News Logo
หน้าแรก
'ไชยชนก' แถลงเปิดตัว TH-AI Passport ชี้ AI วันนี้ไม่ต่างจากถนน ไฟฟ้า

'ไชยชนก' แถลงเปิดตัว TH-AI Passport ชี้ AI วันนี้ไม่ต่างจากถนน ไฟฟ้า

28 ส.ค. 2569 17:00
ผู้ชม 11 คน

DE แถลงเปิดตัว TH-AI Passport “ไชยชนก” ชี้ AI วันนี้ไม่ต่างจากถนน ไฟฟ้า อินเทอร์เน็ต ประเทศไหนประโยชน์ได้ก่อน เข้าเส้นชัยก่อน ไม่ห่วงฝ่ายค้านนำเรื่องนี้มาซักฟอก -ปลัด DE อ้างตัวชี้วัด AI ยังมีด้านไม่ผ่าน เลยต้องมีนโยบายผลักดัน

สำนักข่าว Next News รายงานข่าวว่าเมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2569 ที่โรงแรมเซนทาราแกรนด์ ศูนย์ราชการ แจ้งวัฒนะ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี)ได้แถลงข่าวเปิดตัวโครงการ “TH-AI Passport” และแพลตฟอร์ม AiPass โดยระบุว่าโครงการนี้มียอดลงทะเบียนล่วงหน้าทะลุ 1.3 ล้านคน และเตรียมเปิดให้บริการจริงตั้งแต่วันที่ 31 สิงหาคม 2569 เป็นต้นไป

นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ได้กล่าวในระหว่างการแถลงข่าวตอนหนึ่งว่า ในทุกยุคสมัย การพัฒนาจะมาพร้อมกับ “โครงสร้างพื้นฐาน” หากย้อนไปในอดีต เราเคยถามถึงถนน ไฟฟ้า และอินเทอร์เน็ต แต่ในวันนี้ที่กำลังก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ โครงสร้างพื้นฐานได้เปลี่ยนแปลงไปสู่ “มันสมองที่ช่วยเราคิดและลงมือทำ” ซึ่งนั่นคือปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI

“AI ในวันนี้ไม่ต่างจากถนน ไฟฟ้า หรืออินเทอร์เน็ตในวันวาน มันเปรียบเสมือนถนนที่เศรษฐกิจโลกกำลังวิ่งอยู่ และประเทศใดที่สามารถเข้าถึงและใช้ประโยชน์จากมันได้ก่อน ย่อมจะไปถึงเส้นชัยได้ก่อน” นายไชยชนกกล่าว

นายไชยชนกยกตัวอย่างถึงนักศึกษาที่อยากขายกะเพราออนไลน์ AI สามารถช่วยออกแบบเมนู คำนวณวัตถุดิบ ต้นทุน ราคา บริหารจัดการสต็อก และวางแผนโปรโมทได้ภายในเวลาไม่กี่วินาที ซึ่งเป็นเพียงตัวอย่างเล็กๆ แต่สะท้อนให้เห็นว่า AI สามารถเพิ่มผลิตผล ศักยภาพ ประสิทธิภาพ และลดต้นทุนที่สำคัญที่สุดของมนุษย์ นั่นคือ "เวลา" ได้อย่างเป็นนัยยะสำคัญ นี่คือพลังที่แท้จริงของ AI

อย่างไรก็ตาม  นายไชยชนกยอมรับว่ามีปัญหาเรื่องความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึง AI ระดับมืออาชีพหรือ AI Pro เพราะการจะเข้าถึง AI ที่มีความสามารถสูงในการประมวลผล คิดวิเคราะห์ ช่วยในการเรียนรู้ การค้าขาย และการทำงานได้นั้น ไม่สามารถใช้ในรูปแบบฟรีได้ การสมัครใช้งาน AI Pro มีค่าใช้จ่ายประมาณ 250-1,000 บาทต่อเดือนต่อค่าย ซึ่งสำหรับหลายคนอาจไม่ใช่ตัวเลขที่สูงนัก แต่สำหรับรัฐบาลและประชาชนส่วนใหญ่แล้ว นี่คือ “กำแพงแห่งความเหลื่อมล้ำ” ในยุคสมัย AI ที่รัฐบาลมีความตั้งใจจะทลายลง

