News Logo
หน้าแรก
7 พรรคการเมืองให้คำสัญญา ร่วมผลักดันกฎหมายอากาศสะอาด

7 พรรคการเมืองให้คำสัญญา ร่วมผลักดันกฎหมายอากาศสะอาด

21 ม.ค. 2569 15:42
ผู้ชม 139 คน

ตัวแทน 7 พรรคการเมืองประกาศพร้อมผลักดันกฎหมายอากาศสะอาด และกฎหมาย PRTR สู้ฝุ่น PM2.5 ภายในกรอบเวลา 60 วันตามรัฐธรรมนูญ เพื่อสุขภาพที่ดีของประชาชน 

ตัวแทนพรรคการเมือง 7 พรรคที่เข้าร่วมแสดงวิสัยทัศน์และนโยบายอากาศสะอาดในเวทีเสวนา THAILAND NATIONAL PM2.5 FORUM หัวข้อ “สานเสวนาฝ่าฝุ่นควัน EP2 รัฐบาลใหม่ กับ พ.ร.บ.อากาศสะอาดเพื่อสุขภาพ” เมื่อวันที่ 21 ม.ค. 2569  ได้แสดงจุดยืนตรงกันว่า จะสนับสนุนการ “ชุบชีวิต” ร่าง พ.ร.บ.อากาศสะอาด และ ร่างกฎหมาย PRTR (การเปิดเผยข้อมูลวัตถุอันตราย) ที่ตกไปหลังการยุบสภา

ทั้งนี้ ทุกพรรคการเมืองยืนยันว่า จะผลักดันให้ร่างกฎหมายทั้งสองฉบับกลับเข้าสู่กระบวนการพิจารณาของรัฐสภาภายในกรอบเวลา 60 วันตามรัฐธรรมนูญ ไม่ว่าพรรคจะอยู่ในสถานะฝ่ายรัฐบาลหรือฝ่ายค้าน เพื่อไม่ให้ต้องเริ่มต้นกระบวนการนับหนึ่งใหม่

พรรคประชาชน

นายภัทรพงษ์ ลีลาภัทร์ ผู้สมัคร สส.เชียงใหม่ พรรคประชาชน (ปชน.) เปิดเผยว่า ในช่วง 100 วันแรกจะต้องรื้อระบบการจัดการปัญหามลพิษอากาศใหม่ทั้งหมด แม้กฎหมายอากาศสะอาดยังไม่แล้วเสร็จ มาตรการแรกการจัดตั้งศูนย์บัญชาการมลพิษทางอากาศ (CACC) เพื่อรวบรวมข้อมูลจากทุกหน่วยงานมาไว้ในศูนย์เดียว และจัดทำฐานข้อมูลย้อนหลังอย่างน้อย 10 ปี 

ทั้งข้อมูลไฟป่า การเผาภาคเกษตร พื้นที่เพาะปลูกที่ไม่เหมาะสม และการเผาซ้ำซาก เพื่อนำไปสู่การปรับเปลี่ยนการใช้ที่ดิน โดยจะสนับสนุนงบประมาณไร่ละ 2,000 บาท พร้อมวางระบบรัฐแพลตฟอร์ม เชื่อมเกษตรกรกับเอกชนผู้ให้บริการเครื่องจักรทดแทนการเผา รวมถึงพัฒนาระบบตรวจสอบย้อนกลับเพื่อยกระดับสู่กรีนซัพพลายเชน 

ในพื้นที่เมือง พรรคเสนอให้จัดการฐานข้อมูลยานพาหนะและแหล่งปล่อยมลพิษอย่างเป็นระบบ ควบคู่กับการใช้กฎหมายเดิมประกาศเขตควบคุมมลพิษ เพื่อกำหนดมาตรฐานที่แตกต่างตามศักยภาพของแต่ละพื้นที่ พร้อมกระจายอำนาจให้ท้องถิ่นเป็นเจ้าพนักงานควบคุมมลพิษและโรงงานอย่างแท้จริง จะปรับตัวชี้วัดจากการดูเฉพาะค่าฝุ่นไปสู่การประเมินร่วมกับอัตราการระบายอากาศและปริมาณฝน 

