'ณัฐพงษ์' จี้ 'อนุทิน' ปลด 'พิพัฒน์' ลากออกจากตำแหน่ง ฐานเป็นเพื่อนกับ 'เสี่ยตือ' เจ้าของบริษัทน้ำมันที่อาจเชื่อมโยงกับเครือข่ายสแกมเมอร์และทุนเทา อย่าสองมาตรฐานเนื่องจากสมัยที่รัฐมนตรีช่วยคลังมีชื่อพัวพันสแกมเมอร์ยังยกหูไปหาเองจนให้ลาออกไป
เมื่อวันที่ 30 เมษายน 2569 ในการประชุมสภาฯ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคประชาชน ได้ตั้งกระทู้ถามสดต่อนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เกี่ยวกับประเด็นการกักตุนน้ำมันและความสัมพันธ์ระหว่างนายพิพัฒน์และ "เสี่ยตือ" ทั้งยังตั้งคำถามต่อมาตรฐานของนายกฯ
นายณัฐพงษ์ ระบุว่า กระทู้ถามสดนี้ต้องการถามต่อรัฐมนตรี 2 ราย คือ นายอนุทินและนายพิพัฒน์ ในประเด็นเรื่องน้ำมัน ซึ่งเป็นเรื่องสืบเนื่องจากที่นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ได้ตั้งกระทู้ถามต่อนายกรัฐมนตรี โดยนายกฯ มอบหมายให้นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เป็นผู้ตอบชี้แจงแทน จนนำไปสู่การลงพื้นที่ตรวจสอบของ สส. พรรคประชาชนที่ จ.เพชรบุรี เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา
จากการลงพื้นที่ตรวจสอบคลังน้ำมันที่ จ.เพชรบุรี พบข้อพิรุธหลายประการ โดยเฉพาะการตั้งอยู่ของคลังน้ำมันในความรับผิดชอบของกงสุลและกรมสรรพสามิตซึ่งอยู่ในพื้นที่เดียวกันและมีท่อเชื่อมต่อถึงกัน ทั้งนี้มี 2 ประเด็นสำคัญที่ต้องตั้งคำถาม คือความผิดปกติของ ‘เหตุบังเอิญ’ และข้อสงสัยว่าการกักตุนน้ำมันดังกล่าวอาจพัวพันกับเครือข่ายสแกมเมอร์และกลุ่มทุนสีเทา ซึ่งเชื่อมโยงไปถึงบุคคลระดับสูงในรัฐบาลชุดนี้ สำหรับ 5 เหตุบังเอิญที่หัวหน้าพรรคประชาชนมีต่อการกักตุนน้ำมัน ได้แก่
เสี่ยตือเป็นเจ้าของคลังน้ำมันที่ จ.เพชรบุรี ได้มีการขายให้กับบริษัท บีซีพีจี หรือบริษัทลูกของบางจาก ซึ่งขายด้วยมูลค่าที่สูงเกินจริงกว่า 4,000 พันล้าน กล่าวคือ ประเมินราคาไว้เพียง 5,000 ล้านบาท แต่ซื้อจริงในราคา 9,000 ล้านบาท เหตุบังเอิญนี้ทำให้สงสัยว่าทำไมถึงซื้อในราคาที่สูงเกินจริงขนาดนี้
เสี่ยตือเป็นเจ้าของกาสิโนหลายแห่ง โดยเฉพาะในกัมพูชาที่อาจพัวพันกับเครือข่ายทุนสีเทาสแกมเมอร์ ซึ่งกำลังเข้าฮุบบริษัทบางจากผ่านการซื้อหุ้น
เสี่ยตือคือพ่อของบุตรชายที่เคยถูกออกหมายจับในคดีฟอกเงินและเว็บพนันออนไลน์ ซึ่งนายไชยชนก ชิดชอบ เลขาธิการพรรคภูมิใจไทย เป็นคนออกมายืนยันต่อสื่อมวลชนว่า ลูกชายของเสี่ยตือคนนี้มีความพยายามติดสินบน 40 ล้านบาท เพื่อแลกกับการยุติการดำเนินคดีทุนเทาและการทลายเว็บการพนัน
เสี่ยตือคือพ่อของบุตรสาวที่เป็นผู้ถือหุ้นในบริษัทน้ำมันที่ จ.อ่างทอง โดยเมื่อสัปดาห์ที่แล้วเอกนัฏตอบท่านรังสิมันต์ว่า ขณะนี้ DSI กำลังสอบสวนปมการลักลอบและกักตุนน้ำมันใน จ.อ่างทอง
เสี่ยตือเป็นเพื่อนกับนายพิพัฒน์ เนื่องจากท่านยอมรับต่อสื่อมวลชนเมื่อ 2 วันที่ผ่านมา หลังจากที่สื่อมวลชนถามกรณีที่นายพิพัฒน์ปล่อยเงินกู้ให้กับบริษัทเสี่ยตือกว่า 100 ล้านบาท แต่นายพิพัฒน์ไม่ตอบในประเด็นดังกล่าว แต่ตอบว่า “ผมมีเพื่อสักคนมันลำบากมากเลยหรือ”
