ย้อนไทม์ไลน์คดีอดีต 44 สส.ก้าวไกล หลัง ป.ป.ช. เห็นชอบคำร้องยื่นศาลฎีกา ซึ่งคดีดังกล่าวถือเป็นการชี้ชะตาอนาคต สส. 10 คนของพรรคประชาชนว่าจะได้ไปต่อหรือไม่?
หลังจากเมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2569 ที่ผ่านมา ที่ประชุมคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้มีมติเห็นชอบร่างคำร้องเพื่อยื่นต่อศาลฎีกา กรณีกล่าวหาว่า อดีต 44 สส. พรรคก้าวไกล เข้าชื่อเสนอแก้กฎหมายมาตรา 112 ฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรง ซึ่งคดีดังกล่าวถือเป็นคดีที่สังคมให้ความสนใจอย่างกว้างขวาง เนื่องจากหากศาลฎีกาประทับรับฟ้องและไม่มีคำสั่งอื่นๆ ผู้ที่ดำรงตำแหน่งทางการเมืองจะต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ทันที และหากศาลฎีกาพิพากษาว่า อดีต 44 สส. ฝ่าฝืนจริยธรรมจริงก็มีความเสี่ยงที่คนกลุ่มนี้จะถูก ‘แจกใบดำ’ ทางการเมือง
คดีนี้เกิดขึ้นหลังจากเมื่อวันที่ 31 มกราคม 2567 ศาลรัฐธรรมนูญได้มีคำวินิจฉัยระบุว่า การกระทำของพรรคก้าวไกลนำโดย ‘นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์’ ที่มีนโยบายหาเสียงแก้ไขกฎหมายประมวลอาญามาตรา 112 เป็นการใช้สิทธิและเสรีภาพเพื่อล้มล้างการปกครองและขอให้ยุติการกระทำนั้นทันที หลังจากนั้นคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้ยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญเพื่อขอให้วินิจฉัยยุบพรรคก้าวไกล และในวันที่ 7 สิงหาคม 2567 ศาลรัฐธรรมนูญก็มีมติเป็นเอกฉันท์ยุบพรรคก้าวไกลพร้อมกับตัดสิทธิทางการเมืองกรรมการบริหารพรรคเป็นเวลา 10 ปี
ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2567 ‘นายธีรยุทธ สุวรรณเกษร’ ทนายความอิสระ ได้ยื่นคำร้องไปยัง ป.ป.ช. เพื่อขอให้ตรวจสอบและเอาผิดด้านจริยธรรมกับ 44 สส. เนื่องจากเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2564 สส. พรรคก้าวไกลนำโดยนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ได้ยื่นเสนอชุดร่างแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายจำนวน 5 ฉบับไปยังประธานรัฐสภาฯ ทั้งนี้ก็เพื่อคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพในการแสดงออก รวมถึงสิทธิในกระบวนการยุติธรรมของประชาชน โดยในจำนวนนี้มีร่างแก้ไขกฎหมายประมวลอาญามาตรา 112 รวมอยู่ด้วย
ต่อมาวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2569 ป.ป.ช. ได้มีมติชี้มูลความผิดทั้ง 44 อดีต สส. พรรคก้าวไกล โดยสาระสำคัญระบุว่า การกระทำของทั้ง 44 สส. นับเป็นการเซาะกร่อนบ่อนทำลายสถาบันพระมหากษัตริย์ ทั้งยังก่อให้เกิดความเสียหายต่อชาติบ้านเมืองอย่างร้ายแรง ทั้งยังใช้เป็นนโยบายหาเสียง ซึ่งผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 44 คนดำเนินการโดยมีเจตนาร่วมกัน นอกจากนี้ ป.ป.ช. ยังได้ไต่สวนว่า หลังจากที่อดีต 44 สส. พรรคก้าวไกล ได้เสนอร่าง พ.ร.บ. แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่..) พ.ศ. …. ต่อสภาฯ ทางสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรได้มีการแจ้งว่าร่าง พ.ร.บ. มีข้อบกพร่องและอาจมีเนื้อหาที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญถึง 3 ครั้ง แต่ผู้ถูกกล่าวหาไม่ได้มีการแก้ไขให้ถูกต้องตามกฎหมาย
สาระสำคัญของข้อบกพร่อง ได้แก่ การเสนอให้แก้ไขโดยการนำมาตรา 112 ออกจากภาค 2 ความผิดลักษณะ 1 และแก้ไขเป็นลักษณะ 1/2 อาจไม่สอดคล้องกับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่ 28-29/2555 และคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่ 19/2564 สำหรับประเด็นเรื่องการลดโทษ การยกเว้นความผิด และการยกเว้นโทษ อาจไม่สอดคล้องกับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่ 28–29/2555 สำหรับกรณีที่ให้สำนักพระราชวังเป็นผู้ร้องทุกข์และเป็นคู่กรณีหรือเป็นคู่ความอาจไม่สอดคล้องกับเหตุผลการตรา พ.ร.บ. และบทบัญญัติของ พ.ร.บ. ระเบียบบริหารราชการในพระองค์ พ.ศ. 2560 และสำหรับการกำหนดให้มีความผิดในลักษณะที่ยอมความได้อาจไม่สอดคล้องกับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่ 28-29/2555 และหลักกฎหมาย
ทั้งนี้ หากปรากฏข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานครบถ้วนว่าผู้ถูกกล่าวหาฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรง ผู้ถูกกล่าวหาก็จะมีความผิดตามกฎหมาย ดังนั้น ป.ป.ช. จึงได้ชี้มูลความผิดและในวันที่ 31 มีนาคม 2569 ป.ป.ช. จึงได้มีมติเห็นชอบร่างคำร้องคดีอดีต 44 สส. ก้าวไกล ซึ่งกระบวนการหลังจากนี้คำร้องดังกล่าวจะถูกส่งไปยังสำนักคดี ป.ป.ช. เพื่อยื่นต่อไปยังศาลฎีกา
อย่างไรก็ตาม ดังที่กล่าวไปข้างต้นว่า หากศาลฎีกาประทับรับฟ้องโดยไม่มีคำสั่งอื่นๆ ผู้ที่ดำรงตำแหน่งทางการเมืองจะต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ทันที ซึ่งในจำนวนอดีต 44 สส. พรรคก้าวไกล ที่ในปัจจุบันเป็น สส. พรรคประชาชน และมีความเสี่ยงที่จะถูกสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ ประกอบไปด้วย นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ, น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อ, นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ, นายวาโย อัศวรุ่งเรือง สส.บัญชีรายชื่อ, นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล สส.บัญชีรายชื่อ, นายณัฐวุฒิ บัวประทุม สส.บัญชีรายชื่อ, นายสุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ, นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ สส.บัญชีรายชื่อ, นายธีรัจชัย พันธุมาศ สส.กทม. และนายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร สส.กทม.
นอกจากนี้ หากศาลฎีกามีคำพิพากษาระบุว่า อดีต 44 สส. มีความผิดจริงก็มีความเสี่ยงที่จะถูกเพิกถอนสิทธิรับเลือกตั้งตลอดชีวิต ตลอดจนไม่มีสิทธิดำรงตำแหน่งทางการเมือง หรืออาจถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งอีกด้วย (ดูอินโฟฯ ประกอบ)

อินโฟฯ คดีอดีต 44 สส.ก้าวไกล




