News Logo
หน้าแรก
PM2.5 เชียงใหม่วิกฤตต่อเนื่อง เด็กป่วยเพิ่ม ค่าฝุ่นยังพุ่งทะลุ 800

PM2.5 เชียงใหม่วิกฤตต่อเนื่อง เด็กป่วยเพิ่ม ค่าฝุ่นยังพุ่งทะลุ 800

1 เม.ย. 2569 17:52
ผู้ชม 57 คน

วิกฤต PM2.5 เชียงใหม่รุนแรงต่อเนื่อง ค่าฝุ่นในตัวเมืองเฉียด 100 ประชาชนป่วยเยอะขึ้น ทั้งเด็กและกลุ่มเปราะบางได้รับผลกระทบถ้วนหน้า ขณะที่รอบนอกการเผาในพื้นที่ป่าค่าฝุ่นยังพุ่งระดับ 300-800 อาทิ เชียงดาว ดอยเต่า จอมทอง นักวิชาการ มช.ย้ำ จุดความร้อนเกิดในพื้นที่ป่ามากกว่าการเผาภาคเกษตร

ศ.เศรษฐ์ สัมภัตตะกุล ผู้อำนวยการสำนักบริการวิชาการ (UNISERV) และหัวหน้าศูนย์ข้อมูลการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (CCDC) มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เปิดเผยกับ Next News ว่า สถานการณ์ฝุ่นควันในพื้นที่ 9 จังหวัดภาคเหนือตอนบนในขณะนี้เกินกว่าคาดการณ์ โดยมีสาเหตุมาจากหลายปัจจัย เมื่อเทียบกับเมื่อ 2 ปีก่อนหน้าค่าฝุ่นยังต่ำกว่านี้ แต่ในปีนี้แล้งมากหลังฝนทิ้งช่วง บวกกับการเผาในพื้นที่ป่าเยอะ ส่งผลให้จุดความร้อนเพิ่มจากหลักร้อยเป็นหลักพัน

"ในขณะที่เจ้าหน้าที่ดับไฟป่ามีน้อย อุปกรณ์ไม่เพียงพอ งบประมาณจำกัด เพราะเป็นช่วงเปลี่ยนผ่านรัฐบาล ทำให้งบฯ ยังไม่มา แต่ภัยมาก่อนแล้ว ปีนี้เหมือนชะล่าใจเกินไป จึงกลายเป็น Perfect storm (วิกฤตจากหลายปัจจัยที่มาพร้อมกัน) รวมถึงมีผู้ไม่ประสงค์ดีเผากันมากขึ้นด้วย สภาพเศรษฐกิจ น้ำมันแพง คนก็เข้าป่าเผาป่าหาของกินมากขึ้น รวมถึงการบังคับใช้กฎหมายอาจจะย่อหย่อนไป เมื่อฝนทิ้งช่วง การระบายอากาศต่ำมาก ปีก่อนไม่หนักขนาดนี้ ฮอตสปอตไม่สูง แต่ปีนี้ฮอตสปอตเยอะ

"ปีนี้จึงวิกฤตมากฝุ่นหนักติดต่อกันหลายวัน จากปกติบ่ายถึงเย็นเหลือ 50 แต่ตอนนี้ในเมืองเฉียดๆ 100 คนป่วยเยอะขึ้น เด็กป่วยเยอะขึ้น กลุ่มเปราะบางอีก มองไปในเมืองเวลานี้เห็นฝุ่นเป็นสีเทาชัดเจน มองอะไรเบลอๆ ไปหมด ในเมือง 100 กว่า บางจุด 200 ส่วนที่ 300-800 จะอยู่ในพื้นที่เชียงดาว ดอยเต่า จอมทอง และเกิดในพื้นที่ป่าเยอะเมื่อเทียบกับการเผาภาคเกษตร แต่ในตัวเมืองเชียงใหม่ฝุ่นสะสมเยอะเพราะอากาศปิด" ศ.เศรษฐ์ ฉายภาพฝุ่นในตัวเมืองเชียงใหม่

สำหรับประเด็นการเผาในพื้นที่ป่าสงวนและป่าอนุรักษ์และมีจุดความร้อนสูงกว่าแหล่งกำเนิดอื่น ศ.เศรษฐ์ ระบุว่า อาจมาจากหลายปัจจัย อย่างเช่น ปัญหาปากท้อง ราคาน้ำมันแพง ทำให้คนเข้าป่าเพื่อล่าสัตว์หรือหาของป่าเยอะมากขึ้น เมื่อเผาแล้วเกิดไฟลุกลามไปยังพื้นที่อื่น หรือบางกรณีก็ไปเผาในพื้นที่อื่น รวมทั้งมีการใช้พื้นที่ป่าในการทำเกษตรซึ่งจะต้องเผาในช่วงหน้าแล้ง แต่เฉพาะในพื้นที่การเกษตรค่อนข้างมีกฎหมายเข้มงวด และประชาชนในพื้นที่เหล่านี้เลือกการไถกลบมากกว่า

