แมนพาวเวอร์กรุ๊ป เผยผลสำรวจแนวโน้มการจ้างงานภูมิภาค APME ไตรมาส 4/2569 พบกลุ่มธุรกิจสารสนเทศ-บริการด้าน IT มีความต้องการแรงงานสูงที่สุด-อินเดียต้องการจ้างงานสูงสุด 54%-เวียดนาม 36%-ญี่ปุ่น 7%
ผู้สื่อข่าวสำนักข่าว Next News ตรวจสอบข้อมูลพบว่า เมื่อเร็ว ๆ นี้ แมนพาวเวอร์กรุ๊ป (ManpowerGroup : บริษัทผู้ให้บริการด้านทรัพยากรบุคคลและจัดหางานระดับโลก) เปิดเผยรายงานผลสำรวจแนวโน้มการจ้างงานในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกและตะวันออกกลาง (APME) ไตรมาส 4 ปี 2569
จากผลสำรวจนายจ้าง 12,794 รายใน 11 ประเทศและภูมิภาค APME พบว่า นายจ้าง 46% วางแผนเพิ่มจำนวนพนักงานในช่วงเดือนตุลาคม-ธันวาคม 13% คาดว่าจะลดจำนวนพนักงาน ขณะที่ 40% คาดว่าจะไม่มีการเปลี่ยนแปลง ส่งผลให้ดัชนีแนวโน้มการจ้างงานสุทธิ (Net Employment Outlook: NEO) อยู่ที่ +33% ซึ่งเพิ่มขึ้น 5 จุดจากไตรมาส 3 ปี 2569 และ 4 จุดเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
@ อินเดียต้องการจ้างงานสูงสุด-อุตสาหกรรม Information-Tech & IT Services ต้องการแรงงานมาก
ในรายงานระบุว่า ประเทศที่มีดัชนีความต้องการจ้างงานสูงที่สุดในภูมิภาค 3 อันดับแรก ได้แก่ อินเดีย ซึ่งสูงถึง 54% ตามด้วย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ 41% และ เวียดนาม 36% ขณะที่ประเทศเศรษฐกิจสำคัญอื่น ๆ เช่น จีน 34% ออสเตรเลีย 27% สิงคโปร์ 13% และญี่ปุ่น 7% ส่วนประเทศที่มีดัชนีความต้องการจ้างงานต่ำสุด คือ สโลวาเกีย 3%

ภาพ1
รายงานยังระบุถึงดัชนีความต้องการจ้างงานสูงที่สุดในภูมิภาคจำแนกตามอุตสาหกรรม อันดับที่ 1 คือ ธุรกิจเทคโนโลยีสารสนเทศ (Information) 42% ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีการเติบโตเพิ่มขึ้นมากที่สุดเมื่อเทียบกับปีที่แล้ว (+11 จุด) รองลงมาเป็นธุรกิจเฉพาะทาง: เทคโนโลยีและบริการด้านไอที (Specialty Sector: Tech & IT Services) 41% ส่วนอันดับ 3 เป็นการเงินและการประกันภัย 40% อันดับที่ 4 คือ บริการด้านวิชาชีพ วิทยาศาสตร์ และเทคนิค 36% และอันดับที่ 5 คือ การก่อสร้างและอสังหาริมทรัพย์ 35%

ภาพ2
@ แม้จ้างงานง่ายขึ้น แต่ยังขาดแคลนแรงงานมีทักษะ
นอกจากนี้ในรายงานยังระบุถึง การศึกษาการเปลี่ยนแปลงของระยะเวลาในการเติมตำแหน่งงานว่างและการจ้างงานบุคลากรระดับเริ่มต้นอาชีพทั่วภูมิภาค ซึ่งพบว่า นายจ้างยังคงรักษาโมเมนตัมการจ้างงานไว้ได้ ควบคู่ไปกับการลงทุนสร้างกำลังคนสำหรับอนาคตอย่างต่อเนื่อง
อย่างไรก็ดี นายจ้างสามารถหาบุคลากรที่เหมาะสมได้รวดเร็วขึ้น โดยนายจ้างส่วนใหญ่ระบุว่า ตำแหน่งงานว่างถูกเติมเต็มในความเร็วใกล้เคียงเดิม 40% หรือเร็วขึ้นที่ 31% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา ขณะที่ 28% ระบุว่าใช้เวลานานขึ้น
นอกจากนี้ กลุ่มนายจ้างที่เติมตำแหน่งงานว่างได้ในอัตราใกล้เคียงเดิมหรือเร็วขึ้น มีปัจจัยมาจากการกำหนดกลุ่มเป้าหมายผู้สมัครได้ตรงจุดมากขึ้น 27% ตามมาด้วยกระบวนการอนุมัติและตัดสินใจภายในองค์กรที่รวดเร็วขึ้น 25% และการคัดกรองใบสมัครที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น รวมถึงการคัดกรองเรซูเม่ที่สร้างโดย AI 24%
ส่วนนายจ้างที่ใช้เวลาไปกับการจ้างงานที่นานขึ้น มีปัจจัยมาจากการขาดแคลนผู้สมัครที่มีทักษะตรงตามความต้องการ 38% ความไม่สอดคล้องระหว่างผู้สมัครกับตำแหน่งงาน 36% และการขาดแคลนผู้สมัครที่มีคุณสมบัติเหมาะสมในตลาดท้องถิ่น 32%
