‘สนค.’เผยอัตราเงินเฟ้อต.ค.พุ่ง 3.9% สูงสุดในรอบ 45 เดือนปัจจัยหลักจากน้ำมันแพง ที่มีสัดส่วนถึง 56% ดันดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไปบวกแรง ‘พาณิชย์’เดินหน้าดูแลประชาชนเข้าถึงสินค้าราคาประหยัด ช่วยบรรเทาภาระค่าครองชีพ คาดเงินเฟ้อทั้งปี 2%
สำนักข่าว Next News รายงานเมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน 2569 นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไปเดือนตุลาคม 2569 เท่ากับ 103.90 ส่งผลให้อัตราเงินเฟ้อทั่วไปสูงขึ้นร้อยละ 3.90 เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยสำคัญจากราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่สูงขึ้นร้อยละ 29.18 (เดือนตุลาคม 2568 ราคาน้ำมันดีเซล ลิตรละ 31.35 บาท แก๊สโซฮอล์ 95 ลิตรละ 32.27 บาท และแก๊สโซฮอล์ 91 ลิตรละ 31.68 บาท ขณะที่เดือนตุลาคม 2569 ราคาน้ำมันดีเซล ลิตรละ 42.70 บาท แก๊สโซฮอล์ 95 ลิตรละ 41.47 บาท และแก๊สโซฮอล์ 91 ลิตรละ 40.92 บาท) ซึ่งมีส่วนผลักดันเงินเฟ้อ 2.18 จุดเปอร์เซ็นต์ หรือประมาณร้อยละ 56 ของอัตราเงินเฟ้อทั้งหมด ตามทิศทางราคาพลังงานในตลาดโลก ประกอบกับฐานราคาน้ำมันในช่วงเดียวกันของปีก่อนที่อยู่ในระดับต่ำ
“อย่างไรก็ตามเงินเฟ้อเดือนตุลาคม 2569 ที่สูงขึ้น 3.90% และสูงสุดในรอบ 45 เดือน มีปัจจัยหลักเกินครึ่ง มาจากราคาน้ำมัน แต่เมื่อเทียบกับช่วงสงครามรัสเซีย-ยูเครน ซึ่งเริ่มตั้งแต่เดือน กุมภาพันธ์ 2565 อัตราเงินเฟ้ออยู่ที่ 5.28% และเคลื่อนไหวอยู่ในช่วง 4.65–7.86% ตลอดปี 2565 ดังนั้น ขณะนี้ถือว่าดีกว่ามาก ระดับเงินเฟ้อยังต่ำกว่า”นายนันทพงษ์กล่าว
นายนันทพงษ์กล่าวว่า ขณะที่อัตราเงินเฟ้อพื้นฐานอยู่ที่ร้อยละ 1.58 สะท้อนว่าการเปลี่ยนแปลงของอัตราเงินเฟ้อในเดือนนี้มีปัจจัยสำคัญจากราคาพลังงานและอาหารบางกลุ่ม ทั้งนี้ เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า ดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไปสูงขึ้นร้อยละ 0.94 และเฉลี่ย 10 เดือนแรกของปี 2569 สูงขึ้นร้อยละ 1.77 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
นายนันทพงษ์กล่าวว่า ทั้งนี้ สนค.ได้สำรวจความคิดเห็นประชาชนจำนวน 5,553 ราย ทั่วประเทศ ระหว่างวันที่ 5-26 ตุลาคม 2569 พบว่า ประชาชนให้ความสำคัญกับมาตรการช่วยลดค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะการลดราคาพลังงาน ทั้งน้ำมันเชื้อเพลิงและค่าไฟฟ้า รวมถึงมาตรการร่วมจ่าย ตลอดจนการส่งเสริมการจ้างงานและเพิ่มรายได้ เพื่อสนับสนุนกำลังซื้อและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในระยะยาว
นายนันทพงษ์กล่าวว่า กระทรวงพาณิชย์พยายามเดินหน้ามาตรการดูแลค่าครองชีพอย่างเต็มที่ โดยขับเคลื่อนโครงการ “ไทยช่วยไทย ธงฟ้าลดค่าครองชีพ” ผ่านจุดจำหน่ายสินค้าราคาประหยัด 3,036 จุดทั่วประเทศ เป็นระยะเวลา 90 วัน เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงสินค้าจำเป็นในราคาที่เหมาะสม พร้อมร่วมมือกับภาคเอกชน 27 ราย จัดกิจกรรมลดราคาสินค้าและบริการ 4,223 รายการ สูงสุดร้อยละ 78 ในช่วงเดือนตุลาคม-พฤศจิกายน 2569 เพื่อเพิ่มทางเลือกในการจับจ่ายใช้สอยและช่วยบรรเทาภาระค่าครองชีพของประชาชน รวมทั้งติดตามสถานการณ์ต้นทุนพลังงาน ค่าขนส่ง และราคาสินค้าอย่างใกล้ชิด ประสานความร่วมมือกับผู้ผลิตและผู้จำหน่ายในการบริหารต้นทุนและดูแลราคาสินค้าให้เหมาะสม และมอบหมายสำนักงานพาณิชย์จังหวัดทั้ง 76 จังหวัด ติดตามราคาและปริมาณสินค้าในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงสินค้าจำเป็นได้อย่างเพียงพอและทั่วถึง
“สำหรับแนวโน้มอัตราเงินเฟ้อเดือนพฤศจิกายน 2569 คาดว่าจะยังคงเป็นบวก โดยมีปัจจัยที่ต้องติดตาม ได้แก่ ราคาพลังงานโลกที่ยังอยู่ในระดับสูง ต้นทุนอาหารสำเร็จรูปและค่าขนส่ง รวมถึงสภาพอากาศที่อาจส่งผลต่อราคาสินค้าเกษตรบางชนิด ขณะที่มาตรการด้านพลังงานของรัฐบาล การดูแลราคาสินค้าของกระทรวงพาณิชย์ และสถานการณ์น้ำท่วมที่คลี่คลาย จะมีส่วนช่วยบรรเทาแรงกดดันด้านราคาและดูแลค่าครองชีพของประชาชน ทั้งนี้ กระทรวงพาณิชย์ยังคงคาดการณ์อัตราเงินเฟ้อทั่วไปปี 2569 อยู่ในช่วงร้อยละ 1.8 - 2.2 โดยมีค่ากลางร้อยละ 2”นายนันทพงษ์กล่าว




