'อนุทิน' เซ็นระเบียบตั้งบอร์ดคุม 'ดาต้าเซ็นเตอร์' ชี้แม้เป็นประโยชน์ต่อเศรษฐกิจ แต่ต้องไม่ให้กระทบการใช้ไฟ-น้ำ-สิ่งแวดล้อม พร้อมรักษาอธิปไตยข้อมูลของชาติ
สำนักข่าว Next News รายงานว่า ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยคณะกรรมการนโยบายการประกอบกิจการดาต้าเซ็นเตอร์ พ.ศ. 2569 ซึ่งนายอนุทิน ชาญวีรกูล ลงนามเมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2569 โดยเนื้อหาระเบียบฯระบุว่า ดาต้าเซ็นเตอร์แม้จะเป็นโครงสร้างพื้นฐานของอุตสาหกรรมและธุรกิจแห่งอนาคต แต่ก็ต้องใช้พลังงานไฟฟ้าสูงมากในการประกอบกิจการ ขณะที่ความต้องการใช้พลังงานไฟฟ้าในกิจกรรมอื่นๆ ของประเทศก็เพิ่มสูงขึ้นโดยต่อเนื่อง และประเทศมีข้อจำกัดในการเพิ่มปริมาณการผลิตไฟฟ้าและการเข้าถึงไฟฟ้าของประชาชนในพื้นที่ห่างไกล การประกอบกิจการดาต้าเซ็นเตอร์จึงอาจกระทบต่อความต้องการใช้ไฟฟ้า ราคาค่าไฟฟ้า และการเข้าถึงไฟฟ้าของประชาชน ทั้งอาจกระทบต่อเสถียรภาพของระบบไฟฟ้า และความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศโดยรวม ทั้งกิจการนี้ก่อให้เกิดความร้อนสูง หากไม่มีการกำกับดูแลอย่างใกล้ชิดก็จะเป็นการเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดอัคคีภัย ทั้งต่อสถานประกอบการเองและต่อผู้อยู่อาศัย และชุมชนบริเวณใกล้เคียง กับเป็นกิจการที่ต้องใช้ทรัพยากรน้ำปริมาณมากในการทำความเย็น จึงกระทบต่อปริมาณน้ำประปาและน้ำดิบสำหรับใช้ในการอุปโภคบริโภคของประชาชน การประกอบเกษตรกรรม อุตสาหกรรมอื่น และสิ่งแวดล้อม
จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีนโยบายเกี่ยวกับการประกอบกิจการนี้ให้ชัดเจน เพื่อให้การประกอบกิจการนี้เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ โดยไม่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงทางพลังงานของประชาชนและประเทศชาติในภาพรวม มีการจัดสรรการใช้พลังงานไฟฟ้า และทรัพยากรน้ำที่เหมาะสมและเป็นธรรมแก่ทุกภาคส่วน ประสิทธิภาพในการใช้พลังงานไฟฟ้าและน้ำ การรักษาอธิปไตยด้านข้อมูลของชาติ การป้องกันปัญหาอัคคีภัยและมลพิษต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นจากการประกอบกิจการนี้ที่เกิดขึ้นแล้วในหลายประเทศทั่วโลก รวมทั้งการบรรลุเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอนของประเทศ
ระเบียบระบุว่า อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 11 (8) แห่งพ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534 นายกรัฐมนตรีโดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี จึงวางระเบียบไว้ ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา เป็นต้นไป
ระเบียบระบุว่า “ดาต้าเซ็นเตอร์” หมายความว่า อาคาร สถานที่ หรือสิ่งปลูกสร้างที่มีและใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ในการให้บริการที่เกี่ยวข้องกับการรวบรวม เก็บ ประมวลผล รับฝาก หรือรับส่งข้อมูลด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์แก่บุคคลอื่นที่ไม่ใช่บริษัทในเครือ ทั้งนี้ ตามที่คณะกรรมการนโยบายการประกอบกิจการดาต้าเซ็นเตอร์กำหนด
ทั้งนี้ คณะกรรมการนโยบายการประกอบกิจการดาต้าเซ็นเตอร์ ประกอบด้วย (1) รองนายกรัฐมนตรีซึ่งนายกรัฐมนตรีมอบหมายคนหนึ่ง เป็นประธานกรรมการ (2) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม รองประธานกรรมการคนที่ 1 (3) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย รองประธานกรรมการคนที่ 2 (4) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน รองประธานกรรมการคนที่ 3 (5) กรรมการโดยตำแหน่ง ได้แก่ ปลัดกระทรวงการคลัง ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ปลัดกระทรวงพลังงาน ปลัดกระทรวงพาณิชย์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กรรมการกิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ และผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (6) กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งนายกรัฐมนตรีแต่งตั้งจำนวนไม่เกิน 3 คน
ให้เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เป็นกรรมการและเลขานุการ ให้ข้าราชการสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติซึ่งเลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติมอบหมายจำนวนไม่เกิน 2 คน เป็นกรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ
ระเบียบระบุว่า ให้คณะกรรมการมีหน้าที่และอำนาจ ดังต่อไปนี้ (1) เสนอนโยบาย มาตรฐาน และกรอบแนวทางการปฏิบัติของหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องในการอนุมัติ อนุญาต ออกบัตรส่งเสริมการลงทุน หรือให้บริการต่างๆ ที่อยู่ในหน้าที่และอำนาจให้แก่ผู้ประกอบธุรกิจดาต้าเซ็นเตอร์ในราชอาณาจักร ต่อคณะรัฐมนตรี (2) ศึกษาวิเคราะห์ และติดตามประเมินผลกระทบของการประกอบกิจการดาต้าเซ็นเตอร์ เสนอต่อคณะรัฐมนตรี (3) แต่งตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อพิจารณาหรือทำการใด ๆ ตามที่คณะกรรมการมอบหมาย (4) ปฏิบัติการอื่นใดตามที่คณะรัฐมนตรีหรือนายกรัฐมนตรีมอบหมาย
ระเบียบระบุว่า นโยบาย มาตรฐาน และกรอบแนวทางการปฏิบัติตาม (1) นอกจากต้องคำนึงถึงผลประโยชน์ในทางเศรษฐกิจของประเทศในภาพรวมแล้ว ต้องมุ่งให้มีการใช้พลังงานสะอาด การรักษาความมั่นคงทางพลังงาน ราคาพลังงานที่เป็นธรรม การจัดสรรทรัพยากรน้ำอย่างเป็นธรรมและเกิดประโยชน์สูงสุด ประสิทธิภาพในการใช้พลังงานไฟฟ้าและน้ำ การผังเมือง การรักษาความปลอดภัยสาธารณะ โดยเฉพาะจากอัคคีภัย การรักษาอธิปไตยด้านข้อมูลของประเทศ การป้องกันและเยียวยาผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อสิ่งแวดล้อมและความเป็นอยู่โดยปกติสุขของประชาชนและชุมชน และเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอนของประเทศด้วย
"เมื่อคณะรัฐมนตรีมีมติตาม (1) หรือ (2) แล้ว ให้หน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องดำเนินการให้เป็นไปตามมติคณะรัฐมนตรีนั้น และรายงานผลการดำเนินการต่อคณะกรรมการเพื่อทราบทุกสามเดือน ในกรณีที่มีปัญหาขัดข้องในการปฏิบัติตามมติคณะรัฐมนตรีดังกล่าวในเรื่องใด ให้หน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องรายงานคณะกรรมการเพื่อพิจารณาและเสนอแนะต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อแก้ไขปัญหาข้อขัดข้องนั้น"ระเบียบระบุ

ตั้งบอร์ดคุม 'ดาต้าเซ็นเตอร์' ไม่ให้กระทบใช้ไฟ-น้ำ ป้องข้อมูลของชาติ
15 ส.ค. 2569 19:49
ผู้ชม 6 คน
แท็กที่เกี่ยวข้อง
ก
ก
ก
ก
ก
ก



