'อภิสิทธิ์' แถลงยื่นร่างแก้ไข รธน. 2 ฉบับ เสนอจัดตั้ง ส.ส.ร. 100 คน ให้มี 80 คนผ่านระบบหยั่งเสียงอิเล็กทรอนิกส์ ทั่วประเทศ และให้สภาคัดอีกที ส่วนอีก 20 คน คัดมาจากผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมาย-ตุลาการศาล ย้ำจุดยืนคงไว้ซึ่งหมวด 1 และ 2 ของรัฐธรรมนูญปัจจุบันพร้อมเสนอใช้เสียง 3 ใน 5 ของรัฐสภาในการเห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เลี่ยงปัญหาความขัดแย้ง
สำนักข่าว Next News รายงานว่าเมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม 2569 พรรคประชาธิปัตย์ นำโดยนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคได้แถลงข่าวแสดงจุดยืนของพรรคประชาธิปัตย์ในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยเป็นการดำเนินการหลังจากที่ประชาชนส่วนใหญ่มีความประสงค์ให้มีการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ภายหลังการลงประชามติ การแก้ไขนี้จำเป็นต้องเพิ่มเติมมาตรา 256 หรือเพิ่มมาตรา 256/1 เพื่อให้มีกระบวนการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ เนื่องจากพรรคประชาธิปัตย์มีจำนวน สส. ไม่เพียงพอที่จะเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญได้โดยลำพัง จึงได้มีการพูดคุยและรวบรวมรายชื่อจากพรรคการเมืองอื่น ๆ ที่ไม่เห็นด้วยกับร่างหลักที่พรรคการเมืองเสียงข้างมากเสนอไปก่อนหน้านี้
พรรคประชาธิปัตย์ได้ดำเนินการเสนอแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญจำนวน 2 ฉบับ ฉบับแรกมุ่งเน้นที่การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ โดยคำนึงถึงคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่ระบุว่า ส.ส.ร. ไม่สามารถมาจากการเลือกตั้งของประชาชนโดยตรงได้ นอกจากนี้ พรรคยังคำนึงถึงความห่วงใยของประชาชนบางกลุ่มเกี่ยวกับหมวด 1 และหมวด 2 ของรัฐธรรมนูญ โดยพรรคไม่ได้กล่าวว่าหมวด 1 และหมวด 2 แก้ไขไม่ได้ แต่เห็นว่าหากจะมีการแก้ไข ควรเสนอเป็นประเด็นเฉพาะเพื่อให้เกิดการพิจารณาที่ชัดเจน ไม่ควรนำไปรวมกับประเด็นอื่น ๆ ดังนั้น การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่จึงต้องคงไว้ซึ่งสาระสำคัญของหมวด 1 และหมวด 2 ของรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน
สำหรับกระบวนการคัดเลือก ส.ส.ร. (สภาร่างรัฐธรรมนูญ) พรรคประชาธิปัตย์เสนอให้มี ส.ส.ร. จำนวน 100 คน โดย 80 คนแรกมาจากการคัดเลือกจากประชาชนในจังหวัดต่าง ๆ โดยใช้ระบบหยั่งเสียงอิเล็กทรอนิกส์ เช่น การใช้โทรศัพท์มือถือในการเลือก ส.ส.ร. ของจังหวัดตัวเอง แต่ละจังหวัดจะส่งรายชื่อมา 3 คน รวมเป็น 231 ชื่อจาก 77 จังหวัด จากนั้น สภาผู้แทนราษฎรจะเป็นผู้คัดเลือกให้เหลือ 80 คน โดย ส.ส. แต่ละคนจะออกเสียงได้เพียง 1 เสียงเพื่อป้องกันการผูกขาด อีก 20 คนที่เหลือจะมาจากผู้เชี่ยวชาญ โดยตุลาการศาลฎีกาจะคัดเลือกมา 5 คน, ตุลาการศาลปกครอง 5 คน, ผู้เชี่ยวชาญด้านนิติศาสตร์กฎหมายมหาชน 5 คน และนักวิชาการสาขารัฐศาสตร์หรือรัฐประศาสนศาสตร์ 5 คน โดยให้ที่ประชุมอธิการบดีเป็นผู้ออกแบบการคัดเลือก
ส.ส.ร. ที่จัดตั้งขึ้นจะมีกรอบเวลา 240 วันในการจัดทำรัฐธรรมนูญ โดยต้องรับฟังความคิดเห็นของประชาชนตามที่ ส.ส.ร. จะกำหนด จากนั้น ร่างรัฐธรรมนูญจะถูกเสนอให้สภาเห็นชอบด้วยเสียง 3 ใน 5 ซึ่งเป็นการหลีกเลี่ยงปัญหาความขัดแย้งที่เคยเกิดขึ้นกับการยุบสภาครั้งก่อนที่วุฒิสภาต้องมีสิทธิ์วีโต้ หลังจากการเห็นชอบของสภา ก็จะนำไปทำประชามติ จุดแตกต่างสำคัญของร่างนี้คือการใช้ระบบหยั่งเสียงอิเล็กทรอนิกส์, ไม่มีการแก้ไขหมวด 1 และหมวด 2, มีผู้เชี่ยวชาญร่วมด้วย และการเห็นชอบใช้เสียง 3 ใน 5
สำหรับร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับที่สอง พรรคประชาธิปัตย์เสนอให้การแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญหลังจากนี้ ใช้กติกาเสียง 3 ใน 5 เสมอ โดยไม่ต้องระบุจำนวนสมาชิกวุฒิสภาหรือฝ่ายค้านที่ต้องเห็นชอบ พรรคยืนยันว่าการดำเนินการทั้งหมดนี้สอดคล้องกับจุดยืนของพรรคประชาธิปัตย์ที่ประกาศมาโดยตลอด อีกทั้งยังคำนึงถึงเสียงข้างน้อย คำวินิจฉัยของศาล และการประหยัดทรัพยากรของประเทศ




