News Logo
หน้าแรก
แนะขุดคลองใหม่รับมือน้ำท่วมหาดใหญ่แสนล้าน ชง ครม.อนุมัติแผนหลัง เม.ย.

แนะขุดคลองใหม่รับมือน้ำท่วมหาดใหญ่แสนล้าน ชง ครม.อนุมัติแผนหลัง เม.ย.

19 มี.ค. 2569 17:42
ผู้ชม 146 คน

แนะขุดคลองแห่งใหม่รับมือน้ำท่วมหาดใหญ่แสนล้าน ชงครม.อนุมัติแผนหลัง เม.ย.

JICA เตรียมเสนอผลศึกษาเบื้องต้นให้รัฐบาลไทยลงทุนขุดคลองระบายน้ำแห่งใหม่รองรับน้ำท่วมหาดใหญ่ 54,000 ล้านบาท รวมทั้งขยายคลองเดิมทั้งหมด แนะจัดทำระบบเตือนภัยระบบเดียวเหมือนญี่ปุ่น 'อาจารย์เสรี' ระบุลงทุนโครงสร้างพื้นฐานรวมค่าเวนคืนที่ดินจะใช้งบฯ ถึงแสนล้าน ‘บวรศักดิ์’ เตรียมสรุปผลศึกษาคณะทำงาน เม.ย.นี้ ก่อนนำเสนอให้ ครม.อนุมัติแผนรับมืออุทกภัยอย่างบูรณาการของปี 2569  

ศ.บวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะทำงานถอดบทเรียนและเตรียมความพร้อมรับมือมหาอุทกภัย แถลงเมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2569 ว่า รัฐบาลต้องการเสริมสร้างศักยภาพการรับมือภัยพิบัติทางธรรมชาติที่ทวีความรุนแรงจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยเฉพาะอุทกภัยในพื้นที่เมืองและเขตเศรษฐกิจสำคัญ เช่น อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ซึ่งเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจและการคมนาคมของภาคใต้ตอนล่างที่เคยประสบอุทกภัยครั้งใหญ่หลายครั้ง รวมถึงเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่หาดใหญ่ เมื่อปลายปี 2568

LINE_ALBUM_งานสัมมนา JICA 19 มี.ค. 69_260319_5

ศ.บวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานงานสัมมนาแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ “มุ่งสู่มาตรการลดผลกระทบและป้องกันอุทกภัยอย่างมีประสิทธิภาพสำหรับประเทศไทย” ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างรัฐบาลไทยและรัฐบาลญี่ปุ่น รวมทั้งองค์การความร่วมมือระหว่างประเทศแห่งญี่ปุ่น (JICA)

ทั้งนี้ แม้ภาครัฐได้มีการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการระบายน้ำมาอย่างต่อเนื่อง แต่รูปแบบฝนในปัจจุบันตกหนักระดับ 200-300 มิลลิเมตร จึงเกินขีดความสามารถของระบบเดิม จำเป็นต้องยกระดับระบบการจัดการภัยพิบัติให้สามารถรับมือกับสถานการณ์ที่ซับซ้อนและรุนแรงมากขึ้นเพื่อลดผลประทบที่อาจมีต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน

รัฐบาลจึงมอบหมายให้คณะทำงานถอดบทเรียนและเตรียมความพร้อมรับมือมหาอุทกภัย ซึ่งประกอบด้วย สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สนทช.) ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยได้รับความร่วมจากองค์การความร่วมมือระหว่างประเทศแห่งญี่ปุ่น (JICA) มาร่วมถอดบทเรียนจากเหตุการณ์อุทกภัยที่ผ่านมาหาดใหญ่ เพื่อพัฒนาแนวทางการบริหารจัดการน้ำอย่างเป็นระบบและบูรณาการให้กับรัฐบาลไทยภายใต้ชื่อ “หาดใหญ่โมเดล”

รองนายกฯ ระบุว่า การดำเนินงานภายใต้โมเดลดังกล่าวทาง JICA ได้ลงพื้นที่สำรวจพื้นที่อุทกภัยในหาดใหญ่ระยะเวลา 1 เดือน ครอบคลุมด้านโครงสร้างพื้นฐานการระบายน้ำ การบริหารจัดการน้ำในระดับลุ่มน้ำ การพัฒนาระบบพยากรณ์และเตือนภัยล่วงหน้า การซักซ้อมการเตือนภัยและการอพยพ การจัดทำคู่มือสำหรับภาครัฐและประชาชนทั่วไป รวมถึงการปรับปรุงกฎหมายและระเบียบต่างๆ ให้การฟื้นฟูเยียวยาทำได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งต้นแบบที่หาดใหญ่จะนำไปขยายผลสู่การจัดการอุทกภัยในพื้นที่เมืองอื่นๆ ของประเทศด้วย

LINE_ALBUM_งานสัมมนา JICA 19 มี.ค. 69_260319_6

นายมาซาโตะ โอตากะ หัวหน้าคณะผู้แทนองค์การความร่วมมือระหว่างประเทศแห่งญี่ปุ่น (JICA) ร่วมนำเสนอแนวทางการแก้ปัญหาอุทกภัยหาดใหญ่ (คนกลาง)

