'อนุทิน' เดินหน้าโครงการแลนด์บริดจ์ เตรียมตั้ง 'เอกนิติ' เป็นประธานคณะกรรมการศึกษาโครงการ เร่งสรุปผลให้แล้วเสร็จภายใน 90 วัน เพื่อให้สอดรับกับสถานการณ์โลกปัจจุบัน ยันว่าโครงการดังกล่าวเป็นนโยบายหาเสียงของพรรคภูมิใจไทยมาตั้งแต่ปี 2562 ย้ำไม่เคยดำเนินนโยบายเพื่อเอื้อผลประโยชน์ให้แก่คนกลุ่มใด
เมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม 2569 ภายหลังการประชุม สส. พรรคภูมิใจไทย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า ขณะนี้คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีความเห็นตรงกันและไม่มีข้อขัดแย้งเกี่ยวกับโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมขนส่งเพื่อพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้ เพื่อเชื่อมโยงการขนส่งระหว่างอ่าวไทยและอันดามัน หรือโครงการแลนด์บริดจ์ จึงเตรียมแต่งตั้ง นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธานคณะกรรมการศึกษาโครงการแลนด์บริดจ์ เพื่อเร่งสรุปรายงานผลการศึกษาภายใน 90 วัน
นายอนุทิน ระบุว่า สาเหตุที่ต้องมีการศึกษาโครงการ เนื่องจากผลการศึกษาฉบับเดิมอยู่ท่ามกลางสถานการณ์โลกคนละบริบท ทั้งในด้านความมั่นคง พลังงาน และภูมิรัฐศาสตร์ ดังนั้นประเทศไทยจึงจำเป็นต้องปรับยุทธศาสตร์เพื่อให้สอดรับกับสถานการณ์โลกปัจจุบัน และมุ่งเน้นการพึ่งพาตนเองให้ได้มากที่สุด
ทั้งนี้ การศึกษาจำเป็นต้องประเมินอย่างรอบด้าน ทั้งด้านความคุ้มค่า เศรษฐกิจ การเชื่อมโยงโครงสร้างพื้นฐาน และศักยภาพในการดึงดูดนักลงทุน โดยไม่สามารถพิจารณาเพียงมิติใดมิติหนึ่งได้ ทั้งนี้ นายเอกนิติจะเป็นผู้รับผิดชอบการศึกษา พร้อมพิจารณาเลือกหน่วยงานต่างๆ เข้ามาทำงานร่วมกัน
นายอนุทิน ย้ำว่า โครงการแลนด์บริดจ์คือนโยบายหาเสียงหลักของพรรคภูมิใจไทยมาตั้งแต่ปี 2562 และได้มีการหยิบยกขึ้นมาหารือเพื่อผลักดันมาตั้งแต่รัฐบาลชุดที่แล้ว ดังนั้น การดำเนินงานในปัจจุบันจึงถือเป็นการขับเคลื่อนนโยบายอย่างต่อเนื่อง
นายอนุทิน กล่าวว่า แม้ว่าประเทศไทยจะไม่มีทรัพยากรน้ำมัน แต่มีจุดแข็งในด้านทรัพยากรอาหาร ซึ่งโครงการแลนด์บริดจ์จะเป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยให้การขนส่งมีความสะดวกรวดเร็วขึ้น นอกจากนี้บริบทโลกในปัจจุบันได้เปลี่ยนแปลงไป เนื่องจากมีข้อกังวลเรื่องการปิดช่องแคบฮอร์มุซหรือการเรียกเก็บค่าผ่านทางช่องแคบต่างๆ ดังนั้นประเทศไทยจึงจำเป็นต้องมีทางเลือกด้านโลจิสติกส์เพื่อลดการพึ่งพาปัจจัยภายนอก
อย่างไรก็ตาม สำหรับประเด็นข้อครหาเรื่องการเอื้อประโยชน์นั้น นายอนุทินยืนยันว่า ตลอดระยะเวลา 7-8 ปีที่ผ่านมา ไม่เคยดำเนินนโยบายเพื่อเอื้อประโยชน์ให้แก่กลุ่มทุนหรือบุคคลใด โดยย้ำว่าหลังจากนี้รัฐบาลจะเร่งสื่อสารข้อมูลไปยังประชาชนให้มีความชัดเจน พร้อมระบุทิ้งท้ายว่า นโยบายของรัฐบาลมุ่งเน้นไปที่ผลประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนเป็นสำคัญ
เครดิตภาพ : พรรคภูมิใจไทย




