News Logo
หน้าแรก
'สุรเกียรติ์' ชี้ปัญหาสูงวัยรั้ง ศก.ไทย แนะดูอย่างสิงคโปร์ รีเทรนคนแก่

'สุรเกียรติ์' ชี้ปัญหาสูงวัยรั้ง ศก.ไทย แนะดูอย่างสิงคโปร์ รีเทรนคนแก่

31 ก.ค. 2569 06:00
ผู้ชม 8 คน

"สุรเกียรติ์" ชี้ไทยเผชิญปัญหาความปั่นป่วนด้านประชากรรุนแรง สังคมสูงวัยฉุดรั้งเศรษฐกิจ หวั่นกำลังคนหด เตือนช่องว่าง ช่วงชีวิตยืนยาวกับช่วงชีวิตที่ดียังกว้าง แนะถอดตัวอย่างสิงค์โปร์เร่ง 'รีเทรน' พลังผู้สูงอายุ สร้างศักยภาพใหม่

สำนักข่าว Next News รายงานว่าเมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม 2569 นายสุรเกียรติ์ เสถียรไทย นายกสภาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย อดีตรองนายกรัฐมนตรีและอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ บรรยายปาฐกถาพิเศษในพิธีเปิดหลักสูตร ผู้บริหารยุทธศาสตร์การสื่อสารมวลชนระดับสูงด้านกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (บยสส.) รุ่นที่ 5 จัดโดย สถาบันอิศรา โดยบรรยายในการหยุดชะงักทางประชากร หรือ Demographic Disruption (ความปั่นป่วนทางด้านประชากร) โดยกล่าวว่า ประเทศไทยกำลังเผชิญการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากรครั้งใหญ่เข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างรวดเร็ว ซึ่งส่งผลให้ขนาดเศรษฐกิจหดตัวและเกิดช่องว่างระหว่างช่วงชีวิตกับช่วงสุขภาพดี ที่จำเป็นต้องเร่งพัฒนาและดึงศักยภาพของผู้สูงอายุกลับเข้าสู่กำลังแรงงาน

คลื่นสังคมสูงวัย: โลกที่โครงสร้างประชากรกำลังเปลี่ยนไป

นายสุรเกียรติ์ชี้ว่า โลกกำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากรอย่างรุนแรง ซึ่งถือเป็นหนึ่งในการหยุดชะงักที่สำคัญที่สุดในยุคปัจจุบัน โดยเฉพาะในทวีปเอเชีย ประเทศหลายแห่ง เช่น ไทย สิงคโปร์ จีน และญี่ปุ่น กำลังก้าวเข้าสู่ภาวะสังคมสูงอายุอย่างเต็มตัว ซึ่งหมายถึงสัดส่วนของประชากรสูงวัยมีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ตรงกันข้ามกับประเทศเพื่อนบ้านในภูมิภาคเดียวกันอย่างเมียนมาร์ ลาว เวียดนาม กัมพูชา ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย และมาเลเซีย ซึ่งยังคงเป็นสังคมที่สดใสและมีชีวิตชีวา มีประชากรวัยหนุ่มสาวจำนวนมาก ซึ่งเป็นกลุ่มคนที่มีความกล้าลงทุนและกล้าเสี่ยงต่อการเปลี่ยนแปลง สิ่งนี้เอง อดีตรองนายกรัฐมนตรีเน้นย้ำว่าทำให้เกิดความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญในแง่ของ ขนาดของเศรษฐกิจ และขีดความสามารถในการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศเหล่านั้น

นายสุรเกียรติ์ยกตัวอย่างเปรียบเทียบว่า ประเทศเวียดนามมีประชากรเกือบ 100 ล้านคน โดยประมาณ 90 ล้านคนเป็นคนรุ่นหนุ่มสาวซึ่งอยู่ในวัยทำงานที่พร้อมลงทุนและกล้าเสี่ยง สิ่งนี้ทำให้เวียดนามมีศักยภาพในการขยายตัวทางเศรษฐกิจสูง ตรงกันข้ามกับประเทศไทย ที่มีประชากรประมาณ 60-70 ล้านคน อย่างไรก็ตาม นายสุรเกียรติ์ตั้งข้อสังเกตว่าตัวเลขประชากรของไทยยังไม่ค่อยตรงกันนักในแต่ละหน่วยงาน โดยประมาณการอยู่ระหว่าง 60 ถึง 70 ล้านคน และยังไม่รวมชาวต่างชาติอีกประมาณ 10 ล้านคน ล่าสุดสหประชาชาติได้ระบุว่ามีชาวเมียนมาร์ประมาณ 10 ล้านคนอาศัยอยู่ในประเทศไทย ซึ่งถือเป็นกำลังแรงงานส่วนหนึ่งของประเทศในปัจจุบัน