ทั้งนี้ ปีที่ผ่านมาการจ้างงานบุคลากรระดับเริ่มต้นอาชีพทั่วภูมิภาค APME ยังคงแข็งแกร่ง โดย 45% ของนายจ้างเพิ่มการจ้างงานกลุ่มนี้ ซึ่งนับว่ามากกว่าสองเท่าของสัดส่วนที่รายงานว่าลดลง 18% ขณะที่ 36% ระบุว่าไม่มีการเปลี่ยนแปลง
ขณะที่กลุ่มนายจ้างที่ลดการจ้างงานบุคลากรระดับเริ่มต้นอาชีพกล่าวถึงเหตุผลเรื่องแรงกดดันด้านต้นทุนที่ทำให้หันไปเลือกบุคลากรที่มีประสบการณ์มากกว่า 35% การลดกิจกรรมการจ้างงานโดยรวม 33% และระบบอัตโนมัติที่ขับเคลื่อนด้วย AI ซึ่งลดบทบาทและงานของตำแหน่งระดับเริ่มต้นอาชีพ 31%
"การที่นายจ้างส่วนใหญ่สามารถเติมตำแหน่งงานว่างได้ในความเร็วเท่าเดิมหรือเร็วกว่าปีที่ผ่านมา ไม่ได้หมายความว่าสภาพแวดล้อมการจ้างงานง่ายขึ้น การขาดแคลนทักษะยังคงเป็นข้อจำกัดที่ต่อเนื่องในหลายตลาด แต่นายจ้างมีระเบียบวินัยมากขึ้นในวิธีการสรรหา ประเมิน และดึงตัวบุคลากร องค์กรต่างๆ หันมาผสมผสานกลยุทธ์การจ้างงานแบบเจาะกลุ่มเป้าหมาย กระบวนการคัดกรองที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น และการใช้พันธมิตรด้านการสรรหาบุคลากรจากภายนอกมากขึ้นเรื่อยๆ เพื่อขยายการเข้าถึงบุคลากรและยกระดับผลลัพธ์ในการจ้างงาน ความแข็งแกร่งของการจ้างงานบุคลากรระดับเริ่มต้นอาชีพเป็นสัญญาณที่น่ายินดี การลงทุนอย่างต่อเนื่องในบุคลากรกลุ่มนี้สะท้อนถึงการตระหนักว่าการสร้างขีดความสามารถสำหรับอนาคตมีความสำคัญไม่น้อยไปกว่าการตอบสนองความต้องการกำลังคนในปัจจุบัน" นายฟรองซัวส์ ลองซง (François Lançon) ประธานประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกและตะวันออกกลาง แมนพาวเวอร์กรุ๊ป กล่าวกล่าว
@ ไม่กล่าวถึงไทย แต่ไทยยังต้องเร่งยกระดับทักษะแรงงาน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า รายงานฉบับนี้จัดทำขึ้นเพื่อประเมินและวัดความตั้งใจในการจ้างงานของนายจ้างในแต่ละไตรมาส ซึ่งได้ดำเนินการอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1962 เพื่อช่วยให้องค์กรและผู้กำหนดนโยบายสามารถเข้าใจแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงของกำลังแรงงานได้อย่างเท่าทัน รายงานฉบับนี้ทำหน้าที่เป็นดัชนีชี้วัดทางเศรษฐกิจเชิงรุก (Forward-Looking Indicator) ที่สำคัญในระดับโลก โดยมุ่งเน้นการสะท้อนมุมมองล่วงหน้าเกี่ยวกับความต้องการจ้างงานในไตรมาสถัดไป ซึ่งแตกต่างจากการสำรวจส่วนใหญ่ที่มักอ้างอิงข้อมูลย้อนหลังในอดีต
นอกจากนี้รายงานผลสำรวจนี้ไม่ได้ระบุถึงประเทศไทย แต่อย่างไรก็ตามในรายงานฉบับนี้ยังมีข้อมูลที่น่าสนใจ คือ การที่ประเทศเวียดนาม มีดัชนีความต้องการจ้างงานสูงถึง 36% สะท้อนถึงการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของภาคการผลิตและการลงทุนในแถบอาเซียน และระบุถึงความต้องการจ้างงานในกลุ่มอุตสาหกรรม ธุรกิจเทคโนโลยีสารสนเทศสูงเป็นอันดับ 1 ส่วนอันดับ 2 ก็ยังเป็นกลุ่มเทคโนโลยีและบริการด้านไอที สะท้อนว่าบุคลากรด้าน IT และดิจิทัลยังคงเป็นที่ต้องการอย่างมาก
ดังนั้นทางออกสำคัญสำหรับตลาดแรงงานไทยจึงอยู่ที่การเร่งยกระดับทักษะแรงงาน (Up-skilling) และการปรับกลยุทธ์โครงสร้างค่าตอบแทนเพื่อดึงดูดคนทำงานทักษะสูง ควบคู่ไปกับการลงทุนในกลุ่มแรงงานระดับเริ่มต้นอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างขีดความสามารถขององค์กรและเตรียมความพร้อมรับมือกับการแข่งขันในอนาคตอย่างยั่งยืน
ดูผลสำรวจแนวโน้มการจ้างงานของแมนพาวเวอร์กรุ๊ปประจำไตรมาส 4 ปี 2569 ฉบับเต็ม รวมถึงข้อมูลระดับภูมิภาคและรายประเทศได้ที่: https://www.manpowerthailand.com/en/meos