โครงการ TH-AI Passport ยึดหลักการง่ายๆ สองข้อ คือ หนึ่ง โครงการนี้ต้องไม่ใช่แค่สิทธิพิเศษสำหรับผู้ที่จ่ายไหว แต่ต้องเป็นโอกาสที่พี่น้องประชาชนทุกคนที่อยากเข้าถึง AI ในรูปแบบโปรสามารถเข้าถึงได้ และสอง โครงการนี้ต้องไม่ใช่แค่การ "แจกของ" แต่เป็นการลงทุนกับทรัพยากรมนุษย์ในระยะยาว ด้วยหลักการนี้ โครงการจึงมีระบบหลักสามส่วน ได้แก่

  1. Access (การเข้าถึง): เปิดโอกาสให้ทุกคนเข้าถึง AI ระดับโปรได้ฟรี โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย เพื่อทลายกำแพงความเหลื่อมล้ำ

  2. Learn (การเรียนรู้): เป็นระบบ "Learn to Earn" ที่ผู้ใช้จะต้องเข้ามาเรียนรู้และพัฒนาศักยภาพตนเองทุกเดือน เพื่อต่ออายุการใช้งาน AI ให้ครบหนึ่งปี โดยมีหลักสูตรมากกว่า 96 หลักสูตรที่ได้รับมาตรฐานนานาชาติจาก UNESCO, ASEAN, และ ETDA ตั้งแต่ระดับพื้นฐานไปจนถึงระดับโปร นอกจากนี้ยังมีหลักสูตรที่พัฒนาร่วมกับพันธมิตรชั้นนำระดับโลกอย่าง Microsoft, Google, OpenAI, และ NVIDIA พร้อมเพิ่มเติมหลักสูตรใหม่ๆ ตลอดระยะเวลาโครงการ

  3. Apply (การใช้งานจริง): เมื่อผู้เข้าร่วมโครงการเรียนจบ จะได้รับใบประกาศนียบัตรที่สามารถนำความรู้ไปใช้ในการเรียน การทำงาน และธุรกิจได้ทันที เพราะระบบที่ 1 และ 2 จะไม่มีประโยชน์ หากท้ายที่สุดสิ่งที่ได้เรียนรู้ไม่สามารถนำไปใช้ในชีวิตจริงได้

นายไชยชนกกล่าวเน้นย้ำว่าโครงการนี้ไม่ใช่การแจกของ แต่เป็นการสอนคนไทยให้ใช้ AI ให้เป็น และถือเป็นการลงทุนครั้งใหญ่กับทรัพยากรบุคคลของประเทศไทย โครงการ TH-AI Passport จึงเปรียบเสมือน "บัตรผ่านสู่โลก AI" สำหรับคนไทยทุกคน ที่รวม AI Pro ระดับเดียวกับที่โลกใช้จาก 14 ค่าย มากกว่า 30 โมเดล ไว้ในที่เดียวฟรี สำหรับประชาชนทุกคนที่มีอายุมากกว่า 15 ปีขึ้นไป

ทั้งนี้ในช่วงการให้สัมภาษณ์หลังจากงานแถลงข่าว นายไชยชนกกล่าวย้ำยืนยันถึงความปลอดภัยของระบบเก็บข้อมูล TH-AI Passport โดยระบุว่าโครงการนี้ปลอดภัยกว่าการใช้งานในรูปแบบปกติ เนื่องจากในปัจจุบันข้อมูลส่วนใหญ่ที่ถูกประมวลผลมักจะดำเนินการในต่างประเทศ แต่สำหรับ TH-AI Passport จะมีข้อกำหนดให้ข้อมูลถูกส่งกลับมายังประเทศไทยและถูกลบหลังจากประมวลผล ทำให้มีความปลอดภัยสูงกว่าการใช้งานทั่วไป

