News Logo
หน้าแรก
ธปท.เข้มแลกเปลี่ยนเงินตรา โอนเกิน2แสนเหรียญฯต้องแจ้งแหล่งที่มา

ธปท.เข้มแลกเปลี่ยนเงินตรา โอนเกิน2แสนเหรียญฯต้องแจ้งแหล่งที่มา

8 ต.ค. 2569 16:59
ผู้ชม 1 คน
googleตั้ง Next News เป็นข่าวโปรดบน Google

ธปท.แจ้งทุกแบงก์ คุมเข้มแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศทั้งค่าสินค้าบริการ-เงินลงทุน-เงินกู้-ค่าสินทรัพย์ดิจิทัล ตั้งแต่ 2 แสนดอลลาร์สหรัฐ ให้เรียกเอกสารแสดงแหล่งที่มา ส่วนค่าทองคำต้องแสดงทุกจำนวนเงิน ขณะที่เงินสดสกุลต่างชาติถ้าเกินวันละ 15,000 เหรียญสหรัฐ ให้โชว์เอกสารด้วย

สำนักข่าว Next News รายงานเมื่อวันที่ 8 ตุลาค 2569 ว่า นางสาวพิมพ์พันธ์ เจริญขวัญ เจ้าพนักงานควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) มีหนังสือถึงผู้จัดการธนาคารพาณิชย์ทุกธนาคาร, ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย(เอ็กซิม แบงก์), ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย(ไอแบงก์),ธนาคารออมสิน, ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย(ธพว.) และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร(ธ.ก.ส.) เพื่อแจ้งเรื่องการออกประกาศเจ้าพนักงานควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน พร้อมส่งแนวปฏิบัติของธนาคารพาณิชย์ที่เกี่ยวข้องกับธุรกรรมเงินตราต่างประเทศและการเรียกเอกสาร

หนังสือระบุว่า ธปท.ได้ออกประกาศเจ้าพนักงานควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน เรื่อง การกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการแลกเปลี่ยนเงิน (ฉบับที่ 38) เพื่อปรับปรุงหลักเกณฑ์การเรียกเอกสารหลักฐานประกอบการรับซื้อหรือรับฝากเงินตราต่างประเทศที่มาจากต่างประเทศของลูกค้าที่เป็นบุคคลที่มีถิ่นที่อยู่ในประเทศ เพื่อให้การทำธุรกรรมเงินตราต่างประเทศดังกล่าวเป็นไปเพื่อการค้าการลงทุนและตรงตามวัตถุประสงค์ที่แจ้ง สรุปดังนี้

1.การรับซื้อเงินตราต่างประเทศที่ลูกค้าได้รับมาจากต่างประเทศ ให้ธนาคารพาณิชย์ปฏิบัติดังนี้
(1) เงินที่มาจากวัตถุประสงค์ทั่วไป เช่น ค่าสินค้าบริการ เงินลงทุนโดยตรง เงินลงทุนในหลักทรัพย์ต่างประเทศ หรือเงินกู้ หากเป็นธุรกรรมที่มีมูลค่าตั้งแต่ 200,000 ดอลลาร์สหรัฐ ให้เรียกเอกสารแสดงแหล่งที่มาของเงินตราต่างประเทศเป็นรายธุรกรรม เว้นแต่ลูกค้าที่ผ่านกระบวนการรู้จักลูกค้า (Know Your Business: KYB) ไม่ต้องเรียกเอกสารได้
ทั้งนี้ เฉพาะธุรกรรมทันที แต่หากเป็นธุรกรรมล่วงหน้า ให้เรียกเอกสารหลักฐานในทุกจำนวนเงิน หรือใช้กระบวนการรู้จักลูกค้า KYB ได้ยกเว้นเงินลงทุนในหลักทรัพย์ต่างประเทศ เงินที่มาจากวัตถุประสงค์ watchlist และเงินที่มาจากค่าทองคำ

(2) เงินที่มาจากวัตถุประสงค์ watchlist หากเป็นธุรกรรมที่มีมูลค่าตั้งแต่ 200,000 ดอลลาร์สหรัฐให้เรียกเอกสารแสดงแหล่งที่มาของเงินตราต่างประเทศเป็นรายธุรกรรม โดยไม่สามารถใช้กระบวนการ KYB แทนการเรียกเอกสารดังกล่าวได้
ทั้งนี้ watchlist ได้แก่ 1.เงินลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ไทย 2.เงินจากค่าสินทรัพย์ดิจิทัล 3.เงินลงทุนอื่นๆ ที่ไม่ใช่เงินลงทุนในเครือ เงินลงทุนในหลักทรัพย์ เงินกู้และเงินให้กู้ และเงินส่วนต่างจากธุรกรรมอนุพันธ์ และ 4.เงินจากวัตถุประสงค์อื่นๆ ที่ไม่ใช่ค่าสินค้า บริการ รายได้ และเงินโอนและ บริจาค เงินลงทุน ธนบัตรเงินบาทและบัญชีเงินฝาก

(3) เงินที่มาจากค่าทองคำ ให้เรียกเอกสารประกอบการทำธุรกรรมในทุกจำนวนเงิน และในกรณีที่เป็นการโอนเงินค่าทองคำเข้าประเทศเป็นสกุลบาทผ่านบัญชีเงินบาทของบุคคลที่มีถิ่นที่อยู่นอกประเทศ (Non-resident baht account) ให้ธนาคารพาณิชย์ต้องเรียกเอกสารประกอบการทำธุรกรรมในทุกจำนวนเงินเช่นเดียวกัน

(4) เงินตราต่างประเทศที่เป็นเงินสด ให้รับซื้อได้ไม่เกินวันละ 15,000 ดอลลาร์สหรัฐ หากเกินกว่า 15,000 ดอลลาร์สหรัฐ ให้เรียกเอกสารที่แสดงว่าเป็นการนำเงินตราต่างประเทศเข้ามาในประเทศ หรือเอกสารหลักฐานที่แสดงได้มาจากผู้ประกอบธุรกิจเกี่ยวกับปัจจัยชำระเงินต่างประเทศ

2.การรับฝากเงินตราต่างประเทศเข้าบัญชีเงินฝากเงินตราต่างประเทศ ให้ถือปฏิบัติเช่นเดียวกับกรณีรับซื้อเงินตราต่างประเทศที่เป็นธุรกรรมทันทีตามแต่ละกรณีข้างต้นด้วย

ทั้งนี้ ธปท. ได้ปรับปรุงแนวปฏิบัติของธนาคารพาณิชย์ที่เกี่ยวข้องกับธุรกรรมเงินตราต่างประเทศและการเรียกเอกสารให้สอดคล้องกับการปรับปรุงหลักเกณฑ์ข้างต้น จึงเรียนมาเพื่อทราบและถือปฏิบัติตามประกาศเจ้าพนักงานควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน ซึ่งมีผลตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา และโปรดแจ้งให้ลูกค้าทราบโดยทั่วกัน

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ก

ก

ก



ก

ก

ก

section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'พาณิชย์' สั่งห้างร้านตรึงราคาวัสดุซ่อมบ้าน-อะไหล่รถ รับมือหลังน้ำลด
'พาณิชย์' สั่งห้างร้านตรึงราคาวัสดุซ่อมบ้าน-อะไหล่รถ รับมือหลังน้ำลด