News Logo
หน้าแรก
ภาคประชาสังคมรุมค้านแลนด์บริดจ์-กม.SEC ชี้กระทบชีวิตคนใต้กว่า 10 ล้าน

ภาคประชาสังคมรุมค้านแลนด์บริดจ์-กม.SEC ชี้กระทบชีวิตคนใต้กว่า 10 ล้าน

2 พ.ค. 2569 19:32
ผู้ชม 24 คน

ภาคประชาสังคม ภาคีเครือข่าย และนักเคลื่อนไหวด้านสิ่งแวดล้อม ต่างออกมาคัดค้านโครงการแลนด์บริดจ์และร่าง พ.ร.บ.ระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้ (SEC) เพราะโครงการนี้และกฎหมายฉบับดังกล่าวกำลังจะทำลายทรัพยากรธรรมชาติและวิถีชีวิตของคนในชุมชน ตลอดจนเป็นการเปิดทางให้กลุ่มทุนต่างชาติเข้ามาแสวงหาประโยชน์บนแผ่นดินภาคใต้ของประเทศ

เครือข่ายรักษ์พะโต๊ะ จ.ชุมพร และนักเคลื่อนไหวด้านสิ่งแวดล้อม ได้ออกมาแสดงจุดยืนคัดค้านโครงการแลนด์บริดจ์ (Landbridge) เพื่อปกป้องผืนดินและฐานทรัพยากรธรรมชาติส่งต่อให้คนรุ่นหลัง ทั้งยังวิพากษ์วิจารณ์ว่าร่างพ.ร.บ.ระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้ (SEC) ที่ให้กรรมสิทธิ์ต่างชาติถือครองที่ดินได้ 99 ปี กำลังทำให้ภาคใต้กลายเป็นเขตนิคมอุตสาหกรรมของกลุ่มทุนต่างชาติ ซึ่งจะส่งผลกระทบเป็นวงกว้างต่อทุกจังหวัดในภาคใต้ ตลอดจนประชาชนชาวใต้อีกกว่า 10 ล้านชีวิต

เครือข่ายรักษ์พะโต๊ะ จ.ชุมพร ระบุว่า ภายใต้โครงการแลนด์บริดจ์ที่เชื่อมต่อระหว่างระนอง-ชุมพร ระยะทางกว่า 90 กิโลเมตรนั้น ประกอบด้วยโครงการย่อยอีกมากมาย อาทิ การก่อสร้างท่าเรือน้ำลึก นิคมอุตสาหกรรม และการสัมปทานแหล่งหินที่ต้องระเบิดทำลายภูเขาหลายลูก ซึ่งโครงการขนาดใหญ่ที่ครอบคลุมพื้นที่กว่า 100,000 ไร่นี้ จะส่งผลกระทบโดยตรงต่อวิถีชีวิตของชาวใต้ ทั้งการสูญเสียที่ดินทำกิน ที่อยู่อาศัย ตลอดจนทำลายทรัพยากรทางทะเลจำนวนมหาศาล 

รัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล ได้ประกาศจุดยืนชัดเจนที่จะผลักดันโครงการแลนด์บริดจ์ให้สำเร็จในช่วงวาระการบริหารประเทศ แม้จะมีข้อทักท้วงจากภาควิชาการ ภาคเอกชน และภาคประชาชนให้ทบทวนโครงการ โดยเฉพาะประเด็นความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจที่มีผลการศึกษาทางวิชาการรองรับ รวมถึงความกังวลต่อผลกระทบทางทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ ทั้งในเขตอุทยานแห่งชาติป่าอนุรักษ์และพื้นที่สงวน

นอกจากนี้ การศึกษาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ (EHIA) ของโครงการย่อยอย่างน้อย 4 โครงการยังไม่เสร็จสิ้น อีกทั้งกระบวนการศึกษายังถูกตั้งคำถามจากประชาชนในพื้นที่ว่า ขาดการมีส่วนร่วมของผู้ได้รับผลกระทบโดยตรง และมีการใช้วิธีการศึกษาที่ไม่เป็นไปตามหลักวิชาการ จนส่งผลให้ข้อมูลคลาดเคลื่อนจากความเป็นจริง 