เมื่อถามว่ามีความกังวลหรือไม่ว่า โครงการ TH-AI Passport ได้ถูกหยิบยกขึ้นเป็นประเด็นอภิปรายจากฝ่ายค้าน นายไชยชนกกล่าวตอบว่าตนยินดีกับการอภิปรายนี้ และมองว่าเป็นโอกาสอันดีที่จะช่วยโปรโมทให้ประชาชนเข้าร่วมโครงการมากขึ้น ซึ่งส่วนตัวหวังให้มีผู้ลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการถึง 5 ล้านคนในอนาคตอันใกล้ แม้ปัจจุบันจะมีผู้ลงทะเบียนแล้วกว่า 1 ล้านคนในระยะเวลาอันสั้น แต่ยอมรับว่ายอดเริ่มชะลอตัวลงเล็กน้อย

เมื่อถามต่อว่ากังวลไหมที่มีการนำเอาผู้จำหน่ายผลิตภัณฑ์ AI (vendor) มาร่วมในงานแถลงข่าวครั้งนี้แล้วอาจทำให้เป็นเป้าถูกสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริต (ป.ป.ช.) ตรวจสอบ นายไชยชนกกล่าวว่าตอบแทนไม่ได้ แต่เชื่อว่าจากการที่ Vendor เข้าร่วมเวทีวันนี้ แสดงว่าคงไม่ได้มีข้อกังวลมากนัก และเชื่อว่าทุกคนได้ศึกษาและดำเนินการที่สอดคล้องกับกฎหมายทั้งภายในและต่างประเทศแล้ว. การที่บริษัทระดับโลกมาร่วมเวทีนี้สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของตลาดไทยในเวทีโลก และศักยภาพของประเทศไทย.

เมื่อถามถึงโครงการมูลค่า 1,600 ล้านบาท นายไชยชนกชี้แจงว่าปัจจุบันโครงการนี้ไม่ใช่โครงการ 1,600 ล้านบาทแล้ว แต่เป็นโครงการที่จ่ายตามปริมาณการใช้งานจริง. หากมีผู้ใช้ 1 คน ใช้ไป 1 เดือน รัฐก็จ่ายเพียงประมาณ 25 บาท. สิ่งที่ได้จากโครงการนี้ไม่ใช่การแจกของฟรี แต่มีเป้าหมายหลักคือการส่งเสริมพัฒนาศักยภาพบุคลากรไทย โดยผู้เข้าร่วมจะต้องมีการเรียนรู้เพื่อปลดล็อกการใช้งาน. มีหลักสูตรมากกว่า 96 หลักสูตรที่เป็นมาตรฐานของยูเนสโกและอาเซียน รวมถึงหลักสูตรร่วมกับพันธมิตร

ซึ่งส่วนตัวมั่นใจว่าผู้เข้าร่วมจะได้สกิลติดตัว, ได้ใบประกาศนียบัตรที่สามารถนำไปใช้ในการเรียนและการทำงานได้ และจะมีกรณีตัวอย่างที่ประสบความสำเร็จเกิดขึ้นอย่างแน่นอน

ขณะที่นายพชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ได้กล่าวรายงานถึงความเป็นมาและวัตถุประสงค์ของโครงการว่า เทคโนโลยี AI มีบทบาทเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในทุกด้านของชีวิต ไม่ว่าจะเป็นการศึกษา การทำงาน การดำเนินธุรกิจ และชีวิตประจำวัน ดังนั้น ความสามารถในการทำความเข้าใจ เลือกใช้ และประยุกต์ใช้ AI จึงกลายเป็นทักษะสำคัญสำหรับประชาชนทุกช่วงวัย อย่างไรก็ตาม การเปิดให้ประชาชนเข้าถึงเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียวยังไม่เพียงพอ หากขาดความรู้พื้นฐาน ความเข้าใจเกี่ยวกับศักยภาพและข้อจำกัดของเทคโนโลยี รวมถึงทักษะในการใช้งานอย่างเหมาะสม ปลอดภัย และมีความรับผิดชอบ