นายณัฐพงษ์ ระบุเพิ่มเติมว่า เหตุบังเอิญทั้ง 5 ข้อ อาจมีความเกี่ยวพันกับการกักตุนน้ำมันและเครือข่ายลับที่โยงใยไปถึงกลุ่มทุนเทาและอาชญากรรมข้ามชาติ ซึ่งอาจเชื่อมโยงกับผู้มีอำนาจระดับสูงในรัฐบาลชุดนี้
“ถ้าวันนี้ท่านพิพัฒน์ไม่ได้มาตอบผมโดยตรง ผมอยากจะฝากคำถามไปถึงนายกฯ ว่าตอนที่ท่านยกหูหาท่านวรภัค ธันยาวงษ์ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลังเพื่อขอให้ลาออกจากตำแหน่ง เพราะตอนนั้นท่านวรภัคอาจเกี่ยวข้องกับเครือข่ายสแกมเมอร์ ท่านยอมลาออกตำแหน่ง กรณีนี้ท่านพิพัฒน์ยอมรับต่อสื่อมวลชนโดยตรงว่าเป็นเพื่อนกับเครื่อข่ายเสี่ยตือ ซึ่งอาจเกี่ยวข้องกับเครือข่ายสแกมเมอร์ ท่านจะปฏิบัติต่อท่านพิพัฒน์อย่างไรหรือท่าน 2 มาตรฐานเพียงเพราะท่านพิพัฒน์เป็นหัวจ่ายเงินให้กับพรรคภูมิใจไทยหรือครับ” นายณัฐพงษ์กล่าว
ทั้งนี้ ในที่ประชุมสภาฯ นายอนุทินได้มอบหมายให้นายพิพัฒน์เป็นผู้ตอบกระทู้สด แต่เนื่องจากนายพิพัฒน์ติดภารกิจ จึงมอบหมายต่อให้นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นผู้ชี้แจงแทน โดยนายสิริพงศ์ระบุว่า ประเด็นทั้ง 5 ข้อที่กล่าวมานั้นไม่อยู่ในอำนาจหน้าที่ของกระทรวงคมนาคม อย่างไรก็ตาม หากพิจารณาว่าเป็นประเด็นสำคัญที่สังคมต้องการคำตอบ ก็จะนำเรื่องเรียนต่อนายอนุทินต่อไป พร้อมทั้งตั้งข้อสังเกตว่า หลายประเด็นอยู่ระหว่างการดำเนินการของ DSI ดังนั้นจึงเห็นควรให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ในฐานะผู้กำกับดูแล DSI เป็นผู้ชี้แจงจะเหมาะสมกว่า
นอกจากนี้ ในที่ประชุมนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ได้ลุกขึ้นประท้วงโดยย้ำว่าตามข้อบังคับการประชุมสภาข้อ 151 นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีมีหน้าที่ต้องมาตอบกระทู้ถามสดด้วยตนเอง เว้นแต่มีเหตุจำเป็นที่มิอาจหลีกเลี่ยงได้ ซึ่งต้องแจ้งเป็นลายลักษณ์อักษรต่อประธานสภาฯ พร้อมระบุรายละเอียดภารกิจและกำหนดวันที่จะกลับมาตอบให้ชัดเจน
ขณะที่ นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาฯ ได้ชี้แจงว่า ได้ประสานไปยังเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร เพื่อเตรียมหารือกับพรรคการเมืองต่างๆ ในการปรับปรุงข้อบังคับที่เป็นอุปสรรคต่อการทำงาน พร้อมระบุว่าต้องยอมรับความจริงว่าสมาชิกไม่ได้ปฏิบัติตามข้อบังคับที่กำหนดไว้ จนส่งผลให้การวินิจฉัยของประธานสภาฯ ด้าน นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล ประธานวิปรัฐบาล ได้ร่วมเสนอทางออกโดยขอความร่วมมือให้ฝ่ายค้านแจ้งชื่อผู้จะตั้งกระทู้ถามล่วงหน้าเพื่อจะได้มีเวลาประสานงานรัฐมนตรีให้เตรียมตัวมาตอบกระทู้ได้
อย่างไรก็ตาม นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.พรรคประชาชน ได้ออกมาระบุว่า หนังสือแจ้งเหตุจำเป็นควรต้องอยู่ในมือประธานสภาฯ ตั้งแต่ก่อนเริ่มประชุมแล้ว เพื่อความโปร่งใส ประธานฯ ควรนำหนังสือดังกล่าวออกมาเปิดเผยให้สมาชิกรับทราบรายละเอียดทันที เพื่อแสดงบริสุทธิ์ใจว่าไม่ได้มีการจัดทำเอกสารย้อนหลัง