"แต่คนอยู่ในป่าเยอะ เมื่อเผาแล้วไฟก็ลุกลามเชื่อมโยงไปอีกป่า ส่วนการบริหารจัดการเชื่องเพลิง (ชิงเผา) ของหน่วยงานรัฐที่รับผิดชอบดูแลป่าทั้งป่าสงวนและป่าอนุรักษ์มีบริบทที่แตกต่างกัน บางพื้นที่ให้ชุมชนเป็นคนเผา บางพื้นที่มีการจ้างเหมา แต่จัดการไม่ถูกต้อง ตรงนี้ต้องไปดูรายละเอียดว่า แต่ละป่าบริหารจัดการเชื้อเพลิงแบบไหน ทำถูกต้องตามหลักวิชาการหรือไม่ ถ้าชิงเผาแล้วลามข้ามคืนก็จะหนัก บวกกับฝุ่นข้ามแดนด้วย ถ้าฝั่งเมียนมาจุดความร้อนหมื่นจุด แต่เราไม่เผาฝุ่นก็จะไม่เยอะ แต่ตอนนี้จากภาคเกษตรน้อย เผาในป่าเยอะ" ศ.เศรษฐ์ ในฐานะหัวหน้าทีมวิจัย DustBoy เซ็นเซอร์ตรวจวัดคุณภาพอากาศ PM2.5 ระดับชุมชน ระบุ

ศ.เศรษฐ์ กล่าวอีกว่า การที่ทางกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมให้ข้อมูลว่า จากต้นเดือนมีนาคมถึงปัจจุบันจุดความร้อนลดลงกว่า 30% นั้นต้องไปดูด้วยว่าจุดความร้อนที่ดับแล้วปะทุขึ้นมาใหม่หรือไม่ เพราะยังมีไฟใต้ดิน จึงไม่รู้ว่าดับจริงหรือไม่ ทีมเผชิญเหตุไปดับแล้วจริง แต่ด้วยทัศนวิสัยที่ไม่ดีเฮลิคอปเตอร์อาจขึ้นบินไม่ได้ บางพื้นที่สูงชันการเข้าไปดับไฟทำได้ยากมาก ดังนั้นจุดความร้อนอาจจะลดลงตามที่กระทรววงฯ ระบุ แต่ไฟก็ติดขึ้นใหม่ได้อีก หรือเป็นการลดลงแค่ชั่วคราว

สำหรับศูนย์ CCDC ที่ รศ.เศรษฐ์ทำหน้าที่หัวหน้าศูนย์ เป็นการใช้เซ็นเซอร์ Dustboy อุปกรณ์ขนาดเล็กในการตรวจวัดค่าฝุ่นทั่วประเทศ ผ่านสถานีตรวจวัดของกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) โดยเจ้าหน้าที่ของ Dustboy จะประสานกับทางจังหวัดและกรมอนามัยในแต่ละพื้นที่ ซึ่งมีอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ลงพื้นที่สอบถามประชาชนเพื่อคอยให้คำแนะนำว่าจะรับมือปัญหาฝุ่น PM2.5 ที่เกิดขึ้นอย่างไร เช่น การแจกหน้ากากป้องกัน การสร้างห้องสู้ฝุ่น ฯลฯ โดยดำเนินการแตกต่างกันในแต่ละพื้นที่ ขึ้นอยู่กับภูมิประเทศ และการสะสมของฝุ่นที่แตกต่างกัน โดยมีแอดมินใช้ AI ในการตรวจสอบเพื่อการซ่อมบำรุงเซ็นเซอร์ว่ามีจุดไหนบ้าง

ศ.เศรษฐ์ ยกตัวอย่าง จ.แม่ฮ่องสอนซึ่งขณะนี้มีค่าฝุ่น PM2.5 สูงมาก มีการเผาในพื้นที่ซ้ำซาก จึงมีการร้องขอเซ็นเซอร์เข้ามามาก เพราะไม่ได้มีครอบคลุมทุกพื้นที่ ซึ่งในช่วงเช้าจะมีการสะสมของฝุ่นสูง พอช่วงแดดแรงในช่วงบ่ายปริมาณฝุ่นจะค่อยๆ ลดลง แต่ลมยังไม่แรงพอที่จะหอบฝุ่นออกไปทั้งหมด หากมีจุดความร้อนเพิ่มก็จะมีฝุ่นเพิ่มขึ้นอีก ดังนั้น เซ็นเซอร์จึงเป็นเครื่องมือในการเฝ้าระวังและเตือนภัยให้ประชาชนป้องกันตัว

