เครือข่ายภาคประชาชนรุกหนัก ยื่นหนังสือเร่งพิจารณาร่าง พ.ร.บ. อากาศสะอาด ห่วงไม่ทันเส้นตาย 12 พ.ค.-หวั่นเนื้อหากฎหมายถูกสอดไส้-บิดเบือน- กมธ. ไฟป่ายืนยันเป็นวาระเร่งด่วนรัฐบาลพร้อมประสานให้ทันเวลา-ด้านฝ่ายค้านจับตา ครม. ต้องผลักร่างกฎหมายให้ทันก่อนเส้นตาย
สำนักข่าว Next News รายงานว่าเมื่อวันที่ 30 เมษายน 2569 เครือข่ายภาคประชาชนด้านอากาศสะอาดรวมตัวกว่า 100-200 องค์กร และผู้สนับสนุนรวมกว่า 600,000 รายชื่อ (ได้เข้ายื่นหนังสือและแสดงความกังวลต่อสถานการณ์วิกฤตฝุ่นควันและปัญหาเชิงโครงสร้างอากาศสะอาดต่อรัฐสภา โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อเร่งรัดและสนับสนุนการผลักดันร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) อากาศสะอาดที่ค้างอยู่ในสภาให้ได้รับการพิจารณาและบังคับใช้โดยเร็วที่สุด ท่ามกลางความห่วงใยว่าจะไม่ทันเส้นตายวันที่ 12 พฤษภาคมนี้
เรียกร้องแก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง ไม่เอาฉบับ "ฟอกเขียว"
การเคลื่อนไหวครั้งนี้เริ่มต้นขึ้นในช่วงเช้าที่ประตูทางเข้าอาคารรัฐสภา ฝั่ง สส. โดยตัวแทนภาคประชาชน นำโดยทีม Thai Can, มูลนิธิคนเห็นคน และขบวนการนักเรียนเพื่อการอภิวัฒน์ ได้ยื่นหนังสือต่อคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษามาตรการและแนวทางการบริหารจัดการแก้ไขปัญหาไฟป่าและติดตามปัญหาวิกฤตฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 โดยมีนางสาวพิมพ์ภัทรา วิชัยกุล สส. ภูมิใจไทย ในฐานะประธาน กมธ. เป็นตัวแทนรับหนังสือ
ตัวแทนเครือข่ายภาคประชาชนกล่าวแสดงความกังวลอย่างยิ่งต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้น โดยระบุว่าเป็นวิกฤตของสังคมและปัญหาเชิงโครงสร้าง สิ่งที่น่าห่วงใยที่สุดคือร่าง พ.ร.บ. อากาศสะอาดที่ค้างอยู่ในรัฐสภาจะไม่ถูกหยิบยกขึ้นมาพิจารณา ทั้งที่กลุ่มเปราะบางกำลังเดือดร้อนอย่างหนัก พวกเขาเน้นย้ำว่าต้องการให้มองไปถึงปัญหาเชิงโครงสร้าง ซึ่งร่าง พ.ร.บ. อากาศสะอาดจะเป็นการแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ ไม่ใช่เพียงการแก้ปัญหาที่ปลายทางแล้ววนกลับมาใหม่ พร้อมประกาศชัดเจนว่า "เราไม่อยากให้แก้ที่ปลายทางแล้ววนกลับมาใหม่ ตั้ง กมธ. หลายชุดแล้วทางานวนลูปเรื่อย ๆ" และ "ขอให้ท่านสนับสนุนประคับประคองร่าง พ.ร.บ. ฉบับที่ใช่ ไม่ใช่มีแค่หน้าปก เนื้อข้างในไม่มีอะไร เราไม่เอาฉบับฟอกเขียว"
