News Logo
หน้าแรก
'พริษฐ์' ฟาด ป.ป.ช.กลางสภาถ้าองค์กรปราบโกงปกปิดการทุจริตสังคมนี้ป่วย

'พริษฐ์' ฟาด ป.ป.ช.กลางสภาถ้าองค์กรปราบโกงปกปิดการทุจริตสังคมนี้ป่วย

21 พ.ค. 2569 19:12
ผู้ชม 27 คน

'พริษฐ์' ฟาด ป.ป.ช.กลางสภาถ้าองค์กรที่ควรทำหน้าที่ป้องกันและปราบปรามการทุจริตกลับปกป้องและปกปิดการทุจริต ถือว่าเป็นองค์กรที่ทำให้สังคมนี้ป่วย จี้ถามทำไมยกคำร้อง ‘ศักดิ์สยามซุกหุ้น’ ซัดเสมือนเป็นการ 'ฟอกขาว' ให้กับพฤติกรรมของอดีตรัฐมนตรีคมนาคม

การประชุมสภาผู้แทนราษฎร เมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม 2569 ในวาระรับทราบรายงานของผู้สอบบัญชีและรายงานการเงิน สำหรับปีสิ้นสุดวันที่  30 กันยายน 2567 และรายงานการประเมินผลการใช้จ่ายเงินและทรัพย์สิน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 ของสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้อภิปรายถึงการทำงานของ ป.ป.ช. โดยนายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน อภิปรายว่า ในรายงานของ ป.ป.ช. การทำหน้าที่ในเรื่องการไต่สวนภายในกรอบระยะเวลา 2 ปี ตามที่ ป.ป.ช.วางไว้เป็นเป้าหมายทำได้ 25% จาก 80%

ทั้งนี้ อยากสอบถามถึงข้อพิรุธถึงเรื่องที่ยื่นไปยัง ป.ป.ช. เมื่อเดือนกันยายน ปี 2565 ซึ่งรวมอยู่ในระยะเวลา 2 ปีดังกล่าว คือข้อกล่าวหาต่อนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ อดีตรัฐมนตรีคมนาคม กรณีซุกหุ้น ซึ่งศาลรัฐธรรมนูญเคยวินิจฉัยให้นายศักดิ์สยามพ้นจากตำแหน่งรัฐมนตรีไปเมื่อปี 2567 แต่ ป.ป.ช.กลับยกคำกล่าวหาไปเมื่อปี 2568 พร้อมกับออกแถลงการณ์เมื่อเดือนเมษายนซึ่งเปรียบเสมือนเป็นการฟอกขาวให้กับพฤติกรรมของนายศักดิ์สยาม ในบรรดาข้อพิรุธต่างๆ ที่พรรคร่วมฝ่ายค้านกำลังรวบรวมเพื่อจะยื่นเรื่องต่อประธานรัฐสภาภายในเดือนพฤษภาคมนี้ เพื่อให้ตั้งกรรมการไต่สวนกรรมการ ป.ป.ช. ในข้อหาการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ

"ผมมี 2 คำถามสำคัญที่จำเป็นต้องถามและขอความชัดเจนต่อ ป.ป.ช.ในวันนี้ คำถามที่ 1 อยากจะสอบถามว่าทาง ป.ป.ช.ได้ดำเนินการไต่สวนใดๆ หรือไม่ในกรณีการซุกหุ้นของคุณศักดิ์สยาม ก่อนที่จะมีมติยกคำร้อง ผมมีข้อสันนิษฐานว่า ป.ป.ช.นั้นไม่ได้มีการไต่สวนข้อเท็จจริงใดๆ เลยในกรณีนี้