นอกจากนั้น จะผลักดันให้กระทรวงสาธารณสุขเพิ่มมะเร็งปอดเป็นโรคเฝ้าระวังจาก PM2.5 และเชื่อมโยงข้อมูลผู้ป่วยเข้าสู่ระบบฐานข้อมูลทันที จะรื้อปฏิทินมาตรการเดิมที่มักออกตามหลังปัญหา พร้อมออกมาตรการสนับสนุนภาคเกษตรล่วงหน้าก่อนฤดูเก็บเกี่ยว เช่น อ้อย ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ และข้าว เพื่อให้เกษตรกรสามารถวางแผนได้จริง

ด้านการจัดสรรงบประมาณ ที่ผ่านมางบไฟป่าที่ท้องถิ่นถูกตัดอย่างต่อเนื่อง รัฐบาลใหม่ต้องแยกบทบาทงบประจำ งบกองทุน และมาตรการทางเศรษฐศาสตร์ให้ชัด พร้อมตั้งคณะทำงานเตรียมกฎหมายลูกควบคู่การพิจารณา พ.ร.บ.เพื่อให้สามารถบังคับใช้ได้ทันทีเมื่อกฎหมายมีผล ตลอดจนจะมีมาตรการสนับสนุนและจูงใจผู้ประกอบการในการปรับตัวด้านสิ่งแวดล้อม

ประเด็นปัญหาฝุ่นข้ามแดน รัฐบาลประชาชนจะห้ามนำเข้าสินค้าเกษตรที่มีที่มาจากการเผา โดยกำหนดให้ผู้นำเข้าต้องระบุพิกัดแหล่งเพาะปลูก และเพิ่มการตรวจสอบห่วงโซ่อุปทาน เพื่อปิดช่องโหว่การสวมสิทธิ พร้อมผลักดันบทบาทนำของไทยในอาเซียน ทั้งการพัฒนาฉลากสินค้าไม่เผา กลไกความร่วมมือด้านไฟป่า และยกระดับศูนย์บัญชาการมลพิษทางอากาศของไทยสู่ระดับภูมิภาค 

พรรคเพื่อไทย

น.ส.บุญยกร ดำรงรัตน์ ผู้สมัคร สส. กทม. พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า พรรคเตรียมเดินหน้าใช้กลไกตามมาตรา 147 ของรัฐธรรมนูญ เพื่อให้ร่าง พ.ร.บ.อากาศสะอาด กลับเข้าสู่กระบวนการพิจารณาโดยเร็วภายใน 60 วัน เพราะ “สิทธิในอากาศสะอาด” เป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของมนุษย์ จัดการแหล่งกำเนิดมลพิษเป็น 6 ภาคส่วน เริ่มจากภาคอุตสาหกรรมที่จะเร่งรัดการตรวจสอบปล่องควัน ผลักดันให้โรงงานอุตสาหกรรมรูปแบบเก่าติดตั้งระบบ CEMS เพื่อควบคุมการปล่อยมลพิษ

ในภาคคมนาคม พรรคผลักดันนโยบายรถไฟฟ้า 20 บาท และการพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะทั้งรถไฟฟ้า รถเมล์แอร์ราคาประหยัด และระบบฟีดเดอร์เพื่อจูงใจให้ประชาชนหันมาใช้ขนส่งสาธารณะมากขึ้น ขณะที่ภาคเมือง พรรคพร้อมสนับสนุนมาตรการควบคุมพื้นที่และยานพาหนะในเขตเมือง โดยเฉพาะกรุงเทพฯ และปริมณฑล รวมถึงนโยบายด้านเชื้อเพลิงที่ต้องผลักดันมาตรฐานยูโรให้ชัดเจน

สำหรับภาคเกษตรกรรม พรรคเพื่อไทยไม่เลือกใช้มาตรการบังคับหยุดเผา แต่จะสนับสนุนผ่านแรงจูงใจและนโยบายรองรับต้นทุนชีวิต เช่น สิ่งจูงใจทางเศรษฐกิจ การบริหารจัดการเชื้อเพลิง สนับสนุนภาคเอกชนพัฒนาเครื่องมือหรือแอปพลิเคชันด้านการจัดการไฟป่า 

อีกทั้งจะผลักดันการกระจายอำนาจให้ท้องถิ่นมีงบประมาณและอำนาจจัดการปัญหามลพิษได้รวดเร็ว รวมถึงแก้ปัญหาฝุ่นข้ามแดนผ่านความร่วมมือระหว่างประเทศ และการตรวจสอบผลผลิตทางการเกษตรจากประเทศเพื่อนบ้าน 

พรรคภูมิใจไทย

นายวราวุธ ศิลปอาชา ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า พรรคขอประกาศเจตนารมณ์ในการร่วม “พิทักษ์ลมหายใจ” ของประชาชน โดยพรรคยืนยันจะผลักดันกฎหมายด้านอากาศสะอาดที่อยู่ระหว่างการพิจารณาให้แล้วเสร็จ โดยการแก้ปัญหา PM2.5 ต้องเน้นการบังคับใช้จริงควบคู่กับความเหมาะสมต่อภาคธุรกิจ โดยจะพิจารณามาตรการด้านโทษปรับ ภาระต้นทุน และผลกระทบต่อผู้ประกอบการอย่างรอบคอบ เพื่อให้กฎหมายสามารถนำไปใช้ได้จริง

เขากล่าวว่า  รัฐควรลงทุนแก้ปัญหาฝุ่นละอองเชิงรุก แทนการแก้ไขเฉพาะหน้า จึงเสนอให้ตั้งคณะกรรมการระดับชาติที่บูรณาการหลายกระทรวง รายงานสถานการณ์ฝุ่นเป็นวาระแห่งชาติ และดำเนินมาตรการต่อเนื่องตลอดทั้งปี ไม่ใช่เฉพาะช่วงวิกฤต ตลอดจนมีมาตรการเชิงโครงสร้าง ทั้งการยกระดับการควบคุมมลพิษจากโรงงาน การสนับสนุนเงินกู้หรือสินเชื่อให้ผู้ประกอบการขนาดเล็กติดตั้งระบบตรวจจับควัน การลดการเผาในภาคเกษตรรวมถึงการส่งเสริมพลังงานสะอาด 

พรรคประชาธิปัตย์

นายจิรวัฒน์ จังหวัด ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า พรรคจะเสนอการติดตั้ง “ซูเปอร์เซ็นเซอร์” ตรวจวัดสารมลพิษเชิงลึก กระจายครอบคลุมพื้นที่ โดยให้ความสำคัญกับเขตชุมชนและพื้นที่จราจรหนาแน่น ควบคู่กับการเตรียมความพร้อมด้านกฎหมายในอนาคต ผ่านการทำงานประสานของกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การออกใบอนุญาตด้านสิ่งแวดล้อมเป็นระบบเดียว ลดความซ้ำซ้อน และเพิ่มประสิทธิภาพการกำกับดูแล

ในด้านการบังคับใช้กฎหมาย พรรคเสนอจัดตั้งกองทุนเพื่อสนับสนุนภาคเอกชนในการปรับตัวตามมาตรฐานสิ่งแวดล้อมที่สูงขึ้น ผลักดันกลไกด้านคาร์บอนเครดิตและการดูดซับคาร์บอนของภาคประชาสังคม อีกทั้งออกพันธบัตรป่าไม้ให้เกษตรกรและชุมชนที่ปลูกป่ามีรายได้ระหว่างรอผลผลิตระยะยาว และนำป่าไม้มาเป็นสินทรัพย์สร้างรายได้อย่างยั่งยืน นอกจากนั้นต้องการปฏิรูปโครงสร้างพลังงานลดการพึ่งพาพลังงานฟอสซิล และสนับสนุนพลังงานสะอาด 

