News Logo
หน้าแรก
ไทย-สิงคโปร์ ยกระดับดีลสีเขียว เร่งคาร์บอนเครดิตข้ามแดนฉบับแรกอาเซียน

ไทย-สิงคโปร์ ยกระดับดีลสีเขียว เร่งคาร์บอนเครดิตข้ามแดนฉบับแรกอาเซียน

3 ก.ย. 2569 17:00
ผู้ชม 16 คน

ไทย-สิงคโปร์เร่งเดินหน้าความตกลงซื้อขายคาร์บอนเครดิตข้ามพรมแดนตามข้อ 6.2 ความตกลงปารีส ซึ่งเป็นความตกลงลักษณะดังกล่าวฉบับแรกระหว่างสมาชิกอาเซียน พร้อมขยายความร่วมมือ CCUS ไฮโดรเจน เทคโนโลยีคาร์บอนต่ำ การเงินสีเขียว และพลังงานหมุนเวียน

สำนักข่าว Next News รายงานเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 3 กันยายน 2569 ว่า จาก แถลงการณ์ร่วมว่าด้วยความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ที่มองไปข้างหน้า ไทย-สิงคโปร์ ในโอกาสการประชุม Leaders’ Retreat ไทย-สิงคโปร์ ครั้งที่ 5 เมื่อวันที่ 2 กันยายน 2569 ณ กรุงเทพมหานคร ระหว่าง นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีแห่งราชอาณาจักรไทย และ นายลอว์เรนซ์ หว่อง นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังแห่งสาธารณรัฐสิงคโปร์

ผู้นำทั้งสองเห็นพ้องยกระดับความร่วมมือด้านสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน ภายใต้กรอบ “ความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ที่มองไปข้างหน้า” โดยกำหนดให้ ความเป็นหุ้นส่วนที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและยั่งยืน เป็นหนึ่งในทิศทางเชิงยุทธศาสตร์สำคัญของความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศ

ความร่วมมือดังกล่าวครอบคลุมการเร่งดำเนินความตกลงซื้อขายคาร์บอนเครดิตข้ามพรมแดนตามข้อ 6.2 ของความตกลงปารีส ควบคู่กับการส่งเสริมพลังงานคาร์บอนต่ำ เทคโนโลยีดักจับ การใช้ประโยชน์ และการกักเก็บคาร์บอน ไฮโดรเจน ตลอดจนการเงินสีเขียว เพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ

เร่งคาร์บอนเครดิตข้ามพรมแดนตาม Article 6.2

หนึ่งในประเด็นสำคัญของความร่วมมือด้านความยั่งยืน คือการเดินหน้าความตกลงว่าด้วยการดำเนินงานตามข้อ 6.2 ของความตกลงปารีสระหว่างไทยกับสิงคโปร์ ซึ่งเกิดขึ้นในปี 2568

แถลงการณ์ร่วมระบุว่า ความตกลงดังกล่าวถือเป็นหมุดหมายสำคัญ และเป็น ความตกลงฉบับแรกในลักษณะดังกล่าวระหว่างประเทศสมาชิกอาเซียนว่าด้วยการซื้อขายคาร์บอนเครดิตข้ามพรมแดน

ในการหารือครั้งล่าสุด ผู้นำไทยและสิงคโปร์เห็นพ้องที่จะ เร่งรัดการดำเนินงานตามความตกลง เพื่ออำนวยความสะดวกในการอนุญาตและถ่ายโอนผลการลดก๊าซเรือนกระจกที่ถ่ายโอนระหว่างประเทศ หรือ Internationally Transferred Mitigation Outcomes (ITMOs)

ต่อยอด CCUS-ไฮโดรเจน-การเงินสีเขียว

นอกเหนือจากกลไกตลาดคาร์บอน ผู้นำทั้งสองประเทศยังเห็นพ้องที่จะพิจารณาความร่วมมือเพิ่มเติมเพื่อขับเคลื่อนความยั่งยืนในหลายสาขา ได้แก่ การดักจับ การใช้ประโยชน์ และการกักเก็บคาร์บอน (Carbon Capture), Utilization and Storage (CCUS) ไฮโดรเจน เทคโนโลยีคาร์บอนต่ำ และการเงินสีเขียว (Green Finance)

