News Logo
หน้าแรก
ภาคปชช.ชวนทุกฝ่ายดันกม.อากาศสะอาด อย่าใช้เกมการเมืองบนชีวิตประชาชน

ภาคปชช.ชวนทุกฝ่ายดันกม.อากาศสะอาด อย่าใช้เกมการเมืองบนชีวิตประชาชน

6 พ.ค. 2569 20:55
ผู้ชม 47 คน

เวทีเสวนาหัวข้อ "เจาะลึกทางออกวิกฤตฝุ่นและทิศทางร่างกฎหมายอากาศสะอาด" สรุปว่า ร่างพ.ร.บ.อากาศสะอาดที่ ครม.ได้ร้องขอให้รัฐสภาพิจารณาต่อไปนั้น ไม่ได้หมายความว่าจะได้กฎหมายอากาศสะอาดที่มีการผลักดันกันมาแต่จะต้องรอลุ้นว่าสมาชิกรัฐสภาจะโหวตผ่านร่างกฎหมายฉบับนี้ให้ไปต่อในชั้นวุฒิสภาหรือไม่ แกนนำภาคประชาชนทักท้วงอย่านำกฎหมายมาเป็นเครื่องมือทางการเมือง อย่าใช้เกมการเมืองบนชีวิต สุขภาพ และความเดือดร้อนของประชาชน

รศ.คนึงนิจ ศรีบัวเอี่ยม อดีตรองประธานกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาร่างพ.ร.บ.บริหารจัดการเพื่ออากาศสะอาด พ.ศ.... ซึ่งเป็นตัวแทนเครือข่ายภาคประชาชนที่ผลักดันร่างพ.ร.บ.อากาศสะอาดฉบับนี้ กล่าวว่า ด้วยหัวข้อเสวนาระบุถึงทิศทางร่างกฎหมายอากาศสะอาดซึ่งเป็นเรื่องอนาคตและอนาคตของแต่ละคนอาจจะแตกต่างกัน แต่อนาคตของตนเองนั้นไปไกลผ่านหลายหลุมหลายบ่อที่อาจจะขวางทางอยู่ ณ เวลาปัจจุบัน

"ร่างพ.ร.บ.ฉบับนี้อย่าเพิ่งไปคาดหวังอะไรเยอะ ใครที่กำลังกระโดดโลดเต้นดีใจที่เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม คณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้ส่งร่างเข้าสภาก็ทำใจไว้นิดหนึ่งก็ดี เพราะคนเราเวลาอกหักก็เฮิร์ท (เสียใจ) ถ้ามองทิศทางอนาคตกฎหมายฉบับนี้อาจจะตกไปก็ได้ แล้วอาจจะมีฉบับใหม่ที่อาจจะไม่โอเคก็ได้ อาจจะไม่ถูกใจเราก็ได้ แต่ร่างกฎหมายฉบับนี้มีทุกเรื่อง ไม่ว่าเรื่องบิ๊กดาต้า เรื่องบูรณาการสารพัดเรื่องอยู่ในร่างฉบับนี้หมดแล้ว แต่ถ้าไม่ได้ร่างปัจจุบัน กลายเป็นไปแล้วร่างฉบับใหม่ ไม่โอเค"

ฉากทัศน์1

ฉากทัศน์ที่ 1 ร่างพ.ร.บ.อากาศสะอาด

ฉากทัศน์2

ฉากทัศน์ที่ 2 ร่างพ.ร.บ.อากาศสะอาด

รศ.คนึงนิจ กล่าวอีกว่า ไม่ว่าจะอย่างไรกฎหมายอากาศฆ่าไม่ตายตราบใดที่มนุษย์ต้องหายใจ กฎหมายแบบนี้ไม่หายไปไหนพร้อมกับมนุษย์ เว้นแต่มนุษย์ไม่ต้องหายใจ ทั่วโลกเขานำร่องไปนานแล้ว 50 ปีขึ้นไป แต่เรายังไม่มี เวลานี้ทั่วโลกหันไปถึงขั้นกฎหมายมีกฎหมายการเปลี่ยนแปลงสภาพพูมิอากาศหรือ Climate Act ซึ่งร่างกฎหมายนี้ (ของไทย) กำลังจ่ออยู่ และได้รับการอุดหนุนอุ่นหนาฝาคั่งมากเมื่อเทียบกับร่างพ.ร.บ.อากาศสะอาด