ทั้งยังมีประเด็นการผลักดันร่างกฎหมาย SEC เพื่อเอื้อให้โครงการแลนด์บริดจ์สามารถดำเนินการได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งกฎหมายดังกล่าวเปิดทางให้ทุนต่างชาติสามารถถือครองกรรมสิทธิ์บนแผ่นดินไทยได้ยาวนานถึง 99 ปี และยังมีอีกหลายมาตราที่มอบสิทธิประโยชน์แก่กลุ่มคนเหล่านี้อย่างกว้างขวาง จนสะท้อนให้เห็นถึงความเหลื่อมล้ำระหว่างคนไทยและต่างชาติอย่างชัดเจน 

ดังนั้น เครือข่ายฯ จึงไม่อาจยอมรับได้ หากการพัฒนาดังกล่าวจะทำให้ชาวใต้ต้องกลายเป็นพลเมืองชั้นสองในแผ่นดินเกิด จึงขอออกมาเรียกร้องและต่อสู้เพื่อยุติโครงการและกฎหมายดังกล่าว โดยจะประสานความร่วมมือกับเครือข่ายประชาชนภาคใต้ทุกภาคส่วนทั้ง 14 จังหวัด เพื่อเคลื่อนไหวคัดค้านโครงการนี้ร่วมกัน  

686946964_122305377260058998_4775239873943863197_n

เครือข่ายรักษ์พะโต๊ะ จ.ชุมพร ออกแถลงการณ์แสดงจุดยืนคัดค้านโครงการแลนด์บริดจ์และร่าง พ.ร.บ.ระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้ (SEC)

ขณะที่ นายประสิทธิ์ชัย หนูนวล นักเคลื่อนไหวด้านสิ่งแวดล้อมจากกลุ่มศึกษาการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้ (SEC Watch) ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กสื่อสารถึง สส. พรรคภูมิใจไทยในพื้นที่ภาคใต้ โดยระบุว่า นโยบายของรัฐบาลที่ผลักดันร่างกฎหมาย SEC เพื่อเอื้อต่อการเปลี่ยนรูปแบบการใช้ประโยชน์ที่ดินในภาคใต้ให้กลายเป็นเขตนิคมอุตสาหกรรมของกลุ่มทุนต่างชาติ จะส่งผลกระทบเป็นวงกว้างต่อทุกจังหวัดในภาคใต้ ตลอดจนประชาชนชาวใต้กว่า 10 ล้านคน รวมถึงคนไทยทั่วประเทศ 

ร่างกฎหมาย SEC ที่พรรคภูมิใจไทยเป็นผู้นำเสนอเข้าสู่สภาฯ เป็นพรรคแรกจำนวน 2 ฉบับ มีบทบัญญัติที่ทำลายศักยภาพของพื้นที่ภาคใต้โดยตรง โดยเฉพาะเนื้อหาจำนวน 71 มาตราที่ปรากฏในร่าง พ.ร.บ. ฉบับของสำนักนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) สังกัดกระทรวงคมนาคม ซึ่งร่างกฎหมายนี้กำลังจะเข้าสู่กระบวนการพิจารณาของคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อมีมติส่งต่อไปยังรัฐสภาให้พิจารณาเห็นชอบและประกาศบังคับใช้ต่อไป 

การผลักดันกฎหมายดังกล่าวจะทำให้ที่ดินภาคใต้ 14 จังหวัดกลายเป็นเขตอุตสาหกรรมที่ทำให้ต่างชาติสามารถเช่าที่ดินได้ 99 ปี และถือกรรมสิทธิ์ได้โดยไม่ต้องปฏิบัติตามกฎหมายที่ดิน ซึ่งจะส่งผลให้คนใต้สูญเสียที่ดินและไม่สามารถใช้ประโยชน์จากที่ดินเหล่านั้นได้ ไม่ว่าจะเป็นทางการเกษตรหรือการท่องเที่ยว 

นายประสิทธิชัย ระบุต่อว่า สิ่งที่พรรคภูมิใจไทยดำเนินการนั้นสวนทางกับบริบทของภาคใต้ ซึ่งเป็นภูมิภาคแห่งเกษตรกรรมและแหล่งผลิตอาหารคุณภาพสูง แต่พรรคภูมิใจไทยกลับลดทอนศักยภาพความสมบูรณ์ของพื้นที่ ด้วยการออกกฎหมายบังคับให้แผ่นดินภาคใต้กลายเป็นเพียงฐานการผลิตสินค้าอุตสาหกรรมเพื่อรองรับนักลงทุนต่างชาติ ดังนั้น การเปลี่ยนภาคใต้ให้เป็นแหล่งรับจ้างผลิตภาคอุตสาหกรรม จึงเป็นการเอื้อประโยชน์ให้คนเพียงกลุ่มเล็กๆ เติบโต เมื่อเทียบกับการพัฒนาโครงสร้างเกษตรสมัยใหม่ การท่องเที่ยว และการบริการคุณภาพสูง ซึ่งเป็นฐานเศรษฐกิจของคนภาคใต้จำนวนนับ 10 ล้านคน