ศ.บวรศักดิ์ กล่าวอีกว่า การศึกษาถอดบทเรียนของคณะทำงานที่ตนเองเป็นประธานจะนำเสนอผลการศึกษาแล้วเสร็จภายในเดือนเมษายน 2569 และจากการทำงานกับ JICA เบื้องต้นทาง JICA ได้เสนอแนวทางการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐาน วงเงิน 54,000 ล้านบาท ทั้งการขุดอุโมงค์ทางน้ำจากหาดใหญ่ออกสู่อ่าวไทย ระยะทาง 54 กม. การขยายคลอง ร.1 และคลองระบายน้ำอื่นๆ เพิ่มเติม

นอกจากนั้น JICA เสนอให้จัดทำระบบเตือนภัยระบบเดียวเหมือนญี่ปุ่น เพราะที่เป็นอยู่การเตือนภัยกระจัดกระจายทำให้ประชาชนสับสน รวมทั้งแผนต่างๆ ต้องชัด เช่น ระดับน้ำถึงระดับไหนจะต้องอพยพ คนอายุมากและคนป่วยต้องไปก่อน เมื่อระดับน้ำถึงอีกจุดหนึ่งจะต้องอพยพคนทั้งหมดและอพยพไปที่ไหนอย่างไรต้องชัดเจน ฯลฯ ไม่เช่นนั้นจะทำให้ประชาชนสับสน

LINE_ALBUM_งานสัมมนา JICA 19 มี.ค. 69_260319_7

นายชยันต์ เมืองสง เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) รับข้อคิดเห็นจากเวทีสัมมนาแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ “มุ่งสู่มาตรการลดผลกระทบและป้องกันอุทกภัยอย่างมีประสิทธิภาพสำหรับประเทศไทย” ไปบูรณาการเพื่อพัฒนาแนวทางและมาตรการรับมืออุทกภัยหาดใหญ่และพื้นที่อื่น (คนกลาง)

“เขาเสนอว่ามีแผนแล้วต้องฝึกปฏิบัติด้วยซึ่งหาดใหญ่ฝนจะมาทุกเดือนพฤศจิกายนและตกหนักทำให้เกิดน้ำท่วมใหญ่ขึ้นมา และได้นำเสนออีกหลายด้าน เช่น จะต้องสร้างคลองระบายน้ำขึ้นมาอีกหนึ่งคลอง รวมถึงขยายคลองระบายน้ำเดิมให้กว้างขึ้นลึกขึ้น ในขณะเดียวกันจะต้องขุดลอกทะเลสาบสงขลาที่ปัจจุบันจุดลึกสุดเพียง 6 เมตรเท่านั้น”

อย่างไรก็ตาม ภายหลังคณะทำงานเสนอผลการถอดบทเรียนหาดใหญ่โมเดลภายในเดือนเมษายนแล้ว เบื้องต้นกำหนดมีการซักซ้อมการเตือนภัยและการอพยพในเดือนพฤษภาคม จากนั้นจะนำเสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณา และกำหนดแผนการดำเนินงานอย่างบูรณาการเพื่อกำหนดว่าหน่วยงานใดจะเป็นเจ้าภาพหลักระหว่างสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กับ สนทช. รวมถึงหน่วยงานอื่นๆ ที่มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งหมด

LINE_ALBUM_งานสัมมนา JICA 19 มี.ค. 69_260319_8

รศ.เสรี ศุภราทิตย์ ผู้อำนวยการศูนย์การเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศและภัยพิบัติ มหาวิทยาลัยรังสิต และรองประธานมูลนิธิสภาเตือนภัยพิบัติแห่งชาติ ในฐานะคณะทำงานถอดบทเรียนหาดใหญ่ ระบุการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานตามที่ JICA นำเสนอให้ขุดคลองระบายน้ำแห่งใหม่เมื่อรวมค่าเวนคืนที่ดินต้องใช้เงินร่วม 1 แสนล้านบาท (คนขวา)

รศ.เสรี ศุภราทิตย์ ผู้อำนวยการศูนย์การเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศและภัยพิบัติ มหาวิทยาลัยรังสิต และรองประธานมูลนิธิสภาเตือนภัยพิบัติแห่งชาติ ในฐานะคณะทำงานถอดบทเรียนหาดใหญ่ กล่าวว่า การลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานที่ JICA นำเสนอให้ขุดคลองระบายน้ำอีกเส้นนั้นเป็นแค่การศึกษาเชิงหลักการ วงเงินที่นำเสนอ 54,000 ล้านบาทนั้นยังไม่รวมค่าเวนคืนที่ดิน ซึ่งคลอง ร.1 ใช้เวลาเวนคืน 3 ปี ดังนั้น การลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานรับมือน้ำท่วมหาดใหญ่จะใช้เงินร่วม 1 แสนล้านบาท และไม่ใช่ 1 ปีเสร็จ ยังมีอุปสรรคอีกมาก