"คำถามที่ว่าเกิดอะไรขึ้น ถ้ามีการปัดตกร่างพ.ร.บ.อากาศสะอาด แต่ปล่อยผ่านร่างพ.ร.บ.โลกร้อน อันนี้น่าคิดนะ ก่อนอื่นเราจะมองว่าเป็นเครื่องมือทางกฎหมายฉบับหนึ่ง เพราะคำพูดว่ากฎหมาย คนเข้าใจกฎหมายผิดมาก ฝากบอกอาจารย์ด้านกฎหมายว่า ช่วยไปสอนหน่อยว่ากฎหมายไม่เท่ากับการเมือง การเมืองก็มีความหมายอีกว่า การเมืองภาคพลเมืองหรือการเมืองภาคนักการเมือง แล้วการเมืองในภาคนักการเมือง มีนักการเมืองแบบนั้นหรือแบบนี้อีก

"ดังนั้นถ้าเราไปหยุดคิดแค่ว่า กฎหมายก็คือตัวเครื่องมือแคบๆ สั้นๆ ง่ายๆ มันหยุดเลยนะ วงล้อแห่งการพัฒนากฎหมายอากาศสะอาดมันจะหยุดกึก ด้วยหลายเหตุผล ด้วยอคติความไม่รู้ Ignorance (การเพิกเฉย) ที่ไม่เข้าใจว่ามันเป็นเครื่องมือหลายอย่างในเวลาเดียวกัน เป็นเครื่องมือทางกฎหมายได้ เป็นเครื่องมือทางนโยบายได้ เพราะฉะนั้นจะเห็นว่าเครื่องมือนโยบายเป็นเครื่องมืออย่างหนึ่งที่กฎหมายสามารถช่วยได้ผลักได้และเป็นเครื่องมือทางสังคมด้วย ฉะนั้นเราต้องการปรับกระบวนการเรียนรู้ร่วมกัน"

อดีตรองประธาน กมธ.วิสามัญพิจารณาร่างพ.ร.บ.บริหารจัดการเพื่ออากาศสะอาด กล่าวว่า ในร่างพ.ร.บ.อากาศสะอาดที่ใช่ จะต้องสนับสนุนการมีส่วนร่วมอย่างแข็งแรงมากและคำเตือนสำคัญมากคือ ไม่ควรเป็นเครื่องมือทางการเมือง กฎหมายไม่ใช่เครื่องมือทางการเมืองและการเมืองมีหลายความหมายอย่างน้อยใน 2 ความหมายคือ การเมืองในสภาที่นักการเมืองใช้เล่นกันไปเล่นกันมา และการเมืองนอกสภา คือการเมืองภาคพลเมืองที่ เช่นที่ หนูหริ่ง (สมบัติ บุญงามอนงค์) ทำมูลนิธิกระจกเงา หรือตนเองทำเรื่องเครือข่ายอากาศสะอาด หรือแม้แต่สภาลมหายใจเรียกว่าการเมืองภาคพลเมือง

"ฉะนั้นอย่ารังเกียจพวกเรา เราร่างพ.ร.บ.นี้ฉบับประชาชน มีการเข้าชื่อและไปโผล่หน้าอยู่ในกรรมาธิการ อย่ารังเกียจเรา การนำไปใช้เป็นเครื่องมือทางการเมืองอย่างเดียวก็ใช้ผิดทิศผิดทาง และเป็นเครื่องมือประหัตประหารมวลชนชาวไทยตาดำๆ เรามีสโลแกนว่า อย่าเล่นการเมืองกันจัดจ๋าจนกระทั่งรัฐบาลยืนยัน แต่รัฐสภาปัดตก มันอาจจะเกิดขึ้นในวันที่ 14 พฤษภาคมหน้าในสภาก็ได้ เพราะฉะนั้นอย่าพึ่งเฮ เฮิร์ทแล้วมันไม่มียาสมานแผลนะ

