'วิชา' เผยรายงานข้อจำกัด ITA ชี้ ป.ป.ช.ไม่ควรมีบทบาทประเมินองค์กรอิสระอื่นๆ แนะต้องปฏิรูปกระบวนการประเมิน ITA ใหม่ ทั้งเรื่องตัวชี้วัด เกณฑ์การให้คะแนน นำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยประเมิน เน้นสร้างความเป็นกลางและโปร่งใส
สำนักข่าว Next News นำเสนอข่าววันที่ 5 พฤษภาคม 2569 ว่า นายวิชา มหาคุณ อดีตกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) พร้อมคณะกรรมการตรวจสอบผลการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ (ITA) เสนอรายงานฉบับสำคัญที่เน้นย้ำถึงข้อจำกัดของการประเมิน ITA ในปัจจุบัน และชี้ช่องทางการปฏิรูปที่สำคัญ โดยนายวิชา มหาคุณ เน้นย้ำเป็นพิเศษคือ บทบาทของสำนักงาน ป.ป.ช. ที่เข้ามาประเมินองค์กรอิสระอื่น ๆ ซึ่งอาจส่งผลต่อความเป็นอิสระ หรือทำให้เกิดบทบาทระหว่างองค์กรอิสระที่ไม่เหมาะสมในฐานะผู้ประเมินได้
ปัญหาดังกล่าวชี้ให้เห็นถึงความจำเป็นในการทบทวนกลไกการประเมินสำหรับหน่วยงานที่มีสถานะเป็นองค์กรอิสระ เพื่อป้องกันความขัดแย้งทางผลประโยชน์และรักษาหลักการความเป็นอิสระขององค์กรเหล่านั้นอย่างแท้จริง การเสนอดังกล่าวถือเป็นการก้าวสำคัญในการผลักดันให้ระบบ ITA ก้าวข้ามข้อจำกัดเดิมๆ และตอบสนองความคาดหวังของประชาชนในยุคปัจจุบัน
รายงานฉบับดังกล่าวได้ฉายภาพถึงข้อจำกัดของการประเมิน ITA ที่เคยถูกมองว่าเน้นหนักไปที่ "กระบวนการ" มากกว่า "ผลลัพธ์ที่เป็นจริง" คณะกรรมการฯ ตระหนักดีว่าสาธารณชนคาดหวังให้การประเมิน ITA สะท้อนปัญหาการทุจริตอย่างตรงไปตรงมา และเป็นเครื่องมือที่สามารถขับเคลื่อนการยกระดับคะแนนดัชนีการรับรู้การทุจริต (CPI) ของประเทศไทยได้อย่างยั่งยืน ด้วยเหตุนี้ การปรับปรุงจึงมุ่งเน้นไปที่การสร้างความสมดุลระหว่างการวัดผลเชิงป้องกันและปราบปรามการทุจริตโดยตรง
ข้อจำกัดที่สำคัญประการหนึ่งที่นายวิชา และคณะกรรมการฯ ได้วิเคราะห์และนำเสนอ คือการใช้เครื่องมือประเมินชุดเดียวกันกับหน่วยงานทุกประเภท ซึ่งเป็นอุปสรรคต่อการประเมิน "องค์กรอิสระ" ที่มีบริบท อำนาจหน้าที่ในการตรวจสอบรัฐ และระบบงานที่แตกต่างจากหน่วยงานราชการทั่วไปอย่างสิ้นเชิง การใช้คำถามกลางเพียงอย่างเดียว อาจไม่สามารถสะท้อนความซับซ้อนและความเสี่ยงเฉพาะตัวขององค์กรเหล่านี้ได้ ทำให้การประเมินขาดความแม่นยำและเที่ยงตรง
รายงานระบุว่า แม้ปัจจุบันคะแนนการเปิดเผยข้อมูล (OIT) ของหน่วยงานต่างๆ มักจะสูง ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยดึงคะแนนรวมให้ผ่านเกณฑ์ แต่คะแนนการรับรู้ของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียภายนอก (EIT) ซึ่งสะท้อนความรู้สึกและประสบการณ์ของประชาชนผู้รับบริการโดยตรง กลับยังคงอยู่ในระดับต่ำ นี่คือสัญญาณบ่งชี้ว่าการประเมิน ITA ในรูปแบบเดิมยังไม่สามารถเข้าถึงและสะท้อนมุมมองของประชาชนได้อย่างแท้จริง ทำให้เกิดคำถามถึงประสิทธิภาพและความน่าเชื่อถือของผลการประเมินโดยรวม
ข้อเสนอเพื่อปรับปรุงการประเมิน ITA
คณะกรรมการฯ ยังได้เสนอให้ปรับปรุงการประเมิน ITA โดยไม่ควรใช้เครื่องมือประเมินชุดเดียวกันกับหน่วยงานทุกประเภท โดยเฉพาะอย่างยิ่ง "องค์กรอิสระ" จำเป็นต้องมีชุดคำถามกลางและคำถามเฉพาะที่สอดคล้องกับความสุ่มเสี่ยงและลักษณะงานขององค์กรนั้นๆ สิ่งสำคัญคือการขยายขอบเขตการประเมินไปถึง "องค์อำนาจ" สำหรับองค์กรอิสระ ไม่ควรประเมินเพียงแค่หน่วยงานธุรการ แต่ต้องประเมินรวมไปถึงส่วนของ "องค์อำนาจ" ด้วย เพื่อให้ประชาชนเกิดความเชื่อมั่นต่อระดับความโปร่งใสอย่างแท้จริง อย่างไรก็ตาม มีข้อยกเว้นคือ ไม่ควรประเมินในส่วนของการใช้อำนาจวินิจฉัยชี้ขาดโดยตรงตามรัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นอำนาจเฉพาะและละเอียดอ่อน
ประเด็นที่นายวิชา มหาคุณ และคณะกรรมการฯ เน้นย้ำเป็นพิเศษและเป็นหัวใจสำคัญของการปฏิรูป คือ การสร้างความเป็นกลางและความน่าเชื่อถือในการประเมินองค์กรอิสระ รายงานชี้ชัดว่า เพื่อป้องกันความทับซ้อนทางผลประโยชน์และรักษาความเป็นกลาง สำนักงาน ป.ป.ช. ไม่ควรเป็นผู้ประเมินองค์กรอิสระด้วยกันเอง ข้อเสนอนี้เป็นการเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการใช้กลไกของ "หน่วยงานภายนอก (Third Party)" มาทำหน้าที่ประเมินแทน โดยอาจเป็นการจัดตั้งคณะกรรมการกลาง หรือมอบหมายให้สถาบันอุดมศึกษา หรือสถาบันวิจัยระดับชาติ เป็นผู้ดำเนินการ การดำเนินการเช่นนี้จะช่วยธำรงไว้ซึ่งความน่าเชื่อถือและมาตรฐานสากลของการประเมิน และเป็นก้าวสำคัญในการสร้างความไว้วางใจจากสาธารณชน


เพื่อสะท้อนปัญหาการทุจริตอย่างตรงไปตรงมา ควรปรับน้ำหนักตัวชี้วัดให้มุ่งเน้น "การทุจริตทางตรง" ร้อยละ 50 และ "การขับเคลื่อนการป้องกันการทุจริตและธรรมาภิบาล" ร้อยละ 50 นอกจากนี้ เพื่อให้สะท้อนความรู้สึกของประชาชนผู้รับบริการอย่างแท้จริง ควรลดน้ำหนักคะแนนการเปิดเผยข้อมูล (OIT) ซึ่งหน่วยงานมักได้คะแนนสูง และเพิ่มน้ำหนักคะแนนการรับรู้ของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียภายนอก (EIT)
คณะกรรมการฯ เสนอให้ปรับลดเกณฑ์การผ่านจาก 85 คะแนน เหลือ 50 คะแนน เพื่อลดความสับสนของสาธารณชน และให้สอดคล้องกับมาตรฐานทางสถิติและค่าคะแนน CPI ทั้งนี้ การดำเนินการดังกล่าวจะต้องเสนอขอปรับเปลี่ยนค่าเป้าหมายในแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติควบคู่ไปด้วย สำหรับเครื่องมือประเมิน ควรใช้ 5 เครื่องมือหลักแบบสมดุล โดยกำหนดสัดส่วนคะแนนเครื่องมือละร้อยละ 20 ได้แก่ IIT, EIT, OIT, การตัดคะแนน (Deduction) และการลงพื้นที่สำรวจ (On Site) เพื่อสอบทานข้อมูล โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การนำ "การตัดคะแนน" มาใช้ เพื่อพิจารณาข้อร้องเรียนเกี่ยวกับการทำผิดมาตรฐานจริยธรรม การทุจริต และการประพฤติมิชอบ ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงจากการประเมินเชิงบวกเพียงอย่างเดียว และเพิ่มมิติเชิงลบที่สะท้อนปัญหาจริง

การปรับปรุงยังรวมถึงการนำเทคโนโลยีมาปรับใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและความแม่นยำ โดยเสนอให้นำปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาช่วยประเมิน โดยริเริ่มทำ Proof of Concept (POC) ร่วมกับศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (NECTEC) นอกจากนี้ ควรขยายเวลาจัดเก็บข้อมูลผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย (IIT และ EIT) ตลอดทั้งปีผ่านแพลตฟอร์มสาธารณะอย่าง Traffy Fondue เพื่อให้ครอบคลุมกลุ่มเป้าหมายได้มากขึ้น การเปลี่ยนผ่านสู่การอ้างอิงเชิงประจักษ์ แทนคำถามเชิงทัศนคติแบบ "ใช่/ไม่ใช่" จะช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือให้กับผลการประเมิน ในส่วนของ OIT ควรขยายข้อบังคับการเปิดเผยข้อมูลด้านการจัดซื้อจัดจ้างให้ครอบคลุมไปถึง "การบริหารสัญญา" รวมถึงการแก้ไขสัญญา เพื่อให้ครบถ้วนทุกขั้นตอน และควรเชื่อมโยงข้อมูลกับระบบของกรมบัญชีกลางเพื่อลดภาระงานซ้ำซ้อนของหน่วยงาน

สำนักข่าว Next News รายงานข่าวเพิ่มเติมว่าสำหรับการทำหน้าที่ของ คณะกรรมการตรวจสอบผลการประเมิน ITA นั้นเป็นคณะกรรมการที่ถูกแต่งตั้งมาโดยคำสั่งของ ป.ป.ช. โดย ปป.ช.มีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการชุดนี้อย่างเป็นทางการเมื่อช่วงต้นเดือนกันยายน 2568 โดยปรากฏข้อมูลคำสั่งแต่งตั้งครั้งแรกเมื่อวันที่ 4 กันยายน 2568 ก่อนที่จะมีการจัดแถลงข่าวเปิดตัวคณะกรรมการชุดนี้อย่างเป็นทางการในวันที่ 17 ตุลาคม 2568 ณ สำนักงาน ป.ป.ช. (สนามบินน้ำ)
ในการปฏิบัติหน้าที่ คณะกรรมการชุดนี้กำหนดให้มีการประชุมร่วมกันทุก 2 สัปดาห์ โดยมุ่งเน้นการตรวจสอบและศึกษาผลการประเมิน ITA ที่ผ่านมา เพื่อให้ข้อเสนอแนะและหาแนวทางในการปรับปรุงเกณฑ์การประเมินให้มีความชัดเจนและมีประสิทธิภาพสูงสุดภายในระยะเวลา 2 เดือนนับจากวันแถลงข่าว การดึงผู้ทรงคุณวุฒิภายนอกเข้ามาทำหน้าที่ในครั้งนี้ ถือเป็นความตั้งใจของ ป.ป.ช. ในการสร้างความเชื่อมั่นและความเป็นกลาง เพื่อให้ผลการประเมิน ITA สามารถสะท้อนสถานการณ์ด้านคุณธรรมและความโปร่งใสของหน่วยงานภาครัฐได้อย่างถูกต้องแม่นยำตามความเป็นจริง
ทั้งนี้ คณะกรรมการชุดดังกล่าวมีหน้าที่ต้องสรุปและ เสนอผลการศึกษาพร้อมข้อเสนอแนะต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช




