‘สุรพล โอภาสเสถียร’ผู้อำนวยการใหญ่เครดิตบูโร โพสต์เตือนหนี้เสีย ‘เอสเอ็มอี’ พุ่ง ขณะนี้สินเชื่อต่ำติดดิน ชี้ระเบิดเวลาเศรษฐกิจไทย แนะใช้ยาแรงเร่งถอดชนวน หนุนผู้ว่าธปท.ลุยแก้โครงสร้าง ไม่ติดกับดัก ‘เสถียรภาพ’
สำนักข่าว Next News รายงานเมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 2569 ว่า นายสุรพล โอภาสเสถียร ผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด (เครดิตบูโร) โพสต์เฟซบุ๊กเตือนเรื่องหนี้เสียของเอสเอ็มอี ที่เป็นอันตรายต่อเศรษฐกิจไทย โดยระบุว่า “ตัวเลขของ SMEs-นิติบุคคล(ไม่รวมบุคคลธรรมดา) จากฐานข้อมูลสถิติการให้กู้ของสถาบันการเงินในระบบของเครดิตบูโรที่ไม่มีตัวตนจำนวน 2.54 ล้านล้านบาท 1.1 ล้านบัญชีเศษ ณ มิถุนายน 2569 หรือไตรมาส 2 ของปี 2569 อันเป็นประเด็นหนึ่งที่ถูกหยิบยกขึ้นมาในหลายภาคส่วนว่าต้องเร่งเข้ามาแก้ไขไม่ให้แย่, ทรุดลงไปกว่านี้ เพราะ SMEs-นิติบุคคลเหล่านี้คือนายจ้าง คือเส้นเลือดที่กระจายไปทั่วร่างกายเศรษฐกิจไทย ทุกท่านทราบหรือไม่ว่าสินเชื่อมีการเติบโตเพียง 0.5% YoY ซึ่งมันน้อยมากๆ การโตต่ำเตี้ยเรี่ยดินแบบนี้ ไม่ต้องพูดถึงเสถียรภาพหล่ะครับ ถ้าไม่ทำอะไรแรงๆ กระชากขึ้นมา เวลาลงไปถึงก้นหลุมของเศรษฐกิจแล้วจะไปกันอย่างไร”
นายสุรพลระบุอีกว่า ภาพต่อไปคือ NPLs ตัวเลขคือ 10.92% หรือคิดกลมๆ คือ 11% มากกว่าที่แบงก์ชาติรายงานที่ 9.5% เพราะมันมีคนปล่อยที่ไม่ใช่แบงก์พาณิชย์รวมอยู่ด้วย มันเติบโต 3.3%YoY จำนวน 80,000 บัญชี
SM หรือหนี้กำลังจะเสียตามมาครับที่ 4.95% หรือกลมๆ คือ 5% ครับท่านทั้งหลาย จำนวน 1.21แสนล้านบาท เติบโต -9.3% จำนวน 67,500 บัญชี
TDR ปรับโครงสร้างหนี้หลังเป็น NPLs เท่ากับ 2.22 แสนล้านบาท เติบโต -3.4% จำนวน 46,700 บัญชี
DR ปรับโครงสร้างหนี้เชิงป้องกันเมื่อเป็น SM จำนวนรวมเวลานี้ 3.3 แสนล้านบาทจากเมื่อ มิ.ย.2568 อยู่ที่ 2.5 แสนล้านบาท เพิ่มมาอยู่ที่ 85,900 บช.จากมิ.ย.2568 ที่มีอยู่ 64,700 บัญชี
“ตัวเลขไม่เคยหลอกใคร มีแต่ใจที่หลอกตัวเองว่าต้องเอาแบบแนวเก่า คิดแต่กรอบเก่า ธนาคารกลางคือหอคอยงาช้าง "พูดสวยๆ ยืนตรง ไม่ลงมือทำ" ทั้งที่เวลาตนเองกินเงินเดือนในเวลานั้นก็หาอะไรเป็นชิ้นเป็นอันไม่เจอ เศรษฐกิจจริงไม่ดี แย่ลง มันจะไม่วนมาหาเสถียรภาพได้อย่างไร อย่างที่ท่านปัจจุบันต้องเหลืออด ออกมากระแทกท่านผู้เฒ่าเล่าเรื่องอดีต”นายสุรพลระบุ
“#ปัญหาโครงสร้างองค์กรก็ปรับแล้ว เลิกเป็นนักวิ่ง กลับมาทำหน้าที่ ตามกำลังความสามารถได้แล้ว NPLs 11%บวก SM อีก 5% รวมกันมัน 16% นะครับ อายลูกน้องเด็กๆ น้องๆ ที่ทำข้อมูลเสนอ ผลัดกันเขียน เวียนกันอ่าน ผ่านกันชมอยู่นั่นจนพวกเขาท้อแล้ว... บุญกุศลท่านๆ จะได้บังเกิดโดยไม่ต้องลาไปปฎิบัติธรรมเพื่อสะสมแต้มบุญกันครับ#”นายสุรพลโพสต์
ทั้งนี้ นายสุรพล ยังโพสต์ภาพนายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) พร้อมโควทคำพูดว่า"จะมีประโยชน์อะไร ถ้าแบงก์ชาติบรรลุเป้าหมายเสถียรภาพ แต่เศรษฐกิจแย่ลงเรื่อยๆ ธุรกิจปิดตัว และจะมีคนจนลงอีกมากแน่นอน ขอย้ำอีกครั้งว่า ภารกิจหลักของแบงก์ชาติคือ ‘การรักษาเสถียรภาพเศรษฐกิจมหภาค’ ไม่เคยเปลี่ยนเลย แต่เมื่อโลกทุกวันนี้เปลี่ยนแปลงไปมาก ไม่ได้เหมือนโลกยุคก่อนแล้ว แบงก์ชาติยุคนี้จึงต้องเน้นลงมือทำ ‘แก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง’ แต่ทำเฉพาะที่เกี่ยวกับด้านการเงิน"