"เราจะถูกปิดทางเดินเพราะมาตรา 14 ตามพ.ร.บ.การเสนอชื่อกฎหมายเขียนไว้ว่าร่างประชาชนสามารถทำหนังสือยืนยันไปยังประธานรัฐสภาได้ภายใน 120 วัน ต่อเมื่อรัฐบาลไม่ยืนยัน แต่มุกนี้คือรัฐบาลยืนยัน แต่รับสภาปัดตก ซึ่งมาตรา 14 ไม่ได้เขียนไว้ว่าถ้าพ.ร.บ.ถูกปัดตกภาคประชาชนจะไปไหน ซึ่งจะมีการเสวนาวันที่ 8 พฤษภาคมนี้ที่คณะนิติศาสตร์ว่าจำเป็นจะต้องเข้าชื่อประชาชนเพื่อแก้พรบ.เพราะมันไม่ใข่แล้วนะ มาครึ่งๆกลางๆ ไม่ได้แล้วนะ

"ฉะนั้นเกมการเมืองบนชีวิต สุขภาพ และความเดือดร้อนของประชาชนอันนี้มันโหดไปนะ ถ้ากฎหมายอากาศสะอาดออกมารูปร่างพิกลพิการ แล้วไม่ใช่ฉบับที่ใช่ กลายเป็นว่าพวกเราทุกคนกลายเป็นแพะบูชายัญ ที่ไม่เศรษฐกิจสีเขียว circular economy NetZero ไม่มีเลยนะ เพราะเราทุกคนต้องตายก่อนวัยควรเยี่ยงแพะบูชายัญ

"ดังนั้นสิ่งที่เกิดขึ้นตามมามี 2 ฉากทัศน์ ฉากทัศน์แรก ถ้ารัฐสภาเห็นชอบก็ส่งเรื่องไปให้วุฒิฯ เพราะร่างกฎหมายค้างอยู่ที่ กมธ.วุฒิฯ ส่วนใครจะเป็น กมธ.หน้าเดิมหน้าใหม่ก็ว่ากันไป สว.แก้ไปแก้มาส่งร่างฉบับ สว. ลงมาหาสภาผู้แทนฯ แล้ว สส.เห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย ถ้าไม่เห็นด้วยก็ตั้งกรรมสธิการร่วมสองสภา กรรมาธิการร่วมสองสภาพิจารณาร่วมกันเอามาโหวตรอบหนึ่ง ใครโหวตชนะคนนั้นก็ได้กฎหมายหน้าตาแบบนั้นไปและถูกเกล้าฯ ถวาย ประกาศออกมาเป็นกฎหมายฉบับนั้นแบบไหนก็แบบนั้น

ฉากทัศน์สอง ถ้ารัฐสภาเห็นชอบในวันพฤหัสหน้าทุกร่างตกไปรวมทั้งภาคประชาชนไม่สามารถใช้สิทธิตามมาตรา 14 ได้ ซึ่งภาคประชาชนทำได้เพียงไปยื่นร่างต่อประธานรัฐสภาเพื่อต่อรองว่าจะต้องแปลความมาตรานี้ตามเจตนารมย์ไม่แปลตามถ้อยคำซึ่งต้องติดตามว่าจะดื้อแพ่งได้หรือไม่"

รศ.คนึงนิจ กล่าวด้วยว่า ระหว่างนี้พรรคการเมืองและรัฐบาลจะรีบชงร่างใหม่เข้ามา แต่ประชาชนต้องไปล่ารายชื่อก่อน ซึ่งต้องไปนับหนึ่งใหม่ต่อให้ความไวสูงขนาดไหนถ้าเขาไปต่อไม่รอแล้วนะ จะกดปุ่มฟาสต์แทร็กรีบส่งร่างเข้าสภาไม่ว่าร่างรัฐบาลหรือพรรคต่างๆ และมีการตั้งกรรมาธิการชุดใหม่ที่ไม่มีภาคประชาชนไปเป็นก้างขวางคอ และผ่านวาระ 2 วาระ 3 ส่งไป สว. แล้วก็รีบส่งไปกลับมาสภาล่าง ถ้าคุมเสียงได้หมดก็โหวตผ่าน นำทูลเกล้าฯ ถวายประกาศเป็นกฎหมายอากาศสะอาด

"ดังนั้นอย่าใช้กฎหมายผิดวิธี อย่าเอากระโถนมาเป็นชามข้าว ควรใช้ให้ถูกว่า มันได้ทั้งเป็นกฎหมาย เป็นนโยบาย เป็นเครื่องมือทางสังคม ถ้าเป็นเครื่องมือทางกฎหมายต้องเตือนนักนิติศาสตร์ว่า อย่าหลงทาง อย่าไปใช้เป็นเครื่องมืออำนาจรัฐนิยม มันมีเครื่องมือทางสังคมวิทยาที่เขาสอนสั่งว่า ให้ใช้กฎหมายในฐานะวิศวกรรมสังคม หรือ Social Engineering ไม่ได้ใช้เยี่ยงวิศวกรรมทางการเมือง หรือ Political Engineering

"วิศวกรรมทางการเมืองเป็นวิถีที่เห็นกันอยู่รายวัน ถ้าเป็นเครื่องมือทางนโยบาย เราบูรณาการกฎหมายกับนโยบายเข้าด้วยกันอยู่ในร่างกฎหมายฉบับปัจจุบัน ซึ่งถ้าออกมาเป็นกฎหมายหรือกฎหมายลูกตามมาระหว่างทางมันจะมีเรื่องของนโยบายที่เกี่ยวข้อง แผนทั้งหลายที่เกี่ยวข้อง ถ้ากฎหมายไม่ Integrate (รวมเป็นเนื้อเดียวกัน) เข้ากับนโยบาย จบทุกราย ซึ่งเราต้องการเปลี่ยนผ่านสังคมไปข้างหน้าจากสังคมเดิมๆ ไปสู่สังคมที่ยั่งยืนใช่หรือไม่ เราต้องการเศรษฐกิจสีเขียวใช่หรือไม่ ที่ไม่ฟอกเขียว ถ้าใช่ เราต้องกำหนดทิศทางให้ชัดแล้วไปด้วยกันไม่ใช่ปากอย่างหนึ่งทำอีกอย่าง"

รศ.คนึงนิจ ระบุว่า สุดท้ายคือเครื่องมือทางสังคม ต้องมีกระบวนการเรียนรู้ร่วมกัน สังคมกำลังเปลี่ยนผ่าน เราหยุดอยู่นิ่งไม่ได้ เรามีขบวนการขับเคลื่อนทางสังคมหรือการเมืองนอกสภาที่ขับเคี่ยวคู่ขนานจับตาดูไปพร้อมกันกับการเมืองในสภา ต่างประเทศเขาเรียก 'การเมืองสีเขียว' หรือ Green Politic มีพรรคกรีน ไม่ใช่เอาสีเขียวมาทารั้วบ้าน หรือเอาป้ายชื่อโลโก้เป็นสีเขียว แต่เนื้อในไม่ใข่

"นี่คือการสร้างระบบนิเวศใหม่ทั้งระบบ เพื่อเปลี่ยนพฤติกรรมของปัจเจกและเปลี่ยนทัศนคติของสังคมไปด้วยกัน ฉะนั้นนักนิติศาสตร์ที่ชอบไปแนะนำ บางคนเขาเป็นผู้ใหญ่ เป็นรัฐมนตรีเขาเป็นผู้บริหารเขาไม่รู้เรื่องหรอกเรื่องกฎหมาย พวกนี้แหละตัวดีเป็นนักนิติศาสตร์ประสาอะไร คุณมีทิศทางไหม ท่านอาจารย์อมร จันทรสมบูรณ์ อดีตเลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ท่านเคยกล่าวไว้ลึกซึ้งมาก นักนิติศาสตร์ไทยหลงทางหรือ ท่านบอกเปล่า นักนิติศาสตร์ไม่ได้หลงทาง เพราะการจะบอกว่านักนิติศาสตร์หลงทางได้ คนนั้นต้องมีเป้าหมายที่จะไป ถ้าในเมื่อนักนิติศาสตร์ไทยไม่ได้มีเป้าหมายตั้งแต่แรกแล้ว ก็ไม่สามารถกล่าวได้ว่า นักนิติศาสตร์ศาสตร์หลงทาง เพราะไม่มีทางจะหลง

"เพราะไม่มี เราคงไม่ดำผุดดำว่ายตามมีตามเกิดตามยถากรรม ดังนั้นกฎหมายอากาศสะอาดที่พึงประสงค์ ถ้าเขาปัดตกในวันพฤหัสหน้า แล้วงอกอันใหม่ขึ้นมาหน้าตาประหลาด ซึ่งต้องไม่ใช่กฎหมายฟอกเขียว ซึ่งหลายคนเป็นห่วงมาก พวกเราบอกว่าเป็นห่วงพ.ร.บ.โลกร้อนที่เชียร์กันอยู่ว่าฟอกเขียวๆ ตายแน่ๆ เขากำลังเป็นห่วง ฉะนั้นฉบับนี้จะต้องไม่ใช่กฎหมายฟอกเขียว แต่จะเป็นกฎหมายเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจสีเขียว ต้องไม่ใช่กฎหมายปะผุเลี้ยงไข้ แต่เป็นกฎหมายปฏิรูปโครงสร้างครบวงจร การกิโยตินกฎหมายที่ทำไม่ได้เสียทีเรากำลังทำ แต่ทำวงเล็กเรียกว่า 'กิโยตินกฎหมายกลุ่มสิ่งแวดล้อม' หรือกรุ๊ปปิ้งกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

