News Logo
หน้าแรก
เพื่อไทยแจงนโยบายเศรษฐีเงินล้าน จิ๊กซอว์ชิ้นสุดท้ายเปลี่ยนประเทศ

เพื่อไทยแจงนโยบายเศรษฐีเงินล้าน จิ๊กซอว์ชิ้นสุดท้ายเปลี่ยนประเทศ

26 ม.ค. 2569 14:10
ผู้ชม 61 คน

พรรคเพื่อไทยเปิดโต๊ะชี้แจงนโยบายเศรษฐีเงินล้าน วันละ 9 คน เป็นจิ๊กซอว์ชิ้นสุดท้าย เพื่อเปลี่ยนประเทศด้วยนวัตกรรม สามารถดึงเงินเข้ารัฐได้ 2 แสนล้านต่อปี

แกนนำพรรคเพื่อไทย (พท.) เปิดชี้แจงนโยบายแจกเงินล้านวันละ 9 คน ซึ่งถูกวิพากษ์วิจารณ์ในวงกว้าง เมื่อวันที่ 26 ม.ค. 2569 ว่า ไม่ใช่การแจกเงินแบบให้เปล่า แต่เป็นจิ๊กซอว์ชิ้นสุดท้าย เพื่อเปลี่ยนประเทศด้วยนวัตกรรม โดยใช้ความหวังเป็นแรงจูงใจให้ประชาชนเข้าสู่ฐานข้อมูลของรัฐด้วยความสมัครใจ

เป้าหมายสูงสุดคือ การสร้างโครงสร้างพื้นฐานด้านข้อมูลที่แข็งแรง เพื่อนำมาพัฒนาเศรษฐกิจมูลค่าสูงและจัดการสวัสดิการให้แม่นยำ ไม่ใช่การบริหารจัดการงบประมาณแบบคาดการณ์อย่างในอดีต

​นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรค อธิบายว่า โมเดลนี้ประสบความสำเร็จมาแล้วในไต้หวันและบราซิล ซึ่งช่วยเพิ่มรายได้ภาษีได้ถึง 20% โดยไทยมีเศรษฐกิจนอกระบบใหญ่ถึง 9 ล้านล้านบาท หากดึงเข้าระบบได้จะสร้างรายได้ภาษีมูลค่าเพิ่มไม่ต่ำกว่า 2 แสนล้านบาทต่อปี

โดยการลงทุนงบประมาณเพียง 3,285 ล้านบาท จึงเป็นการลงทุนที่คุ้มค่ามหาศาล

"เปรียบเสมือนตาทิพย์ที่ทำให้รัฐเห็นข้อมูลการค้าจริง เพื่อเข้าแก้ไขปัญหาได้ทันท่วงที ยืนยันว่าไม่ใช่การสร้างหนี้ หรือนโยบายกระตุ้นการบริโภค แต่เป็นการนำเศรษฐกิจใต้ดินขึ้นมาบนดิน นโยบายนี้ไม่ใช่การแจกเงิน แต่เป็นการหาเงินให้กับรัฐด้วยซ้ำ ดึงเศรษฐกิจนอกระบบกลับมาเพื่อสร้างรายได้และสวัสดิการที่ยั่งยืนให้ประเทศ และเป็นจิ๊กซอว์ตัวสุดท้ายที่จะทำให้การเปลี่ยนแปลงประเทศไทยเป็นประเทศรายได้สูงผ่านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเป็นไปได้จริง” นายจุลพันธ์ กล่าว

​ด้าน นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช แกนนำพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า พรรคไม่ได้ออกนโยบายนี้มาแข่งกับนโยบายหวยใบเสร็จของพรรคประชาชน เป็นคนละเรื่องกัน พรรคเพื่อไทยมองภาพรวมที่เชื่อมโยงทั้งระบบ ข้อมูลที่ได้จะนำไปผูกกับเทคโนโลยีและระบบสวัสดิการอย่างยั่งยืน โดยออกแบบให้คนหนึ่งคนมีสิทธิลุ้นได้ถึง 5 สิทธิจากใบเสร็จ เพื่อสร้างแรงจูงใจสูงสุดในการเข้าสู่ระบบภาษี

"วิธีคิดนี้เป็นการนำวัฒนธรรมความหวังของคนไทยมาใช้ประกอบกันจนได้วิธีที่คิดมาอย่างครบถ้วน" อดีตเลขาธิการนายกฯ สมัยรัฐบาลแพทองธาร ชินวัตร ระบุ

​นพ.พรหมินทร์ กล่าวด้วยว่า นโยบายนี้จะช่วยดูแล 4 กลุ่มเป้าหมายที่ถูกละเลย ทั้งเกษตรกร 11 ล้านคนนอกระบบ อาสาสมัคร ผู้สูงอายุ และผู้ยื่นภาษี ข้อมูล Big Data จะทำให้รัฐรู้เชิงลึกว่าเกษตรกรปลูกอะไร ที่ไหน เพื่อทำเกษตรแม่นยำ หรือกลุ่มอาสาสมัครที่รัฐจะได้ทะเบียนประวัติทักษะเฉพาะทางเพื่อจัดการภัยพิบัติและลดภาระสาธารณสุข ในขณะที่ผู้สูงอายุก็จะได้รับการดูแลเรื่องสุขภาพ และอาชีพที่ตรงจุดด้วย

Author Avatar

ผู้เขียน

ลินลิสา เจือไทย
ข่าวทั้งหมดของผู้เขียน
แท็กที่เกี่ยวข้อง
เพื่อไทย



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เครือข่ายอากาศสะอาดหักล้าง ‘ศุภชัย’ รายประเด็น ยันผู้ก่อมลพิษต้องจ่าย
เครือข่ายอากาศสะอาดหักล้าง ‘ศุภชัย’ รายประเด็น ยันผู้ก่อมลพิษต้องจ่าย