เอกชนชี้ไทยมีศักยภาพเป็นศูนย์กลาง Data Center แนะรัฐบาลเร่งแก้ข้อจำกัดด้านน้ำ-ไฟฟ้า ต้องไม่แย่งอุตสาหกรรมอื่นและชุมชน พร้อมถ่ายทอดเทคโนโลยี-พัฒนาบุคลากรไทย
สำนักข่าว Next News รายงานเมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2569 นายมนตรี มหาพฤกษ์พงศ์ รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า การลงทุน Data Center มีบทบาทสำคัญต่อการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลของประเทศ รองรับการพัฒนาเทคโนโลยี Cloud, AI และ Big Data ตลอดจนช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคอุตสาหกรรมไทย อย่างไรก็ตาม การส่งเสริมการลงทุนจำเป็นต้องดำเนินควบคู่กับการบริหารจัดการทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมกำหนดเงื่อนไขให้ผู้ประกอบการและเศรษฐกิจไทยได้รับประโยชน์อย่างเป็นรูปธรรม
นายมนตรีกล่าวว่า ทั้งนี้ ผลสำรวจ FTI CEO Poll ครั้งที่ 51 ประจำเดือนกรกฎาคม 2569 จากการสำรวจผู้บริหาร ส.อ.ท. 160 ท่าน ครอบคลุม 48 กลุ่มอุตสาหกรรม และ 76 สภาอุตสาหกรรมจังหวัด ภายใต้หัวข้อ “มุมมองภาคอุตสาหกรรมต่อการลงทุน Data Center ในไทย” พบว่า ผู้บริหารภาคอุตสาหกรรมส่วนใหญ่เห็นว่าการลงทุน Data Center มีความสำคัญต่อการพัฒนาเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมไทยในระดับมากถึงมากที่สุด รวม 72.5% โดยประเทศไทยมีความพร้อมด้านโครงข่ายอินเตอร์เน็ตและโทรคมนาคมมากที่สุด รองลงมา ได้แก่ ระบบไฟฟ้าและความมั่นคงด้านพลังงาน ขณะที่กฎหมายและการคุ้มครองข้อมูล รวมถึงระบบรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์ ยังเป็นด้านที่ต้องเร่งพัฒนา
นายมนตรีกล่าวว่า สำหรับประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ ผู้บริหารส่วนใหญ่มองว่า Data Center จะเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญที่สนับสนุนการใช้ Big Data, AI, IoT และระบบอัตโนมัติ เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการ ลดต้นทุน และยกระดับประสิทธิภาพการผลิต ขณะเดียวกัน ยังเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทาน ทั้งงานก่อสร้าง ระบบไฟฟ้า ระบบทำความเย็น อุปกรณ์ ตลอดจนงานบริหารจัดการและบำรุงรักษา ซึ่งจะช่วยสร้างงานทักษะสูงและมูลค่าเพิ่มภายในประเทศ นอกจากนี้ ผู้บริหาร ส.อ.ท. เสนอให้ภาครัฐกำหนดเงื่อนไขการส่งเสริมการลงทุนที่เชื่อมโยงกับการถ่ายทอดเทคโนโลยี การวิจัยและพัฒนาร่วมกับภาคธุรกิจและสถาบันการศึกษาไทย ควบคู่กับการพัฒนาทักษะบุคลากรด้าน AI, Cloud และ Data Analytics รวมถึงสนับสนุนผู้ประกอบการดิจิทัลและสตาร์ทอัพไทยให้สามารถพัฒนาซอฟต์แวร์ บริการ และแพลตฟอร์มที่เชื่อมโยงกับ Data Center เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม ยกระดับขีดความสามารถของบุคลากรและผู้ประกอบการไทย และพัฒนาระบบนิเวศดิจิทัลของประเทศให้เข้มแข็ง พร้อมลดการพึ่งพาเทคโนโลยีจากต่างประเทศ
อย่างไรก็ตาม ผู้บริหารส่วนใหญ่ ยังมีความกังวล เกี่ยวกับปริมาณน้ำในพื้นที่ ซึ่งอาจไม่เพียงพอต่อความต้องการที่เพิ่มขึ้น อาจนำไปสู่การแย่งใช้ทรัพยากรกับภาคอุตสาหกรรมและชุมชน เพิ่มภาระต่อโครงสร้างพื้นฐาน กระทบต่อความมั่นคงของระบบไฟฟ้า และทำให้ต้นทุนค่าไฟฟ้าของผู้ใช้กลุ่มอื่นสูงขึ้น ขณะเดียวกันกฎหมาย มาตรฐาน และระบบกำกับดูแลที่ยังไม่ชัดเจนหรือไม่ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี อาจเพิ่มความเสี่ยงด้านการคุ้มครองข้อมูลและความมั่นคงทางไซเบอร์ ซึ่งอาจกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนและการยอมรับของประชาชน
จากข้อกังวลดังกล่าว ผู้บริหาร ส.อ.ท. จึงเสนอให้มีการกำหนดอัตราค่าไฟฟ้าและค่าบริการโครงข่ายให้สะท้อนต้นทุนที่แท้จริง เพื่อไม่ให้เกิดภาระต่อผู้ใช้ไฟฟ้ากลุ่มอื่น พร้อมส่งเสริมการเชื่อมโยงกับผู้ประกอบการไทย การพัฒนาบุคลากร และการถ่ายทอดเทคโนโลยี รวมทั้งกำหนดมาตรฐานขั้นต่ำด้านประสิทธิภาพการใช้พลังงาน การใช้พลังงานสะอาด และการจัดการสิ่งแวดล้อม ตลอดจนพิจารณาให้สิทธิประโยชน์แบบขั้นบันไดตามประสิทธิภาพและมูลค่าเพิ่มที่เกิดขึ้นภายในประเทศ เพื่อให้การลงทุน Data Center เติบโตอย่างสมดุลและยั่งยืน โดยไม่ผลักภาระต้นทุนและผลกระทบด้านทรัพยากรไปยังภาคส่วนอื่น พร้อมสร้างมูลค่าเพิ่มและกระจายประโยชน์สู่เศรษฐกิจไทย"นายมนตรีกล่าว
นายมนตรีกล่าวว่า ส่วนคำถามถึงสถานการณ์ของประเทศไทยในการก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลาง Data Center ของภูมิภาค ผู้บริหารส่วนใหญ่ 48.8% เห็นว่าไทยมีศักยภาพ แต่ยังต้องเร่งแก้ไขข้อจำกัดสำคัญ ขณะที่ 34.4% เห็นว่าไทยมีโอกาสเป็นหนึ่งในฐาน Data Center ของภูมิภาค แต่ยังไม่ถึงระดับศูนย์กลาง สะท้อนว่าการดึงดูดเม็ดเงินลงทุนเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ ภาครัฐจึงต้องเร่งสร้างความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐาน ควบคู่กับการสร้างมูลค่าเพิ่มและกระจายประโยชน์สู่ผู้ประกอบการและเศรษฐกิจไทยในระยะยาว

-1-