"กฎหมายฉบับนี้ไม่ใช่กฎหมายเอาใจรัฐเกรงใจนายทุน อันนี้เรื่องใหญ่มาก ทะเลาะตบตีกันมาทุกเวทีวันนี้ กกร.ไม่ได้มา เราพูดดีๆ ไปหาด้วย พูดดีๆ ด้วยก็ไม่ฟัง ไปโผล่อีกทีคือข้อโต้เถียงเหมือนกันหมดเลย ไม่ว่าจะมาจาก กกร. ไม่ว่าจะมาจากกัน กมธ.วุฒิฯ ไม่ว่าจากรัฐมนตรี จาก สส.บางท่าน เป็นข้อโต้เถียงชุดเดียวกันหมดเลย ซึ่งเครือข่ายอากาศสะอาดได้ชี้แจงซ้ำๆ ไปหมดแล้ว

"รวมถึงข้อสังเกต 7-8 ประเด็นที่รัฐมนตรีได้ทำหนังสือยืนยันไปถึง ครม.ก็เป็นข้อโต้เถียงเก่าตั้งแต่ยุคแรกๆ ที่ประชุมกรรมาธิการ สส. แต่มันกลับมาอีกได้อย่างไร ทำไมถอยหลัง เราไม่ไปข้างหน้าด้วยกัน ถอยกลับมาตรงปัจจุบันก็ยังดี แต่ถอยกรูดไปตั้งหลักโน่นเลย เพราะฉะนั้นมันเหมือนมีอะไรบางๆ เบาๆ มาหลอนๆ อยู่เป็นรอบๆ ทำให้ไม่สามารถเป็นกฎหมายที่ใช้สิทธิ์เป็นฐาน

"Rights-based เป็นที่เลื่องลือมหัศจรรย์มากว่าสิทธิสิ่งแวดล้อมเป็นสิทธิมนุษยชน แล้วสิทธิในอากาศสะอาดเป็นซับเซตสิทธิมนุษยขนสิ่งแวดล้อม เพราะฉะนั้นเวลานี้อย่าอยู่คนเดียวตามลำพังในห้องแอร์และในประชาคมโลก ต้องไปด้วยกันเพราะว่านอกจากเขียนเรื่องสิทธิของประชาชนเป็นฐาน มันตามมาด้วยสิทธิของประชาชนก่อให้เกิดหน้าที่รัฐ ตามด้วยความรับผิดชอบของประชาชนชนทุกคนที่เป็นผู้ก่อ ก่ออะไรก็ได้ ก่อมลพิษก่อความเสียหายต่อสิ่งแวดล้อมทุกชนิดรวมทั้งเอกชนด้วย"

แกนนำเครือข่ายอากาศสะอาด กล่าวด้วยว่า ไม่ว่ากฎหมายฉบับนี้ถูกปัดตกไปหรือผ่านออกมาพิกลพิการ หน้าตาไม่เหมือนเดิม แต่นี่คือร่างกฎหมายอากาศสะอาดที่พึงประสงค์ หากอยากได้สิ่งที่ดี นี่คือสิ่งที่เป็นโมเดลที่อยากนำเสนอขายผลิตภัณฑ์ตัวนี้ ส่วนจะสามารถเอาผลิตภัณฑ์นี้มาอยู่ในครอบครองในมือประชาชนชาวไทยได้หรือไม่ ขึ้นอยู่กับฝีมือของทุกคนที่อยู่ห้องนี้ รวมถึง สส. ที่ปรึกษาและทุกคนที่อยู่ในออนไลน์ ที่เปิดฟังย้อนหลัง รวมถึงนายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกฯ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ซึ่งได้มาร่วมวงเสวนาด้วยในช่วงเช้าที่ผ่านมา

