รัฐบาลรัสเซียประกาศระงับการส่งออกน้ำมันเบนซินเป็นการชั่วคราว ระยะเวลา 4 เดือน เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2569 เพื่อดูแลเสถียรภาพด้านราคาและปริมาณอุปทานภายในประเทศ
รัฐบาลรัสเซียสั่งห้ามส่งออกน้ำมันเบนซินชั่วคราว 4 เดือนเต็ม เริ่ม 1 เมษายน 2569 เพื่อรักษาเสถียรภาพราคาและอุปทานภายในประเทศ ท่ามกลางความผันผวนของตลาดน้ำมันโลกจากวิกฤตตะวันออกกลาง ขณะที่ปริมาณการกลั่นน้ำมันดิบยังคงเท่ากับปีก่อนแต่ความต้องการในประเทศเพิ่มสูงขึ้น
สำนักข่าว Reuters รายงานว่า รองนายกรัฐมนตรี อเล็กซานเดอร์ โนวัค ได้สั่งการให้กระทรวงพลังงานจัดทำร่างมติห้ามส่งออกน้ำมันเบนซิน ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน ถึง 31 กรกฎาคม 2569 โดยรัฐบาลรัสเซียยืนยันมาตรการนี้มีเป้าหมายหลักเพื่อป้องกันการขาดแคลนเชื้อเพลิงภายในประเทศ
โนวัคระบุในแถลงการณ์ว่า ความปั่นป่วนในตลาดน้ำมันดิบและผลิตภัณฑ์น้ำมันโลก ซึ่งเกิดจากวิกฤตตะวันออกกลาง ทำให้ราคาผันผวนรุนแรง ขณะที่ความต้องการสินค้าพลังงานรัสเซียจากตลาดต่างประเทศยังคงสูง
จากรายงานของ Bloomberg มาตรการนี้เกิดขึ้นขณะที่ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงโลกพุ่งสูงจากสงครามในอิหร่าน ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อความมั่นคงด้านพลังงานของรัสเซียเอง
สำนักข่าว Kyiv Independent รายงานว่า การโจมตีด้วยโดรนของยูเครนต่อโรงกลั่นน้ำมันหลายแห่งในรัสเซียในช่วงที่ผ่านมาส่งผลกระทบต่อกำลังการผลิต และทำให้บางภูมิภาคของรัสเซีย รวมถึงพื้นที่ในยูเครนที่อยู่ภายใต้การควบคุมของรัสเซีย เผชิญภาวะน้ำมันเบนซินตึงตัวตั้งแต่ช่วงฤดูใบไม้ร่วงปี 2568
ก่อนหน้านี้ในเดือนกันยายน 2568 รองนายกรัฐมนตรีรัสเซียยอมรับว่า ประเทศกำลังเผชิญภาวะขาดแคลนผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมในระดับเล็กน้อย และจำเป็นต้องใช้มาตรการห้ามส่งออกชั่วคราวเพื่อบรรเทาสถานการณ์
อย่างไรก็ตาม รัฐบาลรัสเซียยืนยันว่า ปริมาณการกลั่นน้ำมันดิบยังคงอยู่ในระดับใกล้เคียงกับปีก่อน ทำให้สต็อกน้ำมันภายในประเทศยังอยู่ในระดับมั่นคง แม้จะมีแรงกดดันจากความต้องการที่เพิ่มขึ้นตามฤดูกาล
ข้อมูลระบุว่า ในปีที่ผ่านมา รัสเซียส่งออกน้ำมันเบนซินเกือบ 5 ล้านเมตริกตัน หรือราว 117,000 บาร์เรลต่อวัน ตอกย้ำบทบาทของประเทศในฐานะผู้ส่งออกน้ำมันสำเร็จรูปในตลาดโลก
ที่ผ่านมา รัสเซียเคยใช้มาตรการห้ามส่งออกน้ำมันเบนซินและดีเซลหลายครั้ง เช่น ในปี 2567 และ 2568 เพื่อควบคุมราคาภายในประเทศและป้องกันการขาดแคลน โดยมักเกิดขึ้นในช่วงที่โรงกลั่นเข้าสู่การซ่อมบำรุงหรือได้รับผลกระทบจากการโจมตี
ทั้งนี้ แม้จะมีการจำกัดการส่งออกน้ำมันเบนซิน แต่การส่งออกน้ำมันดิบยังคงดำเนินต่อไปตามปกติ โดยรัสเซียยังคงเป็นหนึ่งในผู้ส่งออกน้ำมันดิบรายใหญ่ของโลก
มาตรการดังกล่าวคาดว่าจะส่งผลกระทบทางอ้อมต่อตลาดน้ำมันในภูมิภาคเอเชีย รวมถึงประเทศไทย ผ่านราคาอ้างอิงในตลาดสิงคโปร์ ซึ่งอาจทำให้ราคาน้ำมันเบนซินในประเทศมีแนวโน้มปรับสูงขึ้นตั้งแต่เดือนเมษายนเป็นต้นไป
ขณะเดียวกัน ประเทศผู้นำเข้าหลักอย่างจีน ตุรกี และบราซิล อาจต้องเผชิญความเสี่ยงด้านราคาที่เพิ่มสูงขึ้นและอุปทานที่ตึงตัวตลอดช่วง 4 เดือนของมาตรการนี้
นักวิเคราะห์มองว่า การตัดสินใจของรัสเซียสะท้อนแนวทางให้ความสำคัญกับเสถียรภาพภายในประเทศเป็นลำดับแรก โดยเฉพาะในช่วงที่ตลาดพลังงานโลกยังผันผวนจากปัจจัยด้านภูมิรัฐศาสตร์
ในอดีต รัสเซียเคยใช้มาตรการระงับการส่งออกน้ำมันสำเร็จรูปชั่วคราวหลายครั้ง เพื่อรองรับความต้องการภายในประเทศ โดยเฉพาะภาคเกษตรและผู้บริโภค ซึ่งช่วยบรรเทาแรงกดดันด้านราคาได้ในระดับหนึ่ง
อ้างอิง:
Reuters: Russia to introduce ban on gasoline exports from April 1, govt says
Bloomberg: Russia Set to Ban Gasoline Exports From April 1 as Prices Jump




