พรรคเศรษฐกิจส่ง ‘ชาญเทพ’ ลงสมัครผู้ว่าฯ กทม. เปิดนโยบายไม่เก็บค่าขยะ-ใช้ AI คุมสัญญาณไฟจราจร พร้อมติดกล้องวงจรปิดทั่วกรุงเทพฯ และปราบทุจริตคอร์รัปชัน
เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2569 บริเวณใต้สถานีรถไฟฟ้า แอร์พอร์ต เรล ลิงก์ มักกะสัน พรรคเศรษฐกิจ นำโดย พล.อ.รังษี กิติญาณทรัพย์ หัวหน้าพรรค แถลงเปิดตัว พล.ต.ท. ชาญเทพ เสสะเวช อดีตผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบ.ชน.) เป็นว่าที่ผู้สมัครผู้ว่าราชการจังหวัดกรุงเทพมหานคร (ผู้ว่าฯ กทม.) พร้อมส่งผู้สมัครสภากรุงเทพมหานคร (สก.) ครอบคลุม 49 เขต ชูแนวคิด ‘พร้อมทำงานให้คนกรุงเทพฯ’
พล.ต.ท. ชาญเทพ ระบุว่า นโยบายที่สามารถดำเนินการได้ทันทีคือ การป้องกันและปราบปรามอาชญากรรม เพื่อเพิ่มความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ถัดมาคือการแก้ไขปัญหาจราจร ซึ่งตลอด 4 ปีที่ผ่านมา มีคดีอาชญากรรมเกิดขึ้นทุกวัน โดยเฉพาะคดีข่มขืนที่มีสถิติเฉลี่ยสูงถึงปีละ 2,000 ราย และยังมีกรณีที่ไม่ได้แจ้งความดำเนินคดีอีกจำนวนมาก ซึ่งถือเป็นความเสี่ยงต่อพี่น้องประชาชน หากได้รับเลือกให้เป็นผู้ว่าฯ กทม. จะมอบหมายให้เทศกิจเข้ามาทำหน้าที่ผู้ช่วยเจ้าพนักงานตำรวจ
สำหรับการจัดการขยะ ที่ผ่านมากรุงเทพมหานครใช้งบประมาณสูงถึงปีละ 7,000 ล้านบาท ซึ่งมองว่ายังไม่คุ้มค่ากับการแก้ไขปัญหาด้านมลภาวะ พรรคเศรษฐกิจจึงมีแนวคิดจะนำงบประมาณส่วนนี้มาบริหารจัดการให้เกิดประโยชน์สูงสุดและจะไม่มีการเก็บค่าเก็บขยะจากพี่น้องประชาชน
ส่วนด้านสาธารณสุข ปัจจุบันมีประชาชนเข้าใช้บริการในระบบของกรุงเทพมหานครเป็นจำนวนมาก แม้จะมีโรงพยาบาล 12 แห่ง และศูนย์บริการสาธารณสุขอีกหลายแห่ง แต่ยังไม่เพียงพอรองรับความต้องการ จึงจำเป็นต้องเร่งแก้ไขควบคู่ไปกับปัญหาทุจริตคอร์รัปชัน ซึ่ง พล.ต.ท. ชาญเทพ ให้ความมั่นใจว่า หากได้รับความไว้วางใจเลือกเป็นผู้ว่าฯ กทม. จะไม่มีปัญหาการทุจริตเกิดขึ้นในระหว่างดำรงตำแหน่งอย่างแน่นอน
“ผมไม่ใช่นักรบห้องแอร์ ผมเป็นนักรบพื้นที่ และใช้คำว่าผมขอรับฟัง รับใช้พี่น้องประชาชน เพื่อความผาสุกของคนกรุงเทพฯ” พล.ต.ท. ชาญเทพกล่าว
ด้าน พล.อ.รังษี ได้กล่าวถึงแนวทางการยกระดับคุณภาพชีวิตและเศรษฐกิจของคนกรุง โดยระบุว่าพรรคมีนโยบายพิจารณาเพิ่มพื้นที่สตรีทฟู้ด (Street Food) เพื่อสร้างรายได้ให้แก่ผู้ค้าและคงเสน่ห์ของกรุงเทพฯ โดยจะจัดระเบียบอย่างรัดกุมไม่ให้กระทบต่อทางเท้าและผิวการจราจร
ส่วนสิ่งที่จะดำเนินการทันทีเพื่อแก้ปัญหาความเดือดร้อนซ้ำซากของประชาชน คือปัญหารถติดและอุบัติเหตุบนท้องถนน โดยพรรคเศรษฐกิจจะนำระบบ AI และนวัตกรรมใหม่ๆ มาใช้ควบคุมสัญญาณไฟจราจรทั่วกรุงเทพฯ ซึ่งจะเริ่มจากโครงการนำร่องก่อน และหากประสบความสำเร็จจะขยายผลให้ครอบคลุมทั่วเมือง โดยระบบ AI นี้จะเชื่อมโยงข้อมูลกับการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เพื่อป้องกันและลดอุบัติเหตุร้ายแรงบริเวณจุดตัดทางรถไฟไม่ให้เกิดโศกนาฏกรรมซ้ำรอย นอกจากนี้ ยังมีนโยบายติดตั้งกล้องวงจรปิด (CCTV) ให้ครอบคลุมทุกพื้นที่เพื่อดูแลความปลอดภัยของทุกครอบครัว
สำหรับปัญหาน้ำท่วมขัง พล.อ.รังษี ระบุว่าจะเร่งเพิ่มเครื่องสูบน้ำให้ครอบคลุมทุกจุดเสี่ยง พร้อมจัดตารางบำรุงรักษาและลอกท่อระบายน้ำอย่างต่อเนื่องเพื่อเร่งระบายน้ำให้เร็วที่สุด ส่วนปัญหาการจัดการขยะ พรรคมีแนวคิดนำ ‘ระบบพลาสม่า’ ซึ่งเป็นเทคโนโลยีใหม่มาใช้ในการกำจัดขยะ แม้จะมีต้นทุนสูงแต่คุ้มค่ากับการยกระดับคุณภาพชีวิตคนกรุงเทพฯ โดยตั้งเป้าหมายลดปัญหาขยะให้เห็นผลชัดเจนภายในเวลา 4 ปี
นอกจากนี้ หัวหน้าพรรคเศรษฐกิจกล่าวเน้นย้ำถึงปัญหาทุจริตคอร์รัปชันที่กัดกร่อน กทม. โดยเฉพาะการทุจริตในฝ่ายโยธาและสำนักงานเขตทั้ง 50 เขต รวมถึงการจัดซื้อจัดจ้างที่เป็นต้นตอของปัญหาถนนปะผุและทางเท้าชำรุดกระดก ซึ่งพรรคต้องการล้างบางปัญหานี้ให้ได้มากที่สุด และยืนยันว่าจะใช้กฎหมายจัดการขั้นเด็ดขาดอย่างจริงจัง




