก็ต้องปรับตัวนะครับ ถ้าเราไม่เปลี่ยน ก็จะทำหน้าที่ได้ไม่ดี ทำไม่เต็มที่ตามที่ควรต้องทำ ถึงจะสบายกว่า ง่ายกว่าก็ตาม แต่โชคดีที่แบงก์ชาติเป็นองค์กรที่ร่วมกันปรับตัว มีคนเก่งที่ยังมีพลัง และมีจิตใจดีอยู่มากมาย เราไม่อยากติดยึดอยู่ในโลกเก่า ที่มีแต่วิจารณ์คนอื่น สร้างภาพสวย แต่ไม่เคยมีผลงานให้ได้จดจำ เลยอยากชวนทุกคนมาช่วยกันลงมือทำจริงๆ ร่วมกันทำให้ประเทศดีขึ้นให้ได้ ช่วยกันนะครับ” พร้อมติดแฮชแท็ก #ยืนตรงมองไกลยื่นมือติดดิน
หลังจากนั้นมีคนเข้ามาแสดงความเห็นสนับสนุนแนวคิดดังกล่าวพร้อมให้กำลังใจนายวิทัย อาทิ ผู้ใช้บัญชีชื่อ “พินิจ แดนมณี” โพสต์ว่า “ในฐานะคนทำงานแบงก์มาตลอดชีวิต เห็นแต่ยืนตรง มองไกล (แถมด้วยว่า ฟังไม่เป็น) มานานมากๆ ได้เห็นแนวทางเอื้อมมือ ติดดิน ที่เป็นจริงสักที เป็นกำลังใจให้ครับ ประเทศเราต้องดีขึ้นได้แน่”
ผู้ใช้บัญชีชื่อ Napapha Wiriyasathien โพสต์ว่า “
เยี่ยมมากเลยค่ะ ผลงานเห็นชัดเจน คอยติดตามผลงาน ธปท.รู้ว่ามันอาจจะมีปัญหา อุปสรรคมากมาย ขอเป็นกำลังใจให้ พนง ธปท ทุกคน เพื่ออ ปชช และ 🇹🇭 ที่ต้องเติบโตอย่างยั่งยืน แข่งขันกับประเทศอื่นได้ต่อไป”
ผู้ใช้บัญชีชื่อ Pum Siradate Thitatarn โพสต์ว่า “ผู้นำ ผู้บริหาร ต้องเชิงรุก โดดเข้าใส่ปัญหา เยี่ยมเลยครับ”
และผู้ใช้บัญชีชื่ Kan Sirikoop โพสต์ว่า “ทุกคำ โดนใจประชาชน เห็นด้วย และชื่นชมท่านฯครับ”