ขณะที่ ข้อมูลจาก warroom.pro ระบุว่า ภาพถ่ายดาวเทียมพบกลุ่มไฟใหญ่มากกว่า 7 กลุ่ม ล้อม ต.เมือแปง อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน ส่งผลให้เมื่อเวลา 10.00 น. เมื่อวันที่ 1 เมษายน 2569 ค่าฝุ่นสูงถึง 834 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร (มคก./ลบ.ม.) โดยจากการวิเคราะห์ทิศทางลมพบว่า ทิศทางลมได้พัดควันจากหนึ่งไฟกลุ่มใหญ่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าแม่ปายฝั่งซ้ายตอนบน ประเภทป่าผลัดใบสมบูรณ์ ฝั่งซ้ายของตำบลเข้าสู่ชุมชนโดยตรง ขณะเดียวกันอัตราการระบายอาศไม่ดี ระบายช้า ควันลอยต่ำ และสะสมในหุบเขา

ทั้งนี้ warroom.pro เป็นแพลตฟอร์มศูนย์บัญชาการข้อมูล (Dashboard) พัฒนาโดยมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และเครือข่ายภาคประชาสังคม เพื่อใช้ติดตามและจัดการวิกฤตฝุ่นควัน PM2.5 และไฟป่า โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคเหนือ สามารถระบุพิกัดความร้อน วิเคราะห์ทิศทางลม รายงานค่าฝุ่น และเชื่อมโยงความช่วยเหลือจากอาสาสมัคร

วันเดียวกัน นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช และนายนิกร ศิรโรจนานนท์ อธิบดีกรมป่าไม้ ได้ร่วมลงนามความร่วมมือ (MOU) เพื่อบูรณาการฐานข้อมูลและระบบสารสนเทศร่วมกันเพื่อให้การปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ในภาคสนามมีความสะดวก รวดเร็ว เท่าทันต่อสถานการณ์ปัจจุบันและมีเอกภาพ โดยเฉพาะการใช้งาน 'ระบบพิทักษ์ไพร ของกรมป่าไม้ และระบบ 'iForMS' (Intelligent Forest Management System) ของกรมอุทยานแห่งชาติฯ ซึ่งเป็นระบบอัจฉริยะที่ใช้การวิเคราะห์ภาพถ่ายดาวเทียมเพื่อตรวจจับการเปลี่ยนแปลงพื้นที่ป่าแบบก้าวหน้า ภายใต้แนวคิด "ตรวจก่อน บุกรุกทีหลัง"

นอกจากนี้ ระบบจะทำการเปรียบเทียบข้อมูลจากดาวเทียม Sentinel หรือ Landsat เพื่อหาความแตกต่างของพื้นที่สีเขียว และสร้างจุดแจ้งเตือน (Alerts) โดยอัตโนมัติทันทีที่พบการสูญเสียพื้นที่ป่าหรือการแผ้วถางผิดกฎหมาย ช่วยให้เจ้าหน้าที่สามารถเข้าตรวจสอบและยับยั้งเหตุได้ทันท่วงที ก่อนที่การบุกรุกจะขยายวงกว้าง นอกจากนี้ ยังรวมถึงการจัดฝึกอบรมสัมมนาเพื่อพัฒนาขีดความสามารถของบุคลากรทั้งสองฝ่าย โดยข้อตกลงนี้จะมีระยะเวลาดำเนินการต่อเนื่องรวม 5 ปี

ทั้งนี้ กรมอุทยานแห่งชาติฯ มีหน้าที่มีหน้าที่หลักรับผิดชอบพื้นที่ป่าอนุรักษ์ เช่น อุทยานแห่งชาติ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า ขณะที่ กรมป่าไม้ มีหน้าที่หลักรับผิดชอบป่าสงวน การปลูกป่าเศรษฐกิจและป่าชุมชน

แท็กที่เกี่ยวข้อง
ไฟป่า
ฝุ่นพิษเชียงใหม่
มลพิษอากาศ



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เครือข่ายอากาศสะอาดหักล้าง ‘ศุภชัย’ รายประเด็น ยันผู้ก่อมลพิษต้องจ่าย
เครือข่ายอากาศสะอาดหักล้าง ‘ศุภชัย’ รายประเด็น ยันผู้ก่อมลพิษต้องจ่าย