News Logo
หน้าแรก
'DBD x DSI' ถกปมนอมินี จ่อลุย'ภูเก็ต-กระบี่-พังงา-พัทยา-หัวหิน

'DBD x DSI' ถกปมนอมินี จ่อลุย'ภูเก็ต-กระบี่-พังงา-พัทยา-หัวหิน

11 พ.ค. 2569 16:38
ผู้ชม 54 คน

2 อธิบดี 'DBD-DSI' ถกลุยปราบนอมินีแหล่งท่องเที่ยว จ่อบุกตรวจเข้ม 'ภูเก็ต-กระบี่-พังงา-พัทยา-หัวหิน' หลังสแกนยิบ 1 หมื่นบริษัทที่เกาะพะงัน-สมุย เผยชาวบ้านร้องต่างชาติตั้งก๊วนหาผลประโยชน์

สำนักข่าว Next News รายงานว่า เมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า(DBD) กระทรวงพาณิชย์ และพ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) หารือถึงสถานการณ์นอมินีในประเทศไทย หลังพบธุรกิจที่ชาวต่างชาติประกอบธุรกิจในแหล่งท่องเที่ยวชื่อดังหลายแห่งมีลักษณะเข้าข่ายนอมินี

นายพูนพงษ์กล่าวภายหลังการหารือว่า หลังเปิดปฏิบัติการสแกนข้อมูลบริษัทในจังหวัดแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ และพบความเป็นไปได้สูงที่จะมีบริษัทนอมินีจำนวนมาก และหลากหลายรูปแบบ นอกจากนี้ ยังได้รับการร้องเรียนจากประชาชนในพื้นที่เป้าหมาย (เกาะพะงันและเกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี) ว่ามีชาวต่างชาติบางคนรวมกลุ่มกันตั้งเป็นก๊กก๊วนแสวงหาผลประโยชน์โดยมิชอบจากทรัพยากรของไทย และมีพฤติกรรมไม่เกรงกลัวต่อกฎหมาย เป็นที่เอือมระอาของชาวบ้านในพื้นที่

“DBD และ DSI จึงร่วมกันวางแนวทางการตรวจสอบบริษัทนอมินีอย่างเข้มข้น โดยเบื้องต้นทั้ง 2 หน่วยงานเห็นพ้องว่าจะโฟกัสไปที่ เกาะพะงันและเกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี ก่อนเป็นลำดับแรก โดยนำข้อมูลบริษัทที่ได้สแกนอย่างละเอียดจำนวน 11,426 บริษัท มาวิเคราะห์โอกาสความเป็นไปได้ที่จะเป็นบริษัทนอมนี ในระดับสูง กลาง ต่ำ และจะกำหนดเวลาการตรวจสอบ โดยเริ่มจากบริษัทที่มีโอกาสสูงที่จะเป็นนอมินีก่อน โดยส่งข้อมูลบริษัทที่เข้าข่ายน่าจะเป็นคดีพิเศษไปให้ DSI แล้ว 34 ราย บริษัทเหล่านี้ส่วนใหญ่ดำเนินธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และธุรกิจบริการที่เกี่ยวเนื่องกับการท่องเที่ยว"นายพูนพงษ์กล่าว

อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้ากล่าวว่า ขณะเดียวกัน ก็จะประสานหน่วยงานพันธมิตรที่เกี่ยวข้องร่วมตรวจสอบด้วย ซึ่งจะช่วยให้การตรวจสอบบริษัทนอมินีมีความรัดกุมและสามารถดำเนินคดีกับบริษัทนอมินีได้หลากหลายมิติ หลากหลายความผิด อีกทั้งยังหารือร่วมกับสมาคมธนาคารไทย เพื่อยกระดับการตรวจสอบการลงทุนของผู้ถือหุ้นแต่ละรายก่อนที่จะรับจดทะเบียนจัดตั้งบริษัท การตรวจสอบแหล่งที่มาของเงินทุนจึงเป็นเรื่องสำคัญในการป้องกันการใช้นอมินี

"DBD และ DSI รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะปราบปรามนอมินีเกาะพะงันและเกาะสมุย รวมถึงแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ เช่น ภูเก็ต กระบี่ พังงา พัทยา หัวหิน โดยเร็ว ทั้งนี้ข้อมูลการร่วมลงทุนของต่างชาติในพื้นที่ท่องเที่ยวสำคัญต่างๆ ส่อว่าอาจจะเป็นนอมินี เช่น ภูเก็ต มีบริษัทจดทะเบียนเกือบ 30,000 ราย มีชาวต่างชาติร่วมลงทุนสูงถึง 40% ส่วนกระบี่และพังงา ก็มีสัดส่วนการร่วมลงทุนของต่างชาติประมาณ 20% ขณะที่หัวหินมีสัดส่วนสูงถึง 51% และพัทยา ซึ่งในทางทะเบียนคืออำเภอบางละมุง มีสัดส่วนการร่วมลงทุนของต่างชาติสูงถึง 60% จึงต้องตรวจสอบเพื่อความโปร่งใสและปกป้องผลประโยชน์ของประเทศชาติ"นายพูนพงษ์กล่าว