ดังนั้น การส่งเสริมให้ประชาชนเข้าถึง AI จึงจำเป็นต้องดำเนินการควบคู่ไปกับการพัฒนาความรู้ความเข้าใจ หรือ AI Literacy และการสนับสนุนให้ AI ถูกนำไปประยุกต์ใช้ได้จริง หรือ AI Adoption เพื่อให้เทคโนโลยีสามารถสร้างประโยชน์ต่อประชาชน เศรษฐกิจ และสังคมได้อย่างแท้จริง โครงการ TH-AI Passport จึงถูกดำเนินภายใต้นโยบายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดีอี ที่ให้ความสำคัญกับการยกระดับทักษะดิจิทัลและการเปิดโอกาสให้ประชาชนเข้าถึงเทคโนโลยีอย่างทั่วถึง เพื่อสนับสนุนการขับเคลื่อนตามแผนปฏิบัติการด้านปัญญาประดิษฐ์แห่งชาติเพื่อการพัฒนาประเทศไทย พ.ศ. 2565-2570

โครงการนี้ตั้งเป้าหมายที่จะเปิดโอกาสให้ประชาชนไทยอายุ 15 ปีขึ้นไป สูงสุด 5 ล้านคน เข้าถึงการเรียนรู้และเครื่องมือ AI จากผู้พัฒนาชั้นนำผ่านแพลตฟอร์ม AiPass ควบคู่กับการเสริมสร้างความรู้และพัฒนาทักษะที่จำเป็น เพื่อให้ประชาชนสามารถเลือกใช้และนำ AI ไปประยุกต์ใช้ในการศึกษา การทำงาน และการประกอบธุรกิจได้อย่างเหมาะสม ปลอดภัย และมีความรับผิดชอบ หัวใจสำคัญของโครงการนี้ไม่ได้อยู่ที่การเปิดให้ประชาชนเข้าถึงเครื่องมือ AI เพียงอย่างเดียว แต่คือการเชื่อมโยงการเรียนรู้เข้ากับการใช้งานจริง เพื่อเปลี่ยนการเข้าถึงเทคโนโลยีให้กลายเป็นความรู้ ความสามารถ และโอกาสในการพัฒนาตนเอง โครงการนี้ได้รับการสนับสนุนจากบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำระดับโลก ทั้งในด้านองค์ความรู้ หลักสูตร เทคโนโลยี และโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อร่วมกันขยายโอกาสการเรียนรู้ด้าน AI ให้แก่ประชาชนและสร้างระบบนิเวศที่เอื้อต่อการพัฒนาทักษะของคนไทยในระยะยาว

นายพชรยังได้เสริมในการเสวนาว่า จากข้อมูลของ Microsoft เกี่ยวกับสัดส่วนประชากรวัยทำงาน (15-64 ปี) ในไตรมาส 1 ปี 2569 พบว่าอันดับของประเทศไทยในอาเซียนยังต้องได้รับการผลักดัน (ไม่ได้บอกอันดับด้านอะไร) โดยตัวเลขสะท้อนชัดเจนว่าแผน AI แห่งชาติ พ.ศ. 2565-2570 มีตัวชี้วัดที่ยังไม่ผ่าน จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องมีนโยบายหรือมาตรการเพื่อผลักดันให้แผนดังกล่าวใกล้ความจริงมากที่สุด

ปลัดกระทรวงดีอีกล่าวถึงบทเรียนจากเกาหลีใต้ที่แสดงให้เห็นว่านโยบายระดับชาติที่ผลักดันให้ประชาชนเข้าถึง AI ได้อย่างทั่วถึง พร้อมกับการพัฒนา AI ที่ใช้ภาษาท้องถิ่นของตนเอง เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ตัวเลขการใช้งานและประสิทธิภาพของ AI ดีขึ้นอย่างมีนโยบาย ซึ่งประเทศไทยเองก็จำเป็นต้องดำเนินการในลักษณะเดียวกันเพื่อยกระดับขีดความสามารถและลดความเหลื่อมล้ำทางเทคโนโลยี

 

แท็กที่เกี่ยวข้อง
TH-AI Passport



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'อภิสิทธิ์' ชี้รธน.60 มีช่องแทรกแซงองค์กรอิสระ เตือนระวังฮั้วสสร.
'อภิสิทธิ์' ชี้รธน.60 มีช่องแทรกแซงองค์กรอิสระ เตือนระวังฮั้วสสร.