เครือข่ายประมง 19 จังหวัดเรียกร้องให้รัฐบาลจัดการปัญหาปลาหมอคางดำ พร้อมขอให้รัฐบาลชี้แจงแนวทางที่ชัดเจนภายใน 30 วัน
เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 2569 ณ รัฐสภา เครือข่ายเกษตรกรประมงจาก 19 จังหวัด ได้รวมตัวเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดอย่างหนักของปลาหมอคางดำ โดยระบุว่าที่ผ่านมาภาครัฐขาดความจริงใจในการแก้ปัญหา พร้อมขอให้รัฐบาลชี้แจงแนวทางที่ชัดเจนภายใน 30 วัน
นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะตัวแทนรับเรื่องร้องเรียน ระบุว่า ที่ผ่านมาได้ยื่นข้อเสนอต่อรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง ทั้งกรมประมง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ในส่วนของงานวิจัยกำจัดการแพร่ระบาด รวมถึงกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เพื่อให้เร่งดำเนินการในพื้นที่ 19 จังหวัดที่ได้รับผลกระทบ
ทั้งนี้ ในปัจจุบันเกษตรกรได้รับความเดือดร้อน ขณะนี้ได้ปลาหมอคางดำได้รุกรานเข้าจังหวัดชลบุรีและแหล่งอนุบาลสัตว์น้ำในจังหวัดสงขลา นอกจากนี้ นายณัฐชาตั้งข้อสังเกตว่า รัฐบาลเร่งอนุมัติงบกลางกว่า 6,000 ล้านบาทเพื่อจัดซื้อปุ๋ยจากต่างประเทศมาแจกจ่าย แต่กลับละเลยมาตรการรับซื้อปลาหมอคางดำเพื่อนำมาผลิตเป็นปุ๋ยในประเทศ
ด้านนายปัญญา โตกทอง เกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจากจังหวัดสมุทรสงคราม ระบุว่า ชาวบ้านเผชิญปัญหานี้มาตั้งแต่ปี 2555 จนส่งผลให้เกษตรกรบางรายตัดสินใจจบชีวิตตนเอง พร้อมเปรียบเทียบว่ารัฐใช้งบประมาณกำจัดผักตบชวาปีละกว่า 1 พันบาท แต่ตลอดหลายปีที่ผ่านมากลับใช้งบจัดการปลาหมอคางดำไม่ถึง 500 ล้านบาท ดังนั้นสิ่งที่รัฐบาลต้องดำเนินการคือการมีเป้าหมายที่ชัดเจน เพราะหากรัฐบาลทำงานเช่นนี้ ทรัพยากรจะหมดประเทศและเหลือแค่ปลาหมอคางดำเอาไว้เพื่อบริโภค
นายพานทอง ชิวค้า เกษตรกรเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจากบางขุนเทียน ระบุว่า แม้ว่ารัฐบาลจะชี้แจงว่าปริมาณปลาหมอคางดำลดลง แต่ในความเป็นจริงไม่ลดลงเลย นอกจากนี้รัฐบาลมีการรับซื้อและกำจัดปลาด้วยการคาดการณ์ที่ต่ำเกินไป ซึ่งการทำงานของรัฐบาลที่ผ่านมาต่อเนื่องมาจนถึงรัฐบาลชุดนี้ล้มเหลว และการแถลงนโยบายของรัฐบาลต่อรัฐสภาฯ ไม่มีการพูดถึงการกำจัดปัญหาการระบาดของปลาหมอคางดำ จึงต้องการเรียกร้องให้รัฐบาลชี้แจงภายใน 30 วันว่ารัฐบาลจะช่วยประชาชนเมื่อใด
ด้านนายสิทธิพร ลีลานภาศักดิ์ ทนายความที่ทำคดีเกี่ยวกับปลาหมอคางดำระบุว่า ตอนแรกสภาทนายความได้รับเรื่องร้องเรียนจากประชาชน 6 จังหวัด และปัจจุบันจังหวัดสมุทรสงครามได้ยื่นฟ้องในคดีสิ่งแวดล้อม โดยยื่นฟ้องไปที่ศาลแพ่งกรุงเทพใต้ ปัจจุบันศาลมีคำสั่งรับเป็นคดีฟ้องแบบกลุ่ม แต่จำเลยได้ยื่นอุทธรณ์คำสั่งของศาลไป
ขณะนี้ขั้นตอนอยู่ในการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ว่าจะมีคำสั่งแบบศาลชั้นต้นหรือไม่ จะรับเป็นคดีแบบกลุ่มหรือไม่ ถ้ารับกลุ่มก็จะเข้าสู่แบบกลุ่มและสืบพยานต่อไป หากศาลอุทธรณ์มีความเห็นแย้งก็จะพิจารณาคดีแบบสามัญหรือแยกฟ้อง ซึ่งจะมีผู้เสียหายหลายพันราย
อย่างไรก็ดี เครือข่ายเกษตรกรประมง 19 จังหวัด ได้มีข้อเรียกร้อง 4 ข้อ ประกอบไปด้วย
ให้แต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนอิสระเพื่อสืบสวน สอบสวน หาผู้กระทำความผิดในการทำให้เกิดการระบาดของปลาหมอคางดำ
ขอให้รัฐบาลเร่งรัดดำเนินการให้มีการเยียวยาเกษตรกรและผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของปลาหมอคางดำเป็นการด่วน โดยขอให้จังหวัดเร่งประกาศเขตภัยพิบัติ ตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติ ซึ่งปัจจุบันมีการดำเนินการได้เฉพาะเขตบางขุนเทียน กรุงเทพฯ เท่านั้น
ให้คณะรัฐมนตรีแต่งตั้งคณะกรรมการระดับชาติ และคณะทำงานระดับจังหวัดเพื่อขจัดปลาหมอคางดำ ฟื้นฟูระบบนิเวศ และฟื้นฟูอาชีพของเกษตรกรและประชาชนที่ได้รับผลกระทบ โดยตั้งเป้าหมายให้ขจัดปลาหมอคางดำให้เป็นศูนย์ พร้อมงบประมาณที่เพียงพอ และ
เมื่อผลการสอบสวนสืบสวนแล้วเสร็จและพบผู้กระทำความผิด ให้ดำเนินการฟ้องร้องดำเนินคดีตามกฎหมาย เพื่อให้ผู้ก่อปัญหาต้องชดใช้ เยียวยาความเสียหาย เพื่อไม่เป็นการเบียดบังงบประมาณที่มาจากภาษีของประชาชนทั้งประเทศ
นายณัฐชาได้กล่าวเพิ่มเติมว่า นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการเกษตรและสหกรณ์ และนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้บริหารสูงสุด ต้องมีคำตอบให้กับประชาชนว่าจะมีมาตรการในการแก้ไขปัญหาอย่างไร โดยขอให้มีคำตอบที่ชัดเจนภายใน 30 วัน