“เมื่อได้ผลการศึกษาจาก JICA แล้ว คณะทำงานฯ จะมาจัดลำดับในภาพรวมว่า ควิกวิน (Quick Win) ระยะสั้นก่อนฝนมาจะทำอะไรบ้าง ระยะกลางจะทำอะไร และระยะยาวจะทำอะไร เช่น ขุดคลองต้องทำระยะยาวแน่นอน ต้องใช้เงินเป็นแสนล้านแน่นอน ในผลการศึกษาที่จะเสร็จในเดือนเมษายนจะสรุปให้มีความชัดเจน แล้วจะนำเสนอ ครม. ท่านนายกฯ ให้อนุมัติเพราะมีเวาลา 6 เดือนเท่านั้น โดยคราวนี้ต้องไม่เสียชีวิตเหมือนที่ผ่ามาและความสูญเสียต้องลดลง” รศ.เสรี ระบุ

ด้าน นายมาซาโตะ โอตากะ หัวหน้าคณะตัวแทน JICA กล่าวว่า จากการศึกษาพบว่าการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศทำให้มีปริมาณฝนที่ตกในหาดใหญ่เมื่อปลายปี 2568 รุนแรงสุดในรอบ 250 ปี ในเวลาแค่ 1 สัปดาห์และมีผลกระทบมากมาย ในอนาคตจะต้องรับมือฝนที่ตกมากขึ้นอีก

อย่างไรก็ตาม ขอเสนอให้รัฐบาลไทยรับมือด้านโครงสร้างพื้นฐานหรือด้านฮาร์ดแวร์ที่ต้องสร้างคลองระบายน้ำใหม่ สร้างอ่างเก็บน้ำในพื้นที่ต้นน้ำเพื่อรับน้ำได้มากขึ้น โดยอย่าคิดว่าเงินที่ลงทุนด้านนี้เป็นต้นทุน แต่ให้คิดว่าเป็นการป้องกันชีวิตและเศรษฐกิจของชุมชนในพื้นที่ ซึ่ง JICA ยินดีให้การช่วยเหลือในโอกาสต่อไป

สำหรับด้านซอร์ฟแวร์ ต้องมีการแจ้งเตือนล่วงหน้า ปรับปรุงการออกคำสั่งอพยพให้ทันท่วงที และสร้างความตระหนักรู้ให้ประชาชนตัดสินใจได้เองว่าจะอพยพในช่วงเวลาไหน โดยที่มีทั้งการให้ความรู้ และมีแผนที่ให้ประชาชนใช้เป็นข้อมูลประกอบ

นายชยันต์ เมืองสง เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) กล่าวว่า จะมีการนำข้อคิดเห็นที่ได้รับจากเวทีสัมมนาไปบูรณาการร่วมกับผลการศึกษาและข้อค้นพบจากการลงพื้นที่ที่ผ่านมา เพื่อพัฒนาแนวทางและมาตรการรับมืออุทกภัยที่เหมาะสม ก่อนนำเข้าสู่การพิจารณาของคณะทำงานต่อไป

ทั้งนี้ หัวข้อสัมมนาประกอบด้วย 3 ส่วนหลัก 1) แนวทางในการสร้างความเข้มแข็งขึ้นใหม่ หรือ Build Back Better หลังจากน้ำท่วมในพื้นที่หาดใหญ่และบทเรียนสำคัญที่ประยุกต์ใช้ในพื้นที่อื่นของประเทศโดย JICA 2) การแบ่งปันมุมมองทางวิชาการเกี่ยวกับการจัดการความเสี่ยงจากน้ำท่วม โดยกระทรวงที่ดิน โครงสร้างพื้นฐาน การขนส่ง และการท่องเที่ยวแห่งญี่ปุ่น (MLIT) และ 3) การแนะนำเทคโนโลยีการลดความเสี่ยงจากภัยพิบัติ โดยภาคเอกชนของประเทศญี่ปุ่น

งานสัมมนาครั้งนี้จัดขึ้น เมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2569 โดยมี ศ.บวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานงานสัมมนาแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ “มุ่งสู่มาตรการลดผลกระทบและป้องกันอุทกภัยอย่างมีประสิทธิภาพสำหรับประเทศไทย” ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างรัฐบาลไทยและรัฐบาลญี่ปุ่น รวมทั้งหัวหน้าคณะผู้แทนองค์การความร่วมมือระหว่างประเทศแห่งญี่ปุ่น (JICA) ณ สนทช.

แท็กที่เกี่ยวข้อง
น้ำท่วมหาดใหญ่
หาดใหญ่
แผนรับมือน้ำท่วมหาดใหญ่



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เครือข่ายอากาศสะอาดหักล้าง ‘ศุภชัย’ รายประเด็น ยันผู้ก่อมลพิษต้องจ่าย
เครือข่ายอากาศสะอาดหักล้าง ‘ศุภชัย’ รายประเด็น ยันผู้ก่อมลพิษต้องจ่าย