"อยากจะบอกท่านว่าเราสนับสนุนท่านเต็มที่ ท่านไม่ต้องกังวล เราสนับสนุนทุกพรรค ไม่เลือกพรรคใดเพราะเรื่องของอากาศสะอาดและสิ่งแวดล้อมทั้งปวงเป็นเรื่องที่อยู่เหนือการเมืองนอกจากไม่ใช่เรื่องการเมืองแล้ว ยังต้องให้ทุกพรรคทุกสีทุกค่ายมาลงขันและร่วมกันจับมือก้าวเดินไปด้วยกันเพื่อเราจะได้มีอากาศสะอาด" รศ.คนึงนิจ กล่าว

ด้าน นายเชาว์ลิต แจ้งอักษร ผู้อำนวยการส่วนพัฒนากฎหมาย กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) กล่าวตอนหนึ่งว่า คพ.เห็นด้วยในหลักการและเหตุผลของร่างพ.ร.บ.อากาศสะอาด ซึ่งเป็นกฎหมายที่ใหญ่ มี 10 หมวด 273 มาตรา 1 บทเฉพาะกาล โดยอีก 8 มาตราก็จะเทียบเท่ารัฐธรรมนูญแล้ว มีการบูรณาการหลายส่วนเข้าด้วยกันและมีการลดสาเหตุแหล่งกำเนิดมลพิษ มีพัฒนาระบบประเมินคุณภาพอากาศ มีการเฝ้าระวัง

รวมทั้งการพัฒนาองค์ความรู้เกี่ยวกับการจัดการปัญหามลพิษทางอากาศเพื่อให้เกิดอากาศสะอาด มีจุดเด่นที่มีคณะกรรมการจำนวนมาก ทั้งระดับนโยบาย คณะกรรมการระดับจังหวัด คณะกรรมการวิชาการ คณะกรรมการเศรษฐศาสตร์ คณะกรรมการกรุงเทพมหานคร ถ้ากฎหมายนี้เกิดขึ้นก็จะมีคณะกรรมการร่วมๆ 90 คณะ ซึ่งเยอะพอสมควรเพื่อร่วมแก้ปัญหา รวมทั้งจะมีสำนักงานบริหารอากาศสะอาด หรือ (บอส.) ด้วย โดยจะแบ่งโครงสร้างการจัดการออกเป็น 7 เซ็กเตอร์ ประกอบด้วย อุตสาหกรรม คมนาคม เกษตร ป่าไม้ ภาคเมือง มลพิษข้ามแดนและอื่นๆ

ขณะที่ นายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ ที่ปรึกษาสภาลมหายใจกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า เมื่อร่างกฎหมายเข้าสู่รัฐสภาแล้ว สมาชิกรัฐสภาจะมีการพิจารณาร่างกฎหมายที่รัฐบาลร้องขอไปทั้งหมด 31 ฉบับ ฉะนั้นร่างกฎหมายอากาศสะอาดจะตกไปตอนไหนก็ได้ หรือกรณีร่างกฎหมายผ่านไปยังชั้นวุฒิฯ ก็อาจจะมีการผ่าตัดและแตกต่างไปจากร่างที่ผ่านไปจากสภาผู้แทนฯ ก็ได้ หรือสุดท้ายอาจจะต้องมีการตั้งกรรมาธิการร่วม

"ตอนนี้ ครม.เขาจบหน้าที่เขาแล้ว แต่จะได้เสียงข้างมากจากรัฐสภาหรือไม่ ไม่ทราบ แต่การมีพ.ร.บ.อากาศสะอาดจะเป็นการไปดับไฟที่ต้นเหตุ ไม่ให้เกิดไฟป่า แต่ข้อสังเกตที่เสนอไปใน ครม. 6 ข้อ ไม่ใช่แค่ตัดเล็บ แต่ดูเหมือนจะเป็นการตัดแขน" นายวีระศักดิ์ ระบุ

แท็กที่เกี่ยวข้อง
ร่างพรบ.อากาศสะอาด
กฎหมายอากาศสะอาด
เครือข่ายอากาศสะอาด
ภาคประชาชน
รัฐบาลอนุทิน



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

นายกฯ รับข้อเสนอสภาอุตฯ เร่งช่วย SME-หนุนรัฐจัดซื้อสินค้าไทย-ฟื้น กรอ.
นายกฯ รับข้อเสนอสภาอุตฯ เร่งช่วย SME-หนุนรัฐจัดซื้อสินค้าไทย-ฟื้น กรอ.