‘อนุทิน’ สั่งแก้ปัญหาจุดตัดทางรถไฟ หลังเหตุรถไฟชนรถประจำทาง เล็งลดจุดตัด ทำแผนระยะยาวขุดอุโมงค์แยกสำคัญ ย้ำแค่ดุลยพินิจนายสถานีอย่างเดียวแก้ปัญหาไม่ได้-พร้อมเยียวยาผู้บาดเจ็บ ส่วนเรื่องคดีว่ากันตามกฎหมาย
สำนักข่าว Next News รายงานว่าเมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม 2569 ในช่วงเย็นนายอนุทิน ชาญวีรกุล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวว่าได้เร่งสั่งการให้มีการหามาตรการแก้ไขปัญหาจุดตัดทางรถไฟอย่างเร่งด่วน เพื่อป้องกันเหตุซ้ำรอย หลังเกิดเหตุการณ์รถไฟชนรถประจำทางกลางกรุง โดยการให้สัมภาษณ์เกิดหลังจากที่ได้เข้าเยี่ยมผู้บาดเจ็บด้วยตนเองที่โรงพยาบาลคามิลเลียน พร้อมเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบอย่างเต็มที่
นายอนุทินเปิดเผยถึงปัญหาจุดตัดทางรถไฟว่าจำเป็นต้องมีการสอบสวนถึงสาเหตุ ซึ่งตนยังไม่เห็นผลการสอบสวนอย่างเป็นทางการ แต่เชื่อว่าน่าจะมีมาตรการป้องกันอยู่แล้ว เนื่องจากบริเวณจุดเกิดเหตุทั้งสองแยกมักมีรถติดตลอดเวลา และจากภาพวงจรปิดหลายครั้งพบว่ารถไฟจะหยุดเมื่อมีสิ่งกีดขวางเส้นทาง อย่างไรก็ตาม จะไม่สามารถปล่อยให้เป็นเช่นนี้ต่อไปได้ ต้องหาวิธีลดจำนวนจุดตัดให้ได้ จุดที่เกิดเหตุอยู่ห่างจากสถานีมักกะสันเพียงเล็กน้อยซึ่งเป็นปลายทาง
นายกรัฐมนตรีกล่าวว่าได้เสนอแนวคิดแก้ปัญหาในระยะยาวในการเปลี่ยนเส้นทาง หรือแม้กระทั่งการขุดอุโมงค์ เพื่อให้เกิดความปลอดภัยร้อยเปอร์เซ็นต์และไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้อีก ไม่ว่าจะมีการประมาทเลินเล่ออย่างไรก็ตาม โดยจะพิจารณาจุดตัดสำคัญอย่างจุดตัดเพชรบุรี และนานา ก่อนถึงสถานีมักกะสัน พร้อมมอบแนวทางการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ว่าจะต้องมีการดำเนินการ ไม่สามารถพึ่งพาดุลยพินิจของนายสถานีหรือผู้ให้สัญญาณเพียงอย่างเดียวได้ เนื่องจากอาจเกิดความผิดพลาดจากมนุษย์ได้ตลอดเวลา ซึ่งรัฐบาลจะไม่ยอมรับความเสี่ยงที่เกิดจากความผิดพลาดดังกล่าว และจำเป็นต้องหาทางเลี่ยงจุดตัดเหล่านี้
เยียวยาผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต ย้ำความรับผิดชอบหน่วยงานรัฐ
ก่อนหน้านี้ เมื่อเวลา 14.30 น. นายอนุทินได้เดินทางไปยังโรงพยาบาลคามิลเลียนเพื่อเยี่ยมอาการผู้บาดเจ็บจากเหตุรถไฟชนรถประจำทาง พร้อมหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งกระทรวงคมนาคมและบริษัทประกันภัย โดยเน้นย้ำให้องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) และ รฟท. ซึ่งเป็นผู้ให้บริการขนส่งสาธารณะของรัฐ ต้องให้การดูแลและเยียวยาผู้บาดเจ็บและผู้เสียชีวิตอย่างเต็มที่และสูงสุดเท่าที่ทั้งสองหน่วยงานจะทำได้ เนื่องจากประชาชนไม่ได้ใช้บริการฟรีแต่เสียค่าโดยสาร ส่วนเรื่องประกันภัยจะเป็นการสมทบเพิ่มเติม
นายอนุทินกล่าวว่า ได้ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจและพนักงานสอบสวนดำเนินการสอบสวนคดี ซึ่งทราบว่ามีการอายัดตัวทั้งพนักงานขับรถไฟและพนักงานขับรถประจำทางไว้แล้ว ทาง รฟท., ขสมก. และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม จะเร่งสอบสวนสาเหตุที่เกิดขึ้น ทุกอย่างต้องดำเนินการตามกฎหมาย
สำหรับผู้บาดเจ็มทั้งหมด 6 คน ที่พักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลคามิลเลียน รวมถึงผู้ที่อยู่ในห้องไอซียูและห้องพักปกติ มีสีหน้าค่อนข้างกังวล และนายกรัฐมนตรีได้สอบถามอาการบาดเจ็บจากนายแพทย์นัฐพล กาฬปักษี ผู้อำนวยการแพทย์ และบาทหลวงเปโตร ภควี เส็งเจริญ ผู้อำนวยการโรงพยาบาล พร้อมมอบกระเช้าผลไม้เยี่ยมผู้ป่วย
ผู้บาดเจ็บสาหัส 2 รายที่ยังคงรักษาตัวอยู่ในห้องไอซียู ได้แก่ นายณัฐดนัย โชคสกุลทรัพย์ อายุ 42 ปี ผู้โดยสารรถเมล์ และนางสุภากรณ์ จันศร อายุ 38 ปี พนักงานเก็บค่าโดยสารรถเมล์ ส่วนอีก 4 ราย ได้แก่ นายลาภิศ ทองบุญ อายุ 56 ปี คนขับรถเมล์, นายสยมพร สวนกูล อายุ 46 ปี คนขับรถไฟ, นายอภิชาติ มีชูนึก อายุ 41 ปี คนขี่รถจักรยานยนต์ และ Miss Khoeurn Mol อายุ 50 ปี หญิงชาวต่างชาติผู้โดยสารรถกระบะ
หลังจากการเยี่ยม นายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม และนางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ติดตามดูแลผู้บาดเจ็บอย่างต่อเนื่อง
นายอนุทินกล่าวว่าไม่มีใครมีสภาพจิตใจที่ดีจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทุกคนมีความรู้สึกบาดเจ็บทางจิตใจและร่างกาย ซึ่งจะต้องได้รับการเยียวยา โดยเฉพาะคนขับรถเมล์และพนักงานเก็บค่าโดยสารรถเมล์ที่มีสภาพจิตใจย่ำแย่มากและรู้สึกสำนึกผิด
“ผมเชื่อว่าเป็นสิ่งที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น ณ ขณะนี้ สิ่งสำคัญคือต้องทำให้ผู้ได้รับบาดเจ็บมีกำลังใจที่จะฟื้นฟูสภาพร่างกายให้กลับมาแข็งแรงก่อน ส่วนเรื่องคดีความเป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมาย” นายอนุทินกล่าว