ผลกระทบจากสังคมสูงวัยต่อเศรษฐกิจไทย

อดีตรองนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า จากพฤติกรรมการใช้จ่าย ส่วนใหญ่ของคนไทยที่เป็นผู้สูงอายุนั้นไม่ค่อยชอบใช้เงินมากนัก แต่จะชอบฝากเงิน ทำให้ภาคการเงินของประเทศมีเงินฝากจำนวนมาก แต่ในทางกลับกัน การหมุนเวียนทางเศรษฐกิจกลับไม่คึกคักเท่าที่ควร เมื่อเทียบกับประเทศที่มีประชากรวัยหนุ่มสาวเป็นส่วนใหญ่ ผู้สังเกตการณ์จากต่างประเทศจึงมองว่าประเทศไทยไม่ใช่เศรษฐกิจ ที่มีประชากร 70 ล้านคนอย่างเต็มศักยภาพ แต่เป็นอีโคโนมีที่อาจจะเหลือเพียง 50 ล้านคนเท่านั้น ดังนั้น การผลิตสินค้าหรือบริการในประเทศไทยจึงไม่สามารถคาดหวังฐานลูกค้าได้ถึง 70 ล้านคนอย่างที่คิดไว้แต่เดิม ยิ่งผู้สูงอายุมีจำนวนมากขึ้นและมีแนวโน้มใช้จ่ายเงินน้อยลง ยิ่งส่งผลให้ขนาดทางเศรษฐกิจ หรือขนาดของตลาดลดลง ซึ่งแตกต่างจากฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย หรือเวียดนามอย่างชัดเจน เนื่องจากประเทศเหล่านั้นยังมีฐานประชากรวัยหนุ่มสาวที่ขับเคลื่อนการบริโภคและการลงทุนอยู่มาก

นายสุรเกียรติ์ยังเน้นย้ำว่า การหดตัวของขนาดเศรษฐกิจเช่นนี้ ย่อมส่งผลกระทบโดยตรงต่อการตัดสินใจของนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศ ที่อาจมองว่าตลาดไทยมีศักยภาพในการเติบโตลดลง เมื่อเทียบกับประเทศในภูมิภาคที่มีโครงสร้างประชากรที่เอื้อต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจมากกว่า ซึ่งนี่คือความท้าทายเชิงโครงสร้างที่ประเทศไทยจำเป็นต้องเร่งหามาตรการรับมือ เพื่อรักษาขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศไว้ในระยะยาว หากไม่เร่งปรับตัว อาจทำให้ประเทศสูญเสียความน่าสนใจในการลงทุนไป

ช่องว่างระหว่าง Life Span กับ Health Span: โจทย์ใหญ่ของประเทศ

นายสุรเกียรติ์กล่าวถึงประเด็นปัญหาสำคัญอีกประการของประเทศไทยคือช่องว่างระหว่างช่วงชีวิต กับ ช่วงชีวิตที่มีสุขภาพดี ว่า คนไทยมีอายุยืนยาวขึ้นมาก โดยมี "Life Span" หรือช่วงเวลาที่คนมีชีวิตอยู่เฉลี่ยถึง 90-100 กว่าปี แต่ ช่วงชีวิตที่มีสุขภาพที่ดีและสามารถใช้ชีวิตได้อย่างมีคุณภาพ กลับมาอยู่ที่ประมาณ 70 กว่าปี โดยที่บางคนแม้จะยังไม่ติดเตียง แต่ความสามารถในการช่วยเหลือตัวเองกลับลดน้อยลง