"ธุรกิจนอมินีนอกจากทำให้ต่างชาติเข้ามาครอบครองธุรกิจที่กฎหมายสงวนไว้โดยไม่เป็นธรรมกับชาวต่างชาติที่เข้ามาประกอบธุรกิจโดยถูกต้องตามกฎหมาย รวมถึงส่งผลให้ผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ไม่สามารถแข่งขันด้านเงินทุน เทคโนโลยี และต้นทุนได้อย่างเท่าเทียมแล้ว ยังเป็นช่องทางการหลีกเลี่ยงภาษี การปกปิดแหล่งที่มาของเงินทุน และการอาจเชื่อมโยงกับการฟอกเงินหรือธุรกิจผิดกฎหมายอื่นๆ ส่งผลต่อการจัดเก็บรายได้ของรัฐ และบั่นทอนความเชื่อมั่นของนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศต่อระบบกำกับดูแลของไทย จึงต้องตรวจสอบและปราบปรามธุรกิจนอมินีอย่างจริงจัง ตามข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี รวมถึงรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ที่ให้ปราบปรามการกระทำความผิดทุกรูปแบบให้เห็นเป็นรูปธรรม เพื่อคุ้มครองผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจของประเทศ และรักษาเสถียรภาพของระบบเศรษฐกิจไทยในระยะยาว”พูนพงษ์กล่าว

ด้านพ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) กล่าวว่า คดีนอมินี DSI จะรับดำเนินการในกรณีที่มีมูลค่าสินทรัพย์ตั้งแต่ 100 ล้านบาทขึ้นไป หรือแม้ว่ามูลค่าจะไม่ถึงเกณฑ์ดังกล่าว แต่หากเป็นกรณีที่มีความสำคัญอย่างยิ่งยวด หรือมีผลกระทบในวงกว้างต่อเศรษฐกิจและสังคม ก็สามารถเสนอคณะกรรมการคดีพิเศษ(กคพ.) เพื่อพิจารณารับเป็นคดีพิเศษได้

พ.ต.ต.ยุทธนากล่าวว่า รูปแบบการกระทำความผิดในปัจจุบันมีความซับซ้อนและมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ผู้กระทำผิดมักจะได้รับการให้คำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายและบัญชี ทำให้การตรวจสอบและพิสูจน์ทราบทำได้ยากขึ้น ดังนั้น DSI จึงเน้นประสานความร่วมมือเพื่อทำความเข้าใจรูปแบบการกระทำความผิดใหม่ๆ และจะพุ่งเป้าไปที่ผู้ให้การสนับสนุน เช่น กรณีที่มีการจดทะเบียนบริษัทหลายแห่งโดยบุคคลเดียวกัน หรือใช้ผู้ถือหุ้นรายเดียวกันในหลายบริษัท ถือเป็นพฤติการณ์ที่น่าสงสัยและอาจเข้าข่ายการเป็นนอมินี

อธิบดี DSI กล่าวว่า นอมินียังไม่ถือเป็นความผิดมูลฐานตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ทำให้การสืบสวนและยึดทรัพย์สินของผู้กระทำผิดทำได้ยาก จึงจะผลักดันร่างกฎหมายให้ความผิดในเรื่อง "นอมินี" เป็นความผิดมูลฐานการฟอกเงิน หากกฎหมายดังกล่าวมีผลบังคับใช้ จะทำให้การปราบปรามมีประสิทธิภาพมากขึ้น เพราะสามารถตรวจสอบและติดตามเส้นทางการเงินในทุกทอด ตั้งแต่แหล่งที่มาของเงิน การโอนย้าย และการจำหน่ายจ่ายโอน จะทำให้ดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องได้ทั้งหมด และยังสามารถยึดทรัพย์สินของผู้กระทำผิดได้ด้วย ร่างกฎหมายฉบับนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาของสภา

รายงานข่าวแจ้งว่า ก่อนหน้านี้ทีมปราบนอมินีตรวจสอบอย่างเข้มข้นที่เกาะพะงันและเกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานีแล้ว สำหรับพื้นที่แหล่ง

ท่องเที่ยวสำคัญอื่น ได้แก่ ภูเก็ต, กระบี่, พังงา, พัทยา และ หัวหิน ซึ่งก่อนหน้านี้ก็มีการตรวจสอบบ้างแล้วบางจุด แต่ต่อไปนี้จะเข้าไปตรวจสอบให้ครอบคลุมและเข้มข้นมากขึ้น

รายงานข่าวแจ้งว่า สำหรับ จ.ภูเก็ต มีบริษัทจำกัด 29,646 ราย มีชาวต่างชาติร่วมลงทุน 11,626 ราย (39.22%) โดยต่างชาติถือหุ้นตั้งแต่ 50% ขึ้นไป 239 ราย ต่างชาติถือหุ้น 0.01-49.99% จำนวน 11,387 ราย โดย 10 อันดับสัญชาติที่ร่วมถือหุ้นสูงสุด 1. รัสเซีย 2,322 ราย (20%) 2.จีน 1,147 ราย (10%) 3.อังกฤษ 1,123 ราย (10%) 4.ฝรั่งเศส 1,103 ราย (9%) 5.ออสเตรเลียน 477 ราย (4%)

6.อเมริกัน 468 ราย (4%) 7.อิตาเลียน 387 ราย (3%) 8.เยอรมนี 359 ราย (3%) 9.อินเดีย 280 ราย (2%) 10.สวีเดน 223 ราย (2%)

รายงานข่าวแจ้งว่า สำหรับ จ.กระบี่มีบริษัทจำกัด 3,587 ราย ในจำนวนนี้มีชาวต่างชาติร่วมลงทุน 749 ราย (20.88%) ของจำนวนบริษัททั้งหมด ชาวต่างชาติถือหุ้นตั้งแต่ 50% ขึ้นไป มี 13 ราย และชาวต่างชาติถือหุ้น 0.01-49.99% มีมากถึง 736 ราย โดย10 อันดับสัญชาติที่ร่วมลงทุนสูงสุด 1.อังกฤษ 92 ราย (12%) 2.สวีเดน 89 ราย (12%) 3.ฝรั่งเศส 79 ราย (11%) 4.อเมริกัน 49 ราย (7%) 5.อิตาเลียน 34 ราย (5%) 6.เยอรมนี 30 ราย (4%) 7.จีน 27 ราย (4%) 8.รัสเซีย 24 ราย (3%)9.อินเดีย 23 ราย (3%)10.ออสเตรเลีย 21 ราย (3%)

รายงานข่าวแจ้งว่า จ.พังงา มีบริษัทจำกัด 1,685 ราย มีชาวต่างชาติร่วมลงทุน 346 ราย (20.53%) มีชาวต่างชาติถือหุ้นตั้งแต่ 50% ขึ้นไป 12 ราย ต่างชาติถือหุ้น 0.01 - 49.99% จำนวน 334 ราย โดย 10 อันดับสัญชาติที่ร่วมลงทุนสูงสุด 1.เยอรมนี 39 ราย (11%) 2.อังกฤษ 26 ราย (8%) 3.สวีเดน 24 ราย (7%) 4.ฝรั่งเศส 21 ราย (6%) 5.อเมริกัน 17 ราย (5%) 6.รัสเซีย 15 ราย (4%) ส่วนอันดับ 7-10 ได้แก่ ออสเตรเลียน, สิงคโปร์, จีน และสวิส สัญชาติละ 11 ราย (3%) ได้แก่

รายงานข่าวแจ้งว่า สำหรับพื้นที่ (พัทยา) อ.บางละมุง จ.ชลบุรี มีบริษัทจำกัด 33,314 ราย ต่างชาติร่วมลงทุน 19,910 ราย (59.76%) ชาวต่างชาติถือหุ้นตั้งแต่ 50% ขึ้นไป 685 ราย และต่างชาติถือหุ้น 0.01-49.99% มีจำนวน 19,225 ราย โดย 10 อันดับสัญชาติที่ร่วมถือหุ้นสูงสุด 1.จีน 4,099 ราย (21%) 2.อังกฤษ 2,289 ราย (11%) 3.รัสเซีย2,137 ราย (11%) 4.อินเดีย 1,554 ราย (8%) 5.เยอรมนี 859 ราย (4%) 6.อเมริกัน 823 ราย (4%) 7.ฝรั่งเศส 815 ราย (4%)

8.ออสเตรเลีย 700 ราย (4%) 9.เกาหลีใต้ 396 ราย (2%) 10. อิสราเอล 323 ราย (2%)

รายงานข่าวแจ้งว่า สำหรับอ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ มีบริษัทจำกัด 4,061 ราย มีชาวต่างชาติร่วมลงทุน 2,081 ราย(51.24%) ต่างชาติถือหุ้นตั้งแต่ 50% ขึ้นไป 35 ราย และต่างชาติถือหุ้น 0.01-49.99% จำนวน 2,046 ราย โดย10 อันดับสัญชาติที่ร่วมถือหุ้นสูงสุด 1.อังกฤษ 355 ราย (17%) 2.สวีเดน 231 ราย (11%) 3.ฝรั่งเศส 174 ราย (8%) 4.เยอรมนี 128 ราย (6%) 5.นอร์เวย์125 ราย (6%) 6.จีน 101 ราย (5%) 7.รัสเซีย 89 ราย (4%) 8.เดนมาร์ก 82 ราย (4%) 9.สวิส77 ราย (4%) 10.อเมริกัน 76 ราย (4%)

แท็กที่เกี่ยวข้อง
นอมินี



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

นายกฯ รับข้อเสนอสภาอุตฯ เร่งช่วย SME-หนุนรัฐจัดซื้อสินค้าไทย-ฟื้น กรอ.
นายกฯ รับข้อเสนอสภาอุตฯ เร่งช่วย SME-หนุนรัฐจัดซื้อสินค้าไทย-ฟื้น กรอ.