"เหตุผลประกอบ ประการที่ 1 พ.ร.ป. ป.ป.ช. มาตรา 51 เขียนไว้ชัดว่าในกรณีที่มีการไต่สวนผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ให้คณะกรรมการ ป.ป.ช.ไต่สวนเองหรือจะแต่งตั้งกรรมการไม่น้อยกว่า 2 คนหรือบุคคลอื่นเป็นคณะกรรมการไต่สวนก็ได้ แต่ปัจจุบันผมยังไม่ค้นพบข้อมูลที่ว่ากรรมการ ป.ป.ช.ได้ดำเนินการไต่สวนเองหรือมีการตั้งคณะกรรมการใดๆ ขึ้นมา ไต่สวน

"เหตุผลประกอบประการที่ 2 จากคำแถลงการณ์ของ ป.ป.ช.เมื่อเดือนที่แล้วที่มีการยกคำร้องในกรณีนี้ปรากฎว่าไม่มีข้อความใดๆ เลยพูดถึงกระบวนการในการไต่สวน ถ้าอ่านทุกหน้าผมไม่พบคำว่าไต่สวนแม้แต่คำเดียว ก็เลยสงสัยว่าเป็นไปได้หรือไม่ว่า ป.ป.ช.ไม่ได้ดำเนินการไต่สวนใดๆ เลย แต่ได้ยกคำร้องแบบรวบรัด โดยไปอาศัย พ.ร.ป. ป.ป.ช. มาตรา 49 ที่เปิดช่องเอาไว้ให้ ป.ป.ช.อ้างได้ว่าได้ตรวจสอบเบื้องต้นแล้วพบว่ามีข้อมูลเหรือรายละเอียดที่ไม่เพียงพอที่จะดำเนินการต่อไป

"จึงให้ ป.ป.ช.ตอบคำถามแรกชัดๆ ว่าได้ดำเนินการไต่สวนหรือไม่ และหากไม่มีการไต่สวนขอทราบเหตุผลว่าทำไม ในเมื่อข้อเท็จจริงที่ปรากฎของศาลรัฐธรรมนูญก็ชี้ชัด ไม่ว่าเรื่องเส้นทางการเงิน การโอนหุ้นว่ามีความพยายามในการซุกหุ้น หรืออย่างน้อยน่าจะมีข้อเท็จจริงที่มากเพียงพอให้ ป.ป.ช.ดำเนินการไต่สวนข้อเท็จจริงก่อนจะไปด่วนสรุปว่าควรจะยกคำร้องหรือไม่"

นายพริษฐ์ กล่าวต่อว่า คำถามที่ 2 อยากสอบถามว่า ป.ป.ช.ได้พิจารณาตรวจสอบหรือไต่สวนทุกข้อกล่าวหาที่อยู่ในคำร้องหรือไม่ ซึ่งในแถลงการณ์ ป.ป.ช.พูดถึง 3 ฐานความผิดโดยมี 2 ฐานความผิดที่ ป.ป.ช.ยกคำร้อง คือ การยื่นบัญชีทรัพย์สินเท็จ การแทรกแซงเพื่อเอื้อประโยชน์ให้ตัวเอง โดย ป.ป.ช.ชี้แจงในฐานความผิดที่ 3 ในประเด็นจริยธรรมอยู่ในระหว่างดำเนินการ แต่ทำไม ป.ป.ช. จึงจำกัดตรวจสอบเฉพาะ 3 ฐานความผิดนี้ ในเมื่อข้อกล่าวหาครอบคลุมไปถึงฐานความผิดอื่นด้วย

ตัวอย่างคือ พ.ร.ป. ป.ป.ช. มาตรา 126 (2) เรื่องการขัดกันแห่งผลประโยชน์ซึ่งมีโทษอาญาจำคุกไม่เกิน 3 ปี แม้ว่าคำแถลงการณ์ ป.ป.ช.จะมีข้อสรุปว่านายศักดิ์สยามไม่ได้เข้าไปแทรกแซงการได้งานรัฐของบริษัทดังกล่าว จะเห็นด้วยไม่เห็นด้วยก็เรื่องหนึ่ง แต่ถ้าพูดถึงเฉพาะฐานความผิดการขัดกันแห่งผลประโยชน์ หมายความว่าแม้ไม่ใช้อำนาจรัฐเข้าไปแทรกแซง แต่เพียงแค่การถือหุ้นที่ขัดกันแห่งผลประโยชน์ บุคคลดังกล่าวก็สามารถถูกวินิจฉัยว่ากระทำความผิดได้โดยไม่ต้องไปหาหลักฐานเพิ่มเติมว่าไปใช้อำนาจเพื่อแทรกแซงหรือไม่

