สภาฯ ไร้ความน่าเชื่อถือ! "รังสิมันต์ โรม" ชี้มติไม่ส่งตัว "ชนนพัฒฐ์" เทียบเท่าปกป้องอาชญากร ห่วง สส.เอี่ยวทุนสีเทา อาจหลบหนี ลั่น หากหนี สภาฯ ต้องรับผิดชอบ
นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาชน วิจารณ์มติรัฐสภาที่ไม่ส่งตัวนายชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว สส.พรรคกล้าธรรม ให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ดำเนินคดีอย่างรุนแรง ชี้ทำลายความเชื่อมั่นประชาชน ซ้ำรอยปกป้องผู้กระทำผิด ซ้ำยังกังวลว่าเบื้องหลังอาจมี สส.จำนวนมากที่เกี่ยวข้องกับทุนสีเทา และหวั่นนายชนนพัฒฐ์อาจใช้ช่องว่างหลบหนีไปต่างประเทศ เรียกร้องให้ DSI และตำรวจตรวจคนเข้าเมืองเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด ย้ำหากเกิดการหลบหนี สภาฯ ต้องรับผิดชอบเต็มที่
เมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม 2569 นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาชน ได้ให้สัมภาษณ์สื่อที่รัฐสภา กรณีรัฐสภามีมติไม่ส่งตัวนายชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว สส.พรรคกล้าธรรม ให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) โดยนายรังสิมันต์ได้แสดงความผิดหวังอย่างยิ่งและยอมรับว่าพี่น้องประชาชนคงจะรู้สึกสูญเสียความเชื่อมั่นต่อสภาอย่างแน่นอน เนื่องจากมติที่เกิดขึ้นนี้เหมือนกับการปกป้องผู้ที่ถูกข้อกล่าวหา ไม่ว่าจะเป็นอาชญากรรมข้ามชาติหรือข้อกล่าวหาร้ายแรงอื่นๆ ที่เชื่อมโยงกับคดีเว็บพนันออนไลน์ การทำเช่นนี้จึงส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของประชาชนที่มีต่อสภา
นายรังสิมันต์ยังกล่าวอีกว่า ไม่ควรนำกรณีอื่นๆ มาเทียบเคียงหรืออ้างหลักปฏิบัติเดิมที่สภาเคยทำมาในอดีต ว่าจะต้องปฏิบัติต่อไปเช่นนี้ตลอดไป เพราะการพิจารณาว่าจะอนุมัติตามคำร้องของฝ่ายบ้านเมืองหรือไม่นั้น เป็นดุลพินิจของสภาที่ควรจะดูจากความร้ายแรงของคดี ดูว่ามีมูลหรือไม่ และดูความแตกต่างระหว่างกรณีนี้กับกรณีอื่นๆ อย่างชัดเจน เช่น คดีที่นักเคลื่อนไหวเรียกร้องประชาธิปไตย ซึ่งถือว่าไม่ผิด ควรมีการใช้ดุลพินิจที่แตกต่างกัน สิ่งที่เขาเป็นห่วงคือ การที่นักการเมืองเสียงส่วนใหญ่ในสภายังคงยึดถือหลักปฏิบัติแบบนี้ อาจเป็นเพราะรู้กันดีว่ามีนักการเมืองหลายคนอาจจะเกี่ยวข้องกับเว็บพนัน การพนันออนไลน์ หรือทุนสีเทา และเกรงว่าหากยอมให้ฝ่ายบ้านเมืองดำเนินการสืบสวนคดีนี้ได้ ก็อาจจะลุกลามบานปลายไปถึงคนอื่นๆ ในไม่ช้า ซึ่งเขาได้แต่สันนิษฐาน แต่ก็ยืนยันว่าวันนี้เป็นเรื่องที่น่าผิดหวังและทำลายความน่าเชื่อถือของสภา
ด้วยความกังวลว่านายชนพัฒน์อาจหลบหนี นายรังสิมันต์ได้โพสต์ข้อความผ่านช่องทางโซเชียลมีเดียต่างๆ เพื่อเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองและ DSI เฝ้าระวังการเดินทางออกนอกประเทศ โดยเฉพาะตามช่องทางธรรมชาติ หรือการเดินทางออกนอกประเทศอื่นๆ โดยระบุว่าเราไม่รู้ว่าสุดท้ายนายชนพัฒน์จะหนีไปต่างประเทศหรือไม่ แต่สิ่งที่ควรทำคือการที่ DSI หรือรัฐบาลอาจสั่งการไปยังหน่วยงานตำรวจให้เฝ้าระวัง เพราะทราบอยู่แล้วว่าสภาจะปิดสมัยประชุมเมื่อไหร่ และนายชนพัฒน์เป็น สส.ภาคใต้ ซึ่งไม่ค่อยไกลจากชายแดนเท่าไหร่ ดังนั้น พื้นที่ตรงนั้นจึงต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด และหากปรากฏว่ามีการหลบหนีจริง จะต้องมีการเอาผิดกับเจ้าหน้าที่ที่ละเลยการปฏิบัติหน้าที่ด้วย เขาเน้นย้ำว่า วันนี้เราควรทำสิ่งที่ควรทำและทำให้เป็นเยี่ยงอย่าง คือต้องไม่มีนักการเมืองคนใดที่เกี่ยวข้องกับทุนสีเทาสามารถหลุดรอดจากการดำเนินคดีตามกฎหมายไปได้ และหากนายชนพัฒน์ไม่ถูกดำเนินคดีต่อไปในวันข้างหน้า สภาแห่งนี้จะเป็นส่วนหนึ่งของการทำลายกระบวนการยุติธรรมที่จะนำนักการเมืองที่เชื่อมโยงกับทุนสีเทามาลงโทษ
นายรังสิมันต์ยังแสดงความกังวลว่านายชนพัฒน์จะไม่ให้ความร่วมมือในการเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม เพราะในอดีตขณะที่เขาทำหน้าที่เป็นประธานกรรมาธิการความมั่นคง กรรมาธิการฯ เคยเชิญนายชนพัฒน์มาให้ข้อมูลในช่วงปิดสมัยประชุม แต่นายชนพัฒน์ไม่เคยมาเลยแม้แต่ครั้งเดียวและไม่มีหนังสือส่งมาที่กรรมาธิการฯ ด้วยซ้ำ ดังนั้นจึงไม่สามารถตอบได้ว่านายชนพัฒน์จะให้ความร่วมมือหรือจะเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมหรือไม่ แต่สิ่งที่ตอบได้คือ มติที่สภาได้ทำลงไปในวันนี้ผ