กมธ.ไฟป่า ยืนยันรัฐบาลเร่งเดินหน้า
ด้านนางสาวพิมพ์ภัทรา วิชัยกุล ได้กล่าวตอบรับหนังสือและให้ความมั่นใจว่าเรื่องอากาศสะอาดเป็นวาระสำคัญของรัฐบาล โดยกล่าวว่าว่านายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้เดินทางไปพบกับนายกรัฐมนตรี สปป. ลาว เพื่อหารือเรื่องไฟป่าเมื่อวันที่ 29 เมษายน
เมื่อถูกถามถึงความกังวลว่าร่าง พ.ร.บ. อากาศสะอาดอาจไม่สามารถเข้าสู่ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรได้ทันวันที่ 12 พฤษภาคมนี้ นางสาวพิมพ์ภัทราปฏิเสธว่าไม่มีการโยนเรื่องกันไปมา และยืนยันว่านายกรัฐมนตรีมีดำริให้ทำเรื่องนี้เป็นเรื่องด่วน โดยได้สอบถามไปยังวิปรัฐบาลและคณะรัฐมนตรีแล้ว และได้รับการยืนยันว่าจะทำเรื่องนี้ให้เสร็จ "คุยกับทุกฝ่ายแล้ว เรื่องนี้จะเดินหน้าต่อ
ฝ่ายค้านชี้ชัด 2 ขั้นตอนสำคัญ ก่อนเส้นตาย 12 พ.ค.
นอกจากคณะกรรมาธิการไฟป่าแล้ว กลุ่มภาคประชาชนยังได้ยื่นหนังสือต่อประธานวิปฝ่ายค้าน นายพริษฐ์ วัชรสินธุ และประธานวิปรัฐบาล (นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล) รวมถึงประธานวุฒิสภาด้วย
นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.พรรคประชาชน ในฐานะตัวแทนพรรคร่วมฝ่ายค้าน ได้กล่าวยืนยันจุดยืนของฝ่ายค้านว่ามีความเห็นตรงกันและพร้อมทำเต็มที่ ใช้ทุกกลไกเพื่อผลักดันให้ พ.ร.บ. อากาศสะอาดที่ค้างมาจากสภาชุดที่แล้วสามารถไปต่อและบังคับใช้ได้ นายพริษฐ์ได้อธิบายถึงสองขั้นตอนสำคัญที่ฝ่ายค้านจะติดตามอย่างใกล้ชิด ได้แก่:
มติคณะรัฐมนตรี (ครม.): ครม. จะต้องมีมติยืนยันให้ร่างกฎหมายได้ไปต่อก่อนวันที่ 12 พฤษภาคมนี้ (ซึ่งเป็น 60 วันหลังจากมีการประชุมสภานัดแรก) โดยคาดการณ์ว่า ครม. จะมีการตัดสินใจในวันที่ 5 พฤษภาคมนี้ ทางวิปฝ่ายค้านได้ส่งหนังสือเชิญตัวแทนจากสำนักเลขาธิการ ครม. มาร่วมประชุมเพื่อซักถามเหตุผลหากร่าง พ.ร.บ. อากาศสะอาดไม่ได้รับการยืนยัน และเสนอแนะให้ทบทวนก่อนเส้นตาย
การลงมติในรัฐสภา: หาก ครม. มีมติยืนยัน ร่างกฎหมายจะถูกส่งเข้าที่ประชุมร่วมของรัฐสภา (สส. และ สว. รวมกัน 700 คน) ซึ่งต้องใช้มติเห็นชอบ 350 เสียง นายพริษฐ์เชื่อมั่นว่าหากพรรคร่วมรัฐบาลลงมติเห็นชอบและรวมกับเสียงของฝ่ายค้าน ก็จะมีเสียงเพียงพอที่จะทำให้กฎหมายไปต่อได้อย่างแน่นอน
