'เท้ง ณัฐพงษ์' ย้ำเปลี่ยนกรุงเทพฯ ต้อง 'ฟลูทีม' เพื่อปลดล็อกกฎหมายและแก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง พร้อมชูจุดแข็งโปร่งใส-ลงพื้นที่จริง เมินผลโพลตามหลัง 'ชัชชาติ'
เมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม 2569 ณ ตลาดจอห์นนี่ มาร์เก็ต นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคประชาชน เข้าร่วมกิจกรรม ‘สมาชิกสัมพันธ์อาสาส้ม’ เขตคลองเตย กรุงเทพฯ พร้อมให้สัมภาษณ์ถึงการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ว่า การเปลี่ยนแปลงกรุงเทพฯ จำเป็นต้องอาศัย ‘ทีมที่สมบูรณ์’ ที่ครอบคลุมทั้งผู้ว่าฯ กทม. สมาชิกสภากรุงเทพฯ (สก.) และ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงเมืองในระดับโครงสร้าง
นายณัฐพงษ์ระบุว่า การเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. คือโอกาสสำคัญที่ประชาชนจะได้ใช้สิทธิขับเคลื่อนคุณภาพชีวิตคนเมืองให้ดีขึ้น ซึ่งพรรคประชาชนมองว่าไม่ว่าใครจะชนะการเลือกตั้ง แต่หากขาดการทำงานที่สอดประสานกันระหว่าง สก. และ สส. การแก้ปัญหาในระดับโครงสร้างก็ไม่อาจเกิดขึ้นได้จริง ยกตัวอย่างเช่น กรณีที่ผู้ว่าฯ กทม. แม้จะได้รับคะแนนเสียงถล่มทลาย แต่กลับไม่มีอำนาจจัดการแม้แต่เรื่องเสาไฟฟ้า หรือปัญหาซับซ้อนอย่างสิทธิบัตรทอง 30 บาท ฝุ่น PM 2.5 และการขนส่งสาธารณะ พรรคจึงย้ำว่าการเปลี่ยนเมืองต้องใช้ทีมที่สมบูรณ์ โดยมีทีม สก. เพื่อออกข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร และมี สส. เพื่อขับเคลื่อนผ่านพระราชบัญญัติในสภาฯ เพื่อปลดล็อกข้อจำกัดทางกฎหมาย
นายณัฐพงษ์ระบุเพิ่มเติมว่า อยากเชิญชวนคนกรุงเทพฯ มองไปให้ไกลกว่าเพียงตัวบุคคลที่จะชนะการเลือกตั้ง เพราะแม้ที่ผ่านมาจะเห็นการแก้ปัญหาในระดับพื้นที่ผ่านนโยบายเส้นเลือดฝอย แต่พรรคประชาชนเชื่อมั่นว่าสามารถจัดการปัญหาดังกล่าวได้ดีเช่นกัน ทั้งยังมีจุดแข็งสำคัญคือการแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้าง โดยเฉพาะการพิจารณางบประมาณอย่างโปร่งใสที่ต้องอาศัยเสียง สก. กว่าครึ่ง และการผลักดันกฎหมายในสภาฯ เพื่อเพิ่มอำนาจให้ผู้ว่าฯ กทม. สามารถจัดการปัญหาเมืองได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ
สำหรับผลสำรวจของสวนดุสิตโพลที่ระบุว่า นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. คนปัจจุบัน ยังคงมีคะแนนนิยมมาเป็นอันดับ 1 นั้น หัวหน้าพรรคประชาชนมองว่า การลงพื้นที่อย่างใกล้ชิดถือเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ประชาชนเห็นถึงความจำเป็นของการทำงานแบบฟูลทีม ซึ่งที่ผ่านมา นายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร แคนดิเดตผู้ว่าฯ กทม. ของพรรค ได้ลงพื้นที่พบปะประชาชนอย่างต่อเนื่อง จึงอยากเชิญชวนชาวกรุงเทพฯ ให้ใช้สนามการเลือกตั้งครั้งนี้เป็นโอกาสในการสร้างความเปลี่ยนแปลงที่แท้จริง
นอกจากนี้ นายณัฐพงษ์เน้นย้ำถึงกระบวนการคัดสรรผู้สมัคร สก. ว่า พรรคมีกลไกตรวจสอบวินัยและความประพฤติ หากพบการกระทำที่ไม่เหมาะสมพร้อมดำเนินการตามขั้นตอนของพรรคทันที พร้อมเชิญชวนประชาชนร่วมแจ้งเบาะแสและตรวจสอบไปพร้อมกับพรรค ส่วนกรณีที่นายชัยวัฒน์ประกาศนโยบายไม่ติดป้ายหาเสียงนั้น นายณัฐพงษ์ชี้แจงเพิ่มเติมว่า จะเน้นไปที่ตัวแคนดิเดตผู้ว่าฯ เป็นหลัก แต่ในส่วนของ สก. ที่มีหมายเลขแตกต่างกันในแต่ละเขต อาจจำเป็นต้องมีป้ายประชาสัมพันธ์บางส่วนเพื่อป้องกันความสับสนของประชาชน
เครดิตภาพ: เพจ พรรคประชาชน