“พรรคของท่านอาศัยอำนาจอะไรจึงกล้าหาญเกินเหตุ เขียนกฎหมายผลักแผ่นดินภาคใต้ไปให้เป็นของต่างชาติ พวกท่านจะอาศัยอะไรมารับผิดชอบต่อความทุกข์ยากนับล้านชีวิตของคนใต้ที่จะต้องสูญเสียที่ดิน มีความทุกข์อยาก ถูกละเมิดสิทธิ สูญเสียอาชีพ เพราะกฎหมายของพวกท่านจะยึดที่ดิน น้ำ ทรัพยากรภูเขา ชายฝั่งทะเล ไปปรนเปรอนักลงทุนต่างชาติเพื่อทำนิคมอุตสาหกรรมและถมทะเลทำท่าเรือ ผลจากการที่นักการเมืองผู้หนึ่งร่วมผลักดันให้แผ่นดินภาคใต้กลายเป็นของต่างชาติ สิ่งที่ทุกท่านจะต้องรับไม่ใช่ผลการเลือกตั้งครั้งต่อไป แต่หมายถึงตราบาปที่พวกท่านกระทำต่อแผ่นดินนี้” ประสิทธิ์ชัย ระบุ 

686515365_2802348103491336_4103539868204881681_n

นายประสิทธิ์ชัย หนูนวล เขียนจดหมายถึง สส.เขตพรรคภูมิใจไทยในพื้นที่ภาคใต้ทุกจังหวัด

อย่างไรก็ดี โครงการแลนด์บริดจ์ถือเป็นโครงการขนาดใหญ่ที่เชื่อมทะเล 2 ฝั่งเข้าด้วยกัน โดยมุ่งเน้นผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจเป็นสำคัญ ซึ่งโครงการนี้ถูกหยิบยกมาพูดถึงในแทบทุกรัฐบาลต่อเนื่องมายาวนานในชื่อโครงการที่แตกต่างกัน ก่อนที่รัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทินจะออกมายืนยันว่า จะเร่งผลักดันให้เริ่มดำเนินการภายในปีนี้ แต่ในขณะเดียวกัน กลับมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางถึงประเด็นความไม่คุ้มค่าและผลกระทบต่อระบบนิเวศ โดย 'มูลนิธิสืบนาคะเสถียร' เคยหยิบยก 5 เหตุผลสำคัญที่รัฐบาลควรทบทวนโครงการแลนด์บริดจ์ชุมพร-ระนอง ไว้ ดังนี้

1. ความไม่เหมาะสมเเละความคุ้มค่า : จากรายงานการศึกษาความเหมาะสมเเลความคุ้มค่าโดย สภาพัฒนาเศรษฐกิจเเละสังคมเเห่งชาติ กับ สำนักงานนโยบายเเละเเผนการขนส่งเเละจราจร (สนข) ในฐานะเจ้าของโครงการนั้น ไม่สอดคล้องกัน โดยรายงานของ สภาพัฒนาเศรษฐกิจเเละสังคมเเห่งชาติ ระบุว่าการลงทุนในโครงการดังกล่าวไม่มีความเหมาะสมเเละไม่มีความคุ้มค่าในฐานเศรษฐศาสตร์ในการลงทุน

2. การศึกษาไม่ครอบคลุมผลกระทบทางสิ่งเเวดล้อม : โครงการเเลนด์บริดจ์ชุมพร-ระนองจะกระทบต่อวิถีชีวิต ทรัพยากรธรรมชาติเเละสิ่งเเวดล้อมในวงกว้าง เเต่การศึกษาโครงการกลับเเยกส่วนการศึกษาตามโครงการ เเละกำหนดขอบเขตการศึกษาผลกระทบสิ่งเเวดล้อมในเเต่ละโครงการหรือกิจการ เพียง 5 กิโลเมตร ซึ่งไม่ครอบคลุมผลกระทบทางสิ่งเเวดล้อมเเละวิถีชีวิตของประชาชนในพื้นที่โดยรอบได้จริง เมื่อการศึกษาไม่ครอบคลุมผู้ได้รับผลกระทบหรือสิ่งเเวดล้อมที่จะกระทบจากการดำเนินโครงการย่อมมิอาจสะท้อนความเสียหายเเละผลกระทบที่จะเกิดขึ้นจากโครงการได้

