News Logo
หน้าแรก
ประชาธิปัตย์จี้ ปปง. เร่งฟ้องยึดทรัพย์สแกมเมอร์ 9.2 พันล้านก่อนเส้นตาย

ประชาธิปัตย์จี้ ปปง. เร่งฟ้องยึดทรัพย์สแกมเมอร์ 9.2 พันล้านก่อนเส้นตาย

11 ก.พ. 2569 15:38
ผู้ชม 96 คน

พรรคประชาธิปัตย์ออกแถลงการณ์ถึงเลขาธิการ ปปง. ให้เร่งส่งอัยการฟ้องศาล ก่อนครบกำหนดยึดอายัด 90 วัน เพื่อปกป้องศักดิ์ศรีประเทศ สกัดไทยเป็นศูนย์กลางฟอกเงิน

วันที่ 11 ก.พ. 2569 พรรคประชาธิปัตย์ ออกแถลงการณ์ถึงเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ติดตามความคืบหน้าการดำเนินคดีกลุ่มสแกมเมอร์และการยึดอายัดทรัพย์มูลค่า 9.2 พันล้านบาท พร้อมเสนอความเห็นเพิ่มเติมก่อนการประชุมของ ปปง. โดยย้ำความจำเป็นต้องเร่งส่งสำนวนให้อัยการเพื่อฟ้องศาลภายในกรอบเวลา 90 วัน และขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจังเพื่อปกป้องศักดิ์ศรีและความน่าเชื่อถือของประเทศ

โดยแถลงการณ์ดังกล่าวระบุรายละเอียดดังต่อไปนี้

แถลงการณ์พรรคประชาธิปัตย์

ถึงเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน

ด้วยพรรคประชาธิปัตย์ได้ติดตามเรื่อง ธุรกรรมผิดปรกติของกลุ่มสแกมเมอร์มาตั้งแต่ต้น ตามที่ได้เสนอต่อ ปปง. เมื่อเดือนพฤศจิกายน ที่ผ่านมา และ ขอชื่นชม การปฏิบัติการของ ศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปอส.ตร.) ร่วมกับสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ภายใต้การนำของ นายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล และ นายไชยชนก ชิดชอบรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) นำไปสู่การยึดอายัดทรัพย์กลุ่มสแกมเมอร์ 9.2 พันล้านบาท  โดยมีระยะเวลาในการยึด อายัดทรัพย์ผู้เกี่ยวข้อง 90 วัน ตั้งแต่วันที่ 2 ธันวาคม 2568 ถึงวันที่ 1 มีนาคม 2569 ซึ่งจากวันนี้ เหลือเวลาเพียงไม่เกิน 18 วันเท่านั้น ในการดำเนินการส่งอัยการฟ้อง เพื่อนำสู่การฟ้องศาลเพื่อยึดทรัพย์เหล่านี้ ให้ตกเป็นของรัฐอย่างชัดเจน

พรรคประชาธิปัตย์ได้รับข้อมูลว่า ปปง. จะมีการประชุมในบ่ายวันนี้ จึงขอเสนอความเห็น ดังนี้

1. การดำเนินการยึดอายัดทรัพย์ของ ปปง. ตั้งแต่ช่วงวันที่ 2 ธันวาคม 2568 เป็นไปอย่างถูกต้อง มีหลักฐานความผิดในข้อหา อั้งยี่-ซ่องโจร-ฉ้อโกงประชาชน-ฟอกเงิน โดยมีผู้เสียหายกว่า 700 ราย พบเส้นทางฟอกเงินมีโอนต่อเป็นทอดๆ มาถึงบัญชีเหล่านี้ ดังที่ได้เปิดเผยต่อสาธารณะให้เป็นที่ทราบกันแล้วทั่วโลก จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งที่รัฐบาลและทุกหน่วยงาน รวมทั้ง ปปง. ต้องดำเนินการขั้นต่อไปอย่างจริงจัง

เรื่องนี้ จะเป็นการทดสอบ “การเมืองสุจริต” ของรัฐบาลไทย และ เป็นการรักษาศักดิ์ศรี และ ความน่าเชื่อถือของตลาดทุนไทย ประเทศไทยจะต้องไม่ยอมให้กลายเป็นศูนย์กลางการฟอกเงินของการกระทำผิดของกลุ่มสแกมเมอร์ และ ทุนเทา จากผู้กระทำความผิดในประเทศรอบๆอย่างจริงจัง

2. จากการศึกษาของพรรคประชาธิปัตย์ กลุ่มผู้กระทำความผิด และ สถาบันการเงินที่เกี่ยวข้องเช่น กลุ่ม Capital Asia Investment (CAI) ยังมีความเกี่ยวข้องกับคดีสแกนม่านตาคนไทย 1.2 ล้านคน ซึ่ง DSI สรุปสำนวนคดี ส่ง ป.ป.ช.ไต่สวนข้อเท็จจริง ม.157 ข้าราชการฝ่ายการเมือง-เจ้าหน้าที่กระทรวงดีอี รวม 6 ราย ไปแล้วด้วย จึงถือว่า เป็นกลุ่มอาชญากรรมร้ายแรง ที่เป็นอันตรายต่อประเทศไทยอย่างยิ่ง

3. จากการศึกษาของพรรคประชาธิปัตย์ ยังพบแหล่งสินทรัพย์และหลักทรัพย์ของกลุ่มบุคคลที่ถูกยึดอายัดทรัพย์กลุ่มนี้ แต่ยังไม่ถูกยึด อายัด  และ ตรวจสอบเส้นทางการเงินให้ครบถ้วนตามเรื่องที่ พรรคฯได้นำเสนอตั้งแต่เดือน พฤศจิกายน และ กำลังรวบรวมหลักฐานเพิ่มเติมเพื่อเตรียมเสนอให้ขยายวงหลักทรัพย์ และ กลุ่มบุคคลที่เกี่ยวข้องอย่างจริงจังต่อไป 

การดำเนินการในครั้งนี้ จึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง และ เชื่อมั่นว่า รัฐบาล ปปง. และ ทุกหน่วยงานภาครัฐ จะได้ดำเนินการเรื่องนี้อย่างจริงจัง เพื่อเป็นการสู้ภัยสแกมเมอร์ และปกป้องศักดิ์ศรี ของตลาดทุนไทย และ ประเทศไทยในสายตาชาวโลกให้สง่างาม

จึงเรียนมาเพื่อทราบ และ โปรดพิจารณาดำเนินการบังคับใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้องอย่างจริงจังต่อไป

พรรคประชาธิปัตย์ - Democrat Party, Thailand

พรรคประชาธิปัตย์ - Democrat Party, Thailand

แท็กที่เกี่ยวข้อง



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

พร้อมแก้ 'ว658'! กรมบัญชีกลางไม่ให้ตั้งงบเผื่อขาดสัญญาก่อสร้างล่าช้า
พร้อมแก้ 'ว658'! กรมบัญชีกลางไม่ให้ตั้งงบเผื่อขาดสัญญาก่อสร้างล่าช้า