ผู้จัดการมูลนิธินิติธรรมสิ่งแวดล้อม (EnLaw) เปิดแคมเปญรวบรวม 5 หมื่นรายชื่อ คัดค้านโครงการแลนด์บริดจ์และร่างกฎหมาย SEC ชี้รัฐบาลใช้โครงการเป็นจุดเริ่มต้นเพื่อพลิกโฉมภาคใต้สู่พื้นที่อุตสาหกรรม ซึ่งขัดต่อวิถีชีวิตของผู้คนในพื้นที่
เมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม 2569 นางสุภาภรณ์ มาลัยลอย ผู้จัดการมูลนิธินิติธรรมสิ่งแวดล้อม (EnLaw) เปิดเผยกับสำนักข่าว Next News ว่า ได้มีการเปิดแคมเปญลงชื่อคัดค้านโครงการแลนด์บริดจ์และร่าง พ.ร.บ.ระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้ (SEC) ผ่านเว็บไซต์ stop-sec.com โดยมีจุดประสงค์เพื่อเป็นช่องทางให้ประชาชนเข้าถึงรายละเอียดโครงการอย่างรอบด้าน พร้อมใช้เป็นฐานข้อมูลเชิงสถิติสะท้อนพลังเสียงที่ไม่เห็นด้วยสำหรับเครือข่ายที่จะนำไปยื่นหนังสือคัดค้านต่อไป โดยตั้งเป้าหมายไว้ที่ 50,000 รายชื่อ ภายในวันที่ 30 มิถุนายน ซึ่งล่าสุดมีผู้ร่วมลงชื่อแล้วกว่า 32,459 คน
นางสุภาภรณ์ ระบุว่า ภายในเว็บไซต์ได้รวบรวมข้อมูลโครงการแลนด์บริดจ์ ซึ่งเป็นโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ที่มุ่งเชื่อมโยงการขนส่งระหว่างฝั่งอ่าวไทยและอันดามันผ่านการก่อสร้างท่าเรือน้ำลึกทั้งสองฝั่งทะเล โดยโครงการนี้จะส่งผลกระทบโดยตรงต่ออาชีพประมงและการท่องเที่ยว ซึ่งเป็นรายได้หลักของจังหวัดระนอง นอกจากนี้ การก่อสร้างท่าเรือน้ำลึกและสะพานเชื่อมอาจบีบให้เส้นทางการเดินเรือของชาวบ้านต้องเปลี่ยนไป ส่งผลให้ต้นทุนการทำประมงสูงขึ้นและทรัพยากรทางทะเลลดลง ซึ่งถือเป็นการพัฒนาอุตสาหกรรมที่ไม่สอดคล้องกับวิถีชีวิตดั้งเดิมของคนในพื้นที่อย่างสิ้นเชิง
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่น่ากังวลยิ่งกว่าโครงการแลนด์บริดจ์คือ ‘ร่าง พ.ร.บ. SEC’ โดยนางสุภาภรณ์ระบุว่า ร่างกฎหมายฉบับนี้มีเป้าหมายที่จะเปลี่ยนภาคใต้ให้กลายเป็นฐานอุตสาหกรรม ครอบคลุม 4 จังหวัดนำร่อง ได้แก่ ชุมพร ระนอง และสุราษฎร์ธานี ซึ่งตัวกฎหมายสามารถปรับเปลี่ยนผังเมืองจากพื้นที่เกษตรกรรมให้กลายเป็นเขตอุตสาหกรรมได้เฉกเช่นเดียวกับโมเดล พ.ร.บ. เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC)
“ตอนนี้ชัดเจนจากสิ่งที่รัฐบาลสื่อสารเองว่า แลนด์บริดจ์จะไม่คุ้มค่าหากไม่มีกิจการต่อเนื่องหรืออุตสาหกรรมมารองรับ จึงเป็นที่แน่ชัดว่าเป้าหมายหลักคือการใช้แลนด์บริดจ์เป็นจุดเริ่มต้นของ SEC เพื่อพลิกโฉมภาคใต้ไปสู่มิติการพัฒนาที่เป็นอุตสาหกรรม ซึ่งไม่สอดคล้องกับศักยภาพของพื้นที่ในปัจจุบัน” นางสุภาภรณ์กล่าว
