'แบงก์ชาติ'หนุนเอกชนใช้เงินสกุลท้องถิ่น ชี้เป็นทางเลือกทำธุรกรรมการค้า-ลงทุน หลังธนาคารของจีนให้เงินบาทใช้ชำระค่าสินค้าและบริการได้
สำนักข่าว Next News รายงานเมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2569 ว่าจากรณีที่ธนาคารพาณิชย์ของจีน อย่างน้อย 6 แห่งเพิ่มสกุลเงินท้องถิ่นประมาณ 12 สกุล รวมทั้งเงินบาทไทย ในชำระค่าสินค้าและบริการกับเงินหยวนโดยตรง เพื่อให้ภาคธุรกิจของจีนลดการพึ่งพาเงินดอลลาร์นั้น
รายงานข่าวจากธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.)แจ้งว่า ที่ผ่านมาการสนับสนุนการใช้เงินสกุลท้องถิ่น (Local Currency) ในการค้าและการลงทุนระหว่างประเทศเป็นแนวทางที่หลายประเทศ ในภูมิภาคให้ความสำคัญและดำเนินมาต่อเนื่อง ทั้งจากการค้าระหว่างกันและความผันผวนของเงินสกุลหลักที่สูงขึ้นโดยเฉพาะจากปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ เพื่อให้ธุรกิจมีทางเลือกในการบริหารความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน โดยในเวทีความร่วมมือระดับภูมิภาคทั้ง ASEAN และ ASEAN+3 ก็มีแนวนโยบายสนับสนุนความร่วมมือดังกล่าว
"ธปท.สนับสนุนให้ผู้ประกอบการมีทางเลือกในการทำธุรกรรมระหว่างประเทศโดยใช้เงินสกุลท้องถิ่นผ่านความร่วมมือในรูปแบบต่างๆ อาทิ ความตกลงทวิภาคีว่าด้วยการแลกเปลี่ยนเงินตราสกุลท้องถิ่นกับทางการจีน และการจัดตั้งกลไกส่งเสริมการทำธุรกรรมด้วยเงิน
สกุลท้องถิ่นเพื่อการค้าและการลงทุนร่วมกับทางการมาเลเซียและอินโดนิเซีย เพื่อเพิ่มความสะดวกและประสิทธิภาพการใช้เงินสกุลท้องถิ่นให้กับภาคธุรกิจ"รายานข่าวระบุ
รายงานข่าวแจ้งว่า อย่างไรก็ดี จากรายงานของ Swift เกี่ยวกับ Global payments currency & International payments currency ณ เดือนมิถุนายน 2569 (รูปที่ 1) พบว่าการใช้เงินสกุลท้องถิ่นในการชำระค่าสินค้าและบริการยังอยู่ในระดับต่ำเทียบกับการใช้เงินสกุลหลัก ส่วนหนึ่งเนื่องจากธุรกิจอาจยังมี
คู่ค้าอยู่ในหลายประเทศ จึงยังต้องใช้เงินสกุลหลักอยู่ โดยในกรณีของไทย แม้การค้ากว่าร้อยละ 62 จะอยู่กับประเทศในภูมิภาคเอเชียเป็นหลัก แต่ชำระเป็นเงินสกุลท้องถิ่นเพียงร้อยละ 17 ของมูลค่าการค้ารวม (รูปที่ 2) ขณะที่การค้าระหว่างไทย-จีน มีการใช้เงินบาทและหยวนรวมกันประมาณร้อยละ 18 ของมูลค่าการค้าระหว่างสองประเทศ