คำถามก็คือ ป.ป.ช.ได้พิจารณา ตรวจสอบและไต่สวนฐานความผิดการขัดกันแห่งผลประโยชน์หรือไม่  "ผมได้ฟังคำชี้แจงของท่านเลขาธิการ ป.ป.ช.ไปให้ทัศนะผ่านสื่อสาธารณะว่าพอประชาชนวิจารณ์เยอะ ท่านก็บอกว่าสังคมป่วย ผมก็อยากจะทิ้งท้ายว่า หากเรามีองค์กรที่ควรจะทำหน้าที่ในการป้องกันและปราบปรามการทุจริตกลับมาทำหน้าที่ในการปกป้องและปกปิดการทุจริต นั่นต่างหากที่จะทำให้สังคมนี้ป่วย"

ขณะที่ นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ อภิปราย ป.ป.ช.ว่า จากรายงานของสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ยอมรับว่า มีคดีการร้องเรียนคดีทุจริตเพิ่มขึ้น ในปี 2565 มีจำนวน 3,429 เรื่องปี 2567 จำนวน 3,624 เรื่อง โดยจำนวนเรื่องที่กรรมการ ป.ป.ช.มีมติให้ไต่สวนจนถึงปี 2567 ดำเนินการได้จริงแค่ร้อยละ 24.42 ต่ำกว่าค่าเป้าหมายร้อยละ 55 จาก 3,000 กว่าเรื่อง ดำเนินคดีเสร็จสิ้นเพียง 348 เรื่อง และยังขอขยายเวลาไต่สวนถึง 1,077 เรื่อง

นายสาทิตย์ กล่าวอีกว่า มีเรื่องการกล่าวหาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองคนหนึ่งรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดอันอาจคำนวณเป็นเงินได้จากผู้ใด คดีนี้เข้าสู่ ป.ป.ช. วันที่ 17 กรกฎาคม 2567 กรรมการ ป.ป.ช. เสียงข้างมากมีมติชี้มูลความผิดทางอาญาบุคคลดังกล่าวนั้น ฐานเป็นเจ้าพนักงานของรัฐรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดอันอาจคำนวณเป็นเงินได้จากผู้ใด นอกเหนือจากทรัพย์สินหรือประโยชน์อันควรได้ตามกฎหมาย

ทั้งนี้ ต่อมาผู้ถูกชี้มูลความผิดได้มีการร้องเข้าไปที่ ป.ป.ช.ให้มีการทบทวนคำวินิจฉัย และประมาณเดือนตุลาคม 2567 คณะกรรมการ ป.ป.ช.เสียงข้างมากมีมติว่าเพื่อให้ความเป็นธรรมให้สอบพยานเพิ่มอีก 2 ปาก แต่จนถึงปัจจุบันไม่มีความคืบหน้าใดๆ จนผู้ร้องต้องไปฟ้องศาลอาญาคดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ว่าเรื่องนี้มีความผิดปกติในเชิงของการทุจริตเกิดขึ้น

แท็กที่เกี่ยวข้อง



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

นายกฯ ชี้องคมนตรีร่วมถกภัยแล้ง ทำมาเกือบ 10 ปีแล้ว-ปัดครองที่เขากระโดง
นายกฯ ชี้องคมนตรีร่วมถกภัยแล้ง ทำมาเกือบ 10 ปีแล้ว-ปัดครองที่เขากระโดง