พรรครวมไทยสร้างชาติ

นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรครวมไทยสร้างชาติ กล่าวว่า พรรคสนับสนุนร่าง พ.ร.บ.อากาศสะอาด และร่างกฎหมาย PRTR ว่าด้วยการเปิดเผยข้อมูลมลพิษอย่างเต็มที่ โดยตนเองมีส่วนร่วมผลักดันร่างกฎหมายอากาศสะอาดมาตั้งแต่ช่วงการเข้าชื่อภาคประชาชนในปี 2563-2564 และร่วมเป็นกรรมาธิการร่าง PRTR เพื่ออุดช่องว่างทางกฎหมายโดยเฉพาะการคุ้มครองความลับทางการค้า 

นอกจากนี้ จะพยายามผลักดันกฎหมายเปิดเสรีพลังงานแสงอาทิตย์ เพื่อให้ภาคเอกชนสามารถติดตั้งโซลาร์เซลล์และระบบกักเก็บพลังงานได้ง่ายขึ้น รวมถึงการผลักดันร่างกฎหมายการจัดการกากอุตสาหกรรม เพื่อแก้ปัญหาสารพิษรั่วไหลอย่างเป็นระบบ โดยเสนอให้ตั้งกองทุนจากภาคอุตสาหกรรมเพื่อใช้เยียวยาและเก็บกู้ความเสียหายทันที 

พรรคพลังประชารัฐ

ร.ต.อ.วัฒนรักษ์ อำนรรฆสรเดช กรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า หลังการเลือกตั้งพรรคจะผลักดัน พ.ร.บ.อากาศสะอาด และ พ.ร.บ.ควบคุมการเคลื่อนย้ายสารเคมี ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างกระบวนการในสภา เพราะพรรคให้ความสำคัญกับสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชนในการสูดอากาศบริสุทธิ์ พร้อมยึดหลัก “ผู้ก่อมลพิษต้องเป็นผู้จ่าย” ไม่ผลักภาระให้ประชาชนหรือรัฐบาล เพราะสุขภาพและสิ่งแวดล้อมต้องมาก่อนเศรษฐกิจ

พรรคไทยก้าวใหม่ 

นายภาณุรัช ดำรงไทย ประธานยุทธศาสตร์ด้านพลังงานและนวัตกรรม พรรคไทยก้าวใหม่ กล่าวว่า พรรคสนับสนุนพลังงานสะอาด โดยพลังงานสะอาดไม่จำเป็นต้องแพง รวมทั้งภาคอุตสาหกรรมอาจมีต้นทุนเพิ่มขึ้นจากการปรับตัว แต่ภาษีคาร์บอนเป็นสิ่งจำเป็น เพื่อไม่ให้ภาระด้านสุขภาพตกอยู่กับประชาชน ดังนั้นพรรคจะผลักดันทั้งมาตรการเชิงนโยบายและกฎหมาย โดยให้ความสำคัญกับสุขภาพและชีวิตของคนไทยเป็นอันดับแรก

Author Avatar

ผู้เขียน

ลินลิสา เจือไทย
ข่าวทั้งหมดของผู้เขียน
แท็กที่เกี่ยวข้อง
ฝุ่น PM2.5
กฎหมายอากาศสะอาด



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เครือข่ายอากาศสะอาดหักล้าง ‘ศุภชัย’ รายประเด็น ยันผู้ก่อมลพิษต้องจ่าย
เครือข่ายอากาศสะอาดหักล้าง ‘ศุภชัย’ รายประเด็น ยันผู้ก่อมลพิษต้องจ่าย