นางสุภาภรณ์ ระบุต่อว่า ภายในร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ มีการรวมอำนาจไว้เบ็ดเสร็จผ่านกลไก ‘คณะกรรมการนโยบายตามร่าง พ.ร.บ.ระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้’ ซึ่งมีอำนาจเหนือกว่ากฎหมายอื่นอย่างน้อย 19 ฉบับ แม้จะไม่ได้เป็นการยกเลิกกฎหมายเหล่านั้นโดยตรง แต่เป็นการยกเว้นบางมาตราเพื่อเอื้อให้การลงทุนมีความรวดเร็วยิ่งขึ้น ตัวอย่างเช่น การขออนุมัติจัดตั้งโรงไฟฟ้าที่ไม่ต้องผ่านคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน แต่สามารถขออนุมัติโดยตรงจากคณะกรรมการ SEC ได้ทันที ซึ่งอำนาจการอนุญาตในพื้นที่ 4 จังหวัดนี้จะรวมศูนย์อยู่ที่คณะกรรมการชุดนี้ทั้งหมด
นอกจากนี้ ยังมีมาตรการสนับสนุนการลงทุนที่ครอบคลุมไปถึงการดึงดูดผู้เชี่ยวชาญจากต่างประเทศ โดยได้รับการยกเว้นไม่ต้องปฏิบัติตามกฎหมายสัญชาติและกฎหมายแรงงานต่างด้าว ทำให้สามารถนำแรงงานเข้ามาได้โดยตรง และที่สำคัญในร่างกฎหมายยังระบุถึงขั้นให้สามารถใช้เงินตราต่างประเทศในการทำธุรกรรมภายในพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษได้อีกด้วย
อีกหนึ่งประเด็นสำคัญคือ การเข้ามาเช่าพื้นที่ของกลุ่มทุนต่างชาติที่ครอบคลุมระยะเวลานานถึง 50 ปี ซึ่งตามกฎหมายระบุให้เช่าพื้นที่ประกอบธุรกิจได้ 50 ปี และต่ออายุสัญญาได้อีก 49 ปี โดยไม่มีการระบุข้อมูลที่ชัดเจนว่าสามารถต่อสัญญาได้กี่ครั้ง นอกจากนี้ ยังมีการให้อำนาจสำนักงาน SEC สามารถนำที่ดินปฏิรูปเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) รวมถึงที่ราชพัสดุ มาปรับเปลี่ยนกิจกรรมเพื่อรองรับภาคอุตสาหกรรมให้สอดคล้องกับทิศทางของ SEC ได้ ดังนั้นไม่เพียงแค่ที่ดินเอกชนเท่านั้น แต่ที่ดินของรัฐก็จะถูกนำไปใช้ในเชิงพาณิชย์และอุตสาหกรรมด้วยเช่นกัน
“เรายังมองไม่เห็นว่าการพัฒนา SEC จะช่วยต่อยอดหรือสนับสนุนคนในพื้นที่ได้อย่างไร เป้าหมายของรัฐอยู่ที่ตัวเลข GDP และธุรกิจขนาดใหญ่ เมื่อพิจารณาจากร่างกฎหมาย SEC แม้แต่อำนาจการตัดสินใจในคณะกรรมการ SEC ยังไม่มีแม้แต่ตัวแทนจากระดับจังหวัด นายอำเภอ หรือท้องถิ่นเข้าไปมีส่วนร่วม” นางสุภาภรณ์ระบุ

คณะกรรมการนโยบายฯ ตามร่าง พ.ร.บ.ระเบียงเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้
อย่างไรก็ตาม ทั้งหมดนี้คือเหตุผลสำคัญที่ผู้จัดการมูลนิธินิติธรรมสิ่งแวดล้อม (EnLaw) ได้เปิดแคมเปญรวบรวมรายชื่อประชาชนเพื่อคัดค้านโครงการแลนด์บริดจ์และร่าง พ.ร.บ. SEC โดยในวันที่ 22 มิถุนายนนี้ ภาคประชาชนเตรียมรวมตัวปักหลัก ณ ทำเนียบรัฐบาล เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลยุติการดำเนินโครงการและร่างกฎหมายดังกล่าว โดยทางมูลนิธิฯ จะทำหน้าที่เป็นหน่วยสนับสนุนข้อมูล ซึ่งฐานข้อมูลรายชื่อทั้งหมดนี้จะเป็นอีกหนึ่งเสียงสะท้อนที่เป็นรูปธรรมในการยืนยันเจตนารมณ์ของประชาชน โดยสามารถร่วมลงรายชื่อได้ที่ https://stop-sec.com/




