‘ปกรณ์’จ่อชง ครม.เคาะมาตรการเออลี่รีไทร์ข้าราชการ แบ่ง 2 กลุ่ม อายุ 50 ปีขึ้นไปหรืออายุราชการ 25 ปีขึ้นไป และ อายุ 40–49 ปี มีอายุราชการ 10 ปีขึ้นไป จ่ายเงินก้อนสูงสุด 12 เท่า
สำนักข่าว Next News รายงานเมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2569 นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมความคืบหน้าเกี่ยวกับการรับฟังความคิดเห็น มาตรการเกษียณอายุก่อนกำหนดของข้าราชการพลเรือนสามัญ เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2569 ที่ผ่านมา หลังจากเปิดรับฟังความคิดเห็นระหว่างวันที่ 22 กรกฎาคม – 5 สิงหาคม 2569
ทั้งนี้ สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) นำเสนอผลการรับฟังความคิดเห็นต่อที่ประชุม 5 ประเด็น
1.การกำหนดกลุ่มเป้าหมายผู้เข้าร่วมมาตรการฯ เป็น 2 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มที่ 1 อายุ 50 ปีขึ้นไป หรืออายุราชการ 25 ปีขึ้นไป (ไม่รวมเวลาราชการทวีคูณ) และกลุ่มที่ 2 อายุ 40–49 ปี และอายุราชการ 10 ปีขึ้นไป (ไม่รวมเวลาราชการทวีคูณ)
2.การกำหนดจำนวนเท่าสูงสุดของสิทธิประโยชน์ (เงินก้อน) ในอัตราที่เท่ากันทั้ง 2 กลุ่ม
3.เงื่อนไขการยุบเลิกตำแหน่งเท่ากับจำนวนผู้เข้าร่วมมาตรการ
4.เงื่อนไขในการห้ามกลับเข้ารับราชการหรือเป็นพนักงานประจำในหน่วยงานภาครัฐทุกประเภท
5.การกำหนดให้ส่วนราชการสามารถจ้างบุคลากรภายนอก หรือ Outsource เพื่อขับเคลื่อน Digital Transformation
รายงานข่าวแจ้งว่า ที่ประชุมมีมติรับทราบผลการรับฟังความคิดเห็นและให้ความเห็นชอบในหลักการ ดังนี้ การกำหนดกลุ่มเป้าหมายผู้เข้าร่วมมาตรการเป็น 2 กลุ่ม, การกำหนดเงื่อนไขในการห้ามกลับเข้ารับราชการ และการจ้างบุคลากรภายนอก เพื่อขับเคลื่อน Digital Transformation, การกำหนดจำนวนเท่าสูงสุดของเงินก้อนที่ผู้เข้าร่วมมาตรการฯ จะได้รับในอัตราที่เท่ากันทั้ง 2 กลุ่ม ในอัตราสูงสุดไม่เกิน 12 เท่า ส่วนการกำหนดเงื่อนไขการยุบเลิกตำแหน่ง โดยให้ส่วนราชการยุบเลิกตำแหน่งเท่ากับจำนวนผู้เข้าร่วมมาตรการฯ และสามารถบริหารจัดการตำแหน่งที่จะนำมายุบเลิกได้ตามความเหมาะสม โดยไม่จำเป็นต้องยุบเลิกตำแหน่งที่ผู้เข้าร่วมมาตรการฯ ดำรงอยู่โดยตรง
ทั้งนี้ มอบหมายสำนักงาน ก.พ. หารือร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อจัดทำรายละเอียดมาตรการเกษียณอายุก่อนกำหนดของข้าราชการพลเรือนสามัญ และนำเสนอคณะกรรมการกำหนดเป้าหมายและนโยบายกำลังคนภาครัฐ (คปร.) และคณะรัฐมนตรี(ครม.) พิจารณาโดยเร็วต่อไป