ความร่วมมือเหล่านี้ถูกวางควบคู่กับโจทย์ด้านความมั่นคงทางพลังงาน หลังไทยและสิงคโปร์ประเมินว่า ความผันผวนของตลาดพลังงานโลกและการหยุดชะงักของห่วงโซ่อุปทานพลังงานที่สำคัญ ซึ่งเป็นผลจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางกำลังสร้างความท้าทายทั่วโลก และตอกย้ำความจำเป็นของการมีแหล่งพลังงานที่มั่นคง ยั่งยืน มีราคาที่ซื้อหาได้ และมีความหลากหลาย ทั้งสองประเทศจึงเห็นพ้องส่งเสริมความร่วมมือด้านความมั่นคงทางพลังงาน โดยให้ความสำคัญกับ การเข้าถึงแหล่งพลังงานคาร์บอนต่ำ ทั้งในระดับทวิภาคีและระดับภูมิภาค

เชื่อมไฟฟ้า 4 ประเทศ สู่ ASEAN Power Grid

อีกส่วนหนึ่งของความร่วมมือด้านพลังงานและความยั่งยืน คือโครงการบูรณาการระบบไฟฟ้าระหว่าง สปป.ลาว-ไทย-มาเลเซีย-สิงคโปร์ หรือ Lao PDR-Thailand-Malaysia-Singapore Power Integration Project (LTMS-PIP)

ผู้นำทั้งสองประเทศยินดีต่อโครงการดังกล่าว โดยมองว่าเป็นก้าวสำคัญสู่การบรรลุ โครงข่ายสายส่งไฟฟ้าอาเซียน (ASEAN Power Grid)

ไทยและสิงคโปร์ยังยืนยันความสำคัญของการพัฒนาการซื้อขายไฟฟ้าแบบพหุภาคีและหลายทิศทางในอาเซียน และเห็นพ้องที่จะร่วมกันจัดตั้ง ASEAN Power Grid เพื่อส่งเสริมและเสริมสร้างความมั่นคงและความเข้มแข็งทางพลังงานของภูมิภาค

หนุนลงทุนพลังงานหมุนเวียน รับเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ

ในด้านเศรษฐกิจและการลงทุน แถลงการณ์ร่วมยังระบุว่า ในช่วงที่ไทยเร่งเปลี่ยนผ่านไปสู่ เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ และการเป็นศูนย์กลางด้านโลจิสติกส์ของภูมิภาค ผู้นำทั้งสองเห็นพ้องที่จะยกระดับความเป็นหุ้นส่วนด้านการลงทุนในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง

สาขาที่ระบุไว้ครอบคลุม พลังงานหมุนเวียน โลจิสติกส์ ความยั่งยืน และเศรษฐกิจดิจิทัล พร้อมส่งเสริมโอกาสในการพัฒนาบุคลากรที่เกี่ยวเนื่องกับการลงทุนดังกล่าว

ความร่วมมือดังกล่าวครอบคลุมตั้งแต่กลไกคาร์บอนเครดิตข้ามพรมแดน พลังงานคาร์บอนต่ำและพลังงานหมุนเวียน ไปจนถึง CCUS ไฮโดรเจน เทคโนโลยีคาร์บอนต่ำ และการเงินสีเขียว ซึ่งถูกวางเป็นส่วนหนึ่งของทิศทางความเป็นหุ้นส่วนที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและยั่งยืนระหว่างไทยกับสิงคโปร์

แท็กที่เกี่ยวข้อง



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ศาลกำแพงเพชรสั่งคุมตัวนร. 14 ปี ยิงปืนในรร. ชี้ปล่อยไปเสี่ยงก่อเหตุซ้ำ
ศาลกำแพงเพชรสั่งคุมตัวนร. 14 ปี ยิงปืนในรร. ชี้ปล่อยไปเสี่ยงก่อเหตุซ้ำ