นายพริษฐ์ยังแสดงความหวังว่ารัฐบาลจะนึกถึงสุขภาพและปอดของประชาชน และเตือนว่าหาก พ.ร.บ. อากาศสะอาดไม่ได้ไปต่อ จะไม่เพียงเป็นการทิ้งงานที่หลายฝ่ายร่วมผลักดันมานาน แต่เป็นการทิ้งรายชื่อประชาชนจำนวนมาก นอกจากนี้ ภารกิจจะไม่สิ้นสุดแค่การผ่านกฎหมาย แต่รัฐบาลจะต้องใช้เครื่องมือจาก พ.ร.บ. อากาศสะอาด เพื่อเตรียมการป้องกันปัญหามลพิษสำหรับฤดูฝุ่นปีถัดไปอย่างยั่งยืน ไม่ใช่แค่แก้ปัญหาเมื่อเกิดขึ้นแล้ว รวมถึงการจัดสรรงบประมาณและแรงจูงใจในการลดต้นตอของมลพิษหรือฝุ่น PM2.5
ห่วงเนื้อหาถูก "ตัดต่อพันธุกรรม"
ภาคประชาชนยังคงแสดงความกังวลว่า แม้รัฐบาลจะแสดงความยินดีที่จะสนับสนุนร่าง พ.ร.บ. อากาศสะอาด แต่ยังคงมีคำถามถึงความจริงใจในการดำเนินการ โดยเฉพาะประเด็นว่ารัฐบาลจะส่งร่างกฎหมายมาจริงหรือไม่ และหากส่งมา รัฐสภาจะเห็นชอบหรือไม่ เพราะประกอบด้วยทั้ง สส. และ สว.
ความห่วงใยที่สำคัญที่สุดคือ หากไปถึงขั้นพิจารณาในชั้นกรรมาธิการ เนื้อหาของกฎหมายอาจถูกเปลี่ยนแปลงจนกลายเป็นการ “ตัดต่อพันธุกรรม” สูญเสียสาระสำคัญในการแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างไป เกรงว่ากฎหมายที่ออกมาอาจเป็นเพียงชื่อ พ.ร.บ. อากาศสะอาด แต่เนื้อหาภายในกลับไม่ตอบโจทย์ พร้อมทั้งยืนยันว่าจะไม่หยุดเคลื่อนไหว ไม่ว่ากฎหมายจะผ่านหรือไม่ หรือเนื้อหาจะบิดเบือนไปเพียงใด เพราะเชื่อว่าแนวคิดเรื่องกฎหมายอากาศสะอาดได้เกิดขึ้นแล้วและจะไม่มีวันตาย แต่ประชาชนต่างหากที่อาจต้องตายเพราะอากาศที่แย่ลง
ด้านนางการดี เลียวไพโรจน์ สส.และรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้กล่าวขอบคุณภาคประชาชนและเพื่อน สส. ทั้งจากฝ่ายค้านและรัฐบาลที่เห็นพ้องต้องกันในความสำคัญของเรื่องฝุ่นอากาศสะอาด ย้ำว่าการอยู่เฉยๆ ปัญหาจะไม่หายไป การลงมือทำอย่างมีการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้าง กระบวนการทำงาน การคิด การใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสม และการใช้กฎหมายใหม่เพื่อจำกัดการปล่อยฝุ่นตั้งแต่ต้นทางเป็นเรื่องสำคัญ สมาชิกฝ่ายค้านทุกคนเห็นตรงกันในการผลักดัน พ.ร.บ. อากาศสะอาดให้ไปต่อ และพร้อมปรับปรุงให้กฎหมายมีประสิทธิภาพสูงสุด โดยมองว่าปัญหานี้ไม่ใช่แค่ฝุ่นทางกายภาพ แต่รวมถึงอนาคตของความมั่นคงของมนุษย์ สุขภาพ และเศรษฐกิจ โดยส่วนตัวขอยืนยันที่จะร่วมทำงานต่อไปจนกว่าลูกหลานจะได้สูดอากาศบริสุทธิ์ครบ 365 วันต่อปี