นายสุรเกียรติ์ระบุว่านี่คือโจทย์ใหญ่ของประเทศไทยว่าจะทำอย่างไรที่จะให้ช่องว่าง หรือ ช่องว่างระหว่าง ช่วงชีวิต กับ ช่วงชีวิตที่มีสุขภาพดี แคบลง ให้คนไทยมีอายุยืนยาวพร้อมกับสุขภาพที่แข็งแรงด้วย เพื่อให้ผู้สูงอายุสามารถใช้ชีวิตได้อย่างมีคุณภาพและเป็นประโยชน์ต่อสังคมต่อไปนานขึ้น

เพื่อแก้ไขปัญหานี้ นอดีตรองนายกรัฐมนตรีเสนอแนวคิดที่จะทำอย่างไรให้ผู้สูงอายุที่ยังแข็งแรง มีสติปัญญาดี และมีความต้องการที่จะทำงาน สามารถกลับเข้ามาสู่ "Workforce" (กำลังแรงงาน) ได้อีกครั้ง ซึ่งเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่งในยุคปัจจุบัน

โดยอดีตรองนายกรัฐมนตรีกล่าวว่าการใช้ประโยชน์จากประสบการณ์และความรู้ของผู้สูงอายุ จะช่วยเสริมสร้างศักยภาพของประเทศท่ามกลางภาวะขาดแคลนกำลังแรงงานที่เกิดขึ้นจากสัดส่วนประชากรวัยทำงานที่ลดลง

บทเรียนจากสิงคโปร์: การฝึกอบรมผู้สูงอายุเพื่อกำลังแรงงานใหม่

อดีตรองนายกรัฐมนตรีได้ยกตัวอย่างจากประเทศสิงคโปร์ ซึ่งประสบความสำเร็จในการรับมือกับความท้าทายนี้ สิงคโปร์ใช้วิธี "Retrain" (ฝึกอบรมใหม่) สำหรับผู้สูงอายุที่เกษียณไปนานแล้วแต่ยังมีความต้องการที่จะทำงาน โดยเปิดโอกาสให้เข้ารับการฝึกอบรมในทักษะใหม่ๆ เช่น การทำ "E-commerce" (พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์) หรือการใช้งาน "AI" (ปัญญาประดิษฐ์) ในด้านต่างๆ เพื่อให้พวกเขาสามารถกลับเข้ามาช่วยใน "Work Process" (กระบวนการทำงาน) ได้อีกครั้ง นายสุรเกียรติ์ระบุว่านี่แสดงให้เห็นถึงความพยายามของประเทศในการพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาส ด้วยการใช้ประโยชน์จากประสบการณ์และศักยภาพของผู้สูงอายุที่ยังมีคุณภาพ ซึ่งเป็นแนวทางที่ประเทศไทยสามารถนำมาปรับใช้ได้ เพื่อสร้างแรงงานที่มีคุณภาพและลดผลกระทบจากสังคมสูงวัย

นายสุรเกียรติ์กล่าวทิ้งท้ายว่า ประเทศไทยจำเป็นต้องให้ความสำคัญกับการวางแผนเชิงกลยุทธ์เพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงทางประชากรนี้อย่างจริงจัง โดยต้องส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตและการพัฒนาทักษะใหม่ๆ ให้แก่ประชากรทุกวัย โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มผู้สูงอายุ เพื่อให้พวกเขายังคงเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมของประเทศต่อไปในอนาคต การไม่ดำเนินการอย่างจริงจัง อาจทำให้ประเทศไทยต้องเผชิญกับภาวะเศรษฐกิจถดถอยและปัญหาทางสังคมที่ซับซ้อนยิ่งขึ้นในระยะยาว ทั้งนี้ ทุกภาคส่วนในสังคมต้องร่วมมือกันเพื่อวางแผนและดำเนินการให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม เพื่ออนาคตที่มั่นคงของประเทศ

แท็กที่เกี่ยวข้อง
สังคมสูงวัย



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'สุรเกียรติ์' ชี้โควิด-19 ย้ำไทยอ่อนแอโรคระบาด จี้ รบ.ดัน สธ.เท่าเทียม
'สุรเกียรติ์' ชี้โควิด-19 ย้ำไทยอ่อนแอโรคระบาด จี้ รบ.ดัน สธ.เท่าเทียม