3. ความบกพร่องในการศึกษา : ในรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งเเวดล้อมเเละสุขภาพ(EHIA) โครงการท่าเรือน้ำลึกเเหลมริ่วเเละท่าเรือน้ำลึกเเหลมอ่าวอ่าง พบว่า มีข้อบกพร่องเเละความคลาดเคลื่อนของข้อมูลจากความเป็นจริงหลายประการ อาทิ จำนวนเเละชนิดของสัตว์หน้าดินที่ต่ำกว่าความเป็นจริงไม่สอดคล้องกับรายงานการศึกษาในอดีตที่ผ่านมา จำนวนบุคคลากรทางการเเพทย์มีมากผิดปกติในโรงพยาบาบประจำอำเภอ การขาดการศึกษาเเละประเมินสถานการณ์ หรือเหตุการณ์สำคัญที่อาจมีผลกระทบกับโครงการ เช่น เเผ่นดินไหว น้ำมันรั่ว ไฟไหม้ เป็นต้น ทั้งหมดนี้คือความบกพร่องของรายการการศึกษาเเละประเมินผลกระทบสิ่งเเวดล้อมที่ต้องกลับไปทบทวนเเละทำการศึกษาใหม่

4. การขาดการมีส่วนร่วมของประชาชน : การรับฟังความคิดเห็นของโครงการขาดการมีส่วนร่วมของประชาชนอย่างเเท้จริง เนื่องจากมีเพียงกลุ่มข้าราชการ เเละหน่วยงานที่เป็นสัดส่วนหลักในการเข้าร่วมรับฟังความคิดเห็น อีกทั้งประชาชนในพื้นที่ไม่ได้รับข้อมูลข่าวสาร ผลกระทบของโครงการอย่างตรงไปตรงมา ทำให้ไม่สามาถที่จะมีส่วนร่วมในการเสนอเเนะให้ความเห็นต่อผลกระทบ ความห่วงกังวลที่จะเกิดขึ้นจากโครงการได้

5. การพัฒนาที่ขัดเเย้งกับสภาพพื้นที่ : ระบบนิเวศ สภาพพื้นที่ของจังหวัดระนอง เเละจังหวัดชุมพร ซึ่งมีฐานทรัพยากรที่สมบูรณ์ มีระบบนิเวศที่หลากหลาย ถูกเสนอขึ้นทะเบียนให้อยู่ในบัญชีรายชื่อพื้นที่ที่จะขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก ซึ่งโครงการเเลนด์บริดจ์นั้นขัดเเย้งเเละไม่สอดคล้องกับทิศทางเเละศักยภาพของพื้นที่อย่างชัดเจน

นอกจากนั้น มื่อวันที่ 29 เมษายน 2569 นายกรณ์ จาติกวณิช สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมด้วย สส. ภาคใต้ และภาคตะวันออกของพรรค ประกอบด้วย นายจูรี นุ่มแก้ว สส.สงขลา นายศักดิ์สิทธิ์ ขาวทอง สส.สงขลา นายกาญจน์ ตั้งปอง สส.ตรัง นายกฤตย์อิชย์ ภาคย์อิชณน์ สส.ตรัง นางกนกพร เดชเดโช สส.นครศรีธรรมราช และนายพศิน ปิตุเตชะ สส.ระยอง ร่วมกันแถลงข่าวกรณีการยื่นญัตติด่วนขอให้สภาผู้แทนราษฎรจัดตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาโครงการแลนด์บริดจ์ (Landbridge) โดยตั้งคำถามถึงความโปร่งใสและความคุ้มค่าของโครงการเมกะโปรเจกต์มูลค่ามหาศาลที่รัฐบาลพยายามผลักดันอย่างผิดปกติ เนื่องจากไม่ได้เป็นนโยบายรัฐบาลที่แถลงไว้ต่อรัฐสภา

เครดิตภาพปก : เพจเครือข่ายรักษ์พะโต๊ะ

แท็กที่เกี่ยวข้อง
แลนด์บริดส์
เครือข่ายภาคใต้คัดค้านแลนด์บริดจ์
เมกะโปรเจกต์
ผลกระทบสิ่งแวดล้อม
พรรคภูมิใจไทย



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

สหรัฐคงไทยในบัญชี WL ชี้คุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาต่อเนื่อง
สหรัฐคงไทยในบัญชี WL ชี้คุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาต่อเนื่อง