ปลัดมหาดไทย ระบุ ได้ประกาศเขตผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินบริหารจัดการฝุ่นควันและไฟป่า 3 จังหวัด ประกอบด้วย เชียงใหม่ 7 อำเภอ 40 ตำบล ลำพูน 1 อำเภอ 8 ตำบล และพะเยา 9 อำเภอ ทำให้ผู้ว่าฯ สามารถใช้จ่ายเงินทดรองราชการและช่วยเหลือผู้ประสบภัยด้านอื่นๆ ได้
เมื่อวันที่ 4 เมษายน 2569 นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า การบริหารจัดการสถานการณ์ไฟป่า หมอกควัน และฝุ่น PM2.5 ในพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือ ในขณะนี้ผู้ว่าราชการจังหวัดในฐานะผู้อำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด ได้ใช้กลไกตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยดำเนินมาตรการตามแผนป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยร่วมกับภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วนอย่างเต็มกำลัง เพื่อเร่งคลี่คลายสถานการณ์ให้ประชาชนสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างเป็นปกติสุขโดยเร็วตามข้อสั่งการของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และผู้บัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ

นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ขึ้นเฮลิคอปเตอร์บรรเทาสาธารณภัย KA-32 เพื่อบัญชาการปฏิบัติการทิ้งน้ำดับไฟป่าในพื้นที่ จ.เชียงใหม่ เมื่อวันที่ 2 เม.ย. 2569
ทั้งนี้ เพื่อให้การบริหารจัดการสาธารณภัย ทั้งไฟป่า หมอกควัน และภัยฝุ่นละอองขนาดเล็กเป็นไปอย่างมีเอกภาพ สอดคล้องตามข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กระทรวงมหาดไทยโดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยในฐานะกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง ได้รับทราบรายงานข้อมูลการประกาศเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน กรณี ไฟป่า หมอกควัน และกรณีฝุ่น PM2.5 รวม 3 จังหวัด
ได้แก่ 1. จ.เชียงใหม่ ประกาศเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน กรณีไฟป่า รวม 7 อำเภอ 40 ตำบล 338 หมู่บ้าน 27 ชุมชน ได้แก่ อ.ฮอด สะเมิง ดอยสะเก็ด เชียงดาว แม่วาง แม่แตง และแม่ริม 2. จ.ลำพูน ประกาศเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน กรณีภัยจากฝุ่น PM2.5 จำนวน 1 อำเภอ คือ อ.ลี้ รวม 8 ตำบล 99 หมู่บ้าน และ 3. จ.พะเยา ประกาศเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัยกรณีฉุกเฉิน กรณีไฟป่า และฝุ่น PM2.5 รวม 9 อำเภอ ได้แก่ อ.เมืองพะเยา จุน เชียงคำ เชียงม่วน ดอกคำใต้ ปง แม่ใจ ภูซาง และ อ.ภูกามยาว
ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวเพิ่มเติมว่า การประกาศเขตให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน จะส่งผลให้ผู้ว่าราชการจังหวัดสามารถบริหารจัดการและใช้จ่ายเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินในอำนาจผู้ว่าราชการจังหวัด ตามระเบียบกระทรวงการคลัง ว่าด้วยเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน พ.ศ. 2569 และงบประมาณอื่นๆ เพื่อบริหารสถานการณ์ และเยียวยาความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินได้อย่างมีเอกภาพ
นอกจากนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดในฐานะผู้นำพื้นที่ที่มีความใกล้ชิดกับพี่น้องประชาชน สามารถบูรณาการสรรพกำลังทุกภาคส่วนในการช่วยเหลือเยียวยา บรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนได้อย่างทันท่วงที และทำให้การแก้ไขปัญหาบรรลุผลสัมฤทธิ์ในระดับพื้นที่ โดยกระทรวงมหาดไทยยังคงติดตามการบริหารจัดการสถานการณ์ภัยไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็กอย่างต่อเนื่อง และให้การสนับสนุนบทบาทของผู้ว่าราชการจังหวัดในการบริหารจัดการและแก้ไขสถานการณ์ ทำให้ประชาชนกลับมาใช้ชีวิตอย่างเป็นปกติสุขโดยเร็ว




