'อภิสิทธิ์' ตั้งคำถามถึง ป.ป.ช. คิดอย่างไรกับทัศนคติรัฐบาลที่ขู่จะฟ้อง กกร.ที่ทำสำรวจเรื่องการทุจริต ซัดเลขาฯ ป.ป.ช.หากคนไทยทั้งประเทศป่วยคือเป็นโรค 'เกลียดการโกง'
การประชุมสภาผู้แทนราษฎร เมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม 2569 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ อภิปรายว่า สังคมตั้งคำถามถึงการทำหน้าที่ของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ถึงการทุจริตคอร์รัปชันในประเทศ เพราะผลการประเมินที่ออกมาตรงข้ามกับการรับรู้ของสังคม
“ล่าสุดมีคดีของผู้ที่เป็น ป.ป.ช.ในอดีตคือ คุณสุภา (ปิยะจิตติ อดีตกรรมการ ป.ป.ช.) ซึ่งกลับถูกกกล่าวหาว่าทุจริตคอร์รัปชัน ทั้งๆ ที่สิ่งที่ท่านทำนำไปสู่การต่อสู้คดีภาษีอากรที่ทำให้รัฐเป็นฝ่ายชนะ เพราะชี้ช่องทางที่ถูกต้อง ข้อครหาความเป็นไปในการแทรกแซงทางการเมือง สองมาตรฐาน และคดีแบบนี้สำหรับประชาชนค้านสายตา สิ่งเหล่านี้บั่นทอนความเชื่อมั่นในการปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชัน สำหรับพรรคประชาธิปัตย์ถือเป็นวาระที่สำคัญและเร่งด่วนที่สุดของประเทศ”
นอกจากนี้ จากรายงานการผลการทำงานของ ป.ป.ช.สิ่งที่น่าตกใจคือการประเมินว่ามีความสำเร็จในหลายเรื่อง เช่น เป็นหน่วยงานของรัฐผ่านเกณฑ์การประเมินความโปร่งใส ตัวชี้วัดบอกว่าได้ผลร้อยละ 92 ผลประเมินตรงข้ามกับการรับรู้ของสังคม จึงต้องอธิบายให้ได้ว่าเป็นอย่างนี้ได้อย่างไร เมื่อเทียบกับ กกร.หรือองค์กรภาคเอกชนพึ่งสำรวจมา ทาง ป.ป.ช.สามารถนำผลสำรวจนี้ไปเป็นตัวตั้งโจทย์ว่าจะทำอย่างไร
นอกจากนั้น อยากทราบว่า ป.ป.ช.คิดเห็นอย่างไรกับทัศนคติของรัฐบาลที่เมื่อรับผลการสำรวจ กกร.แล้วบางครั้งมีอาการเหมือนขู่จะฟ้องกลับ บางครั้งจะดำเนินคดี ถ้าทัศนคติยังเป็นแบบนี้ ป.ป.ช.จะทำอย่างไร เห็นด้วยกับวิธีคิดของรัฐแบบนี้หรือไม่ และ ป.ป.ช.จะนำสิ่งเหล่านี้ไปทำประโยชน์ให้พันธกิจของตัวเองได้อย่างไร
“ผมลุกมาครั้งนี้ไม่รู้ว่าท่านเลขาฯ ป.ป.ช.จะนับว่าผมเป็นคนป่วยของสังคมหรือไม่ที่วิจารณ์ท่าน แต่ผมคงเหมือนคนไทยทั้งประเทศที่ป่วยเป็น 'โรคเกลียดการโกง' และผมอยากให้เชื้อนี้ติดไปถึงท่านเลขาฯ กับกรรมการ ป.ป.ช. ประเทศไทยถึงจะหายป่วยหรือถูกเรียกว่าคนป่วยแห่งเอเชีย” นายอภิสิทธิ์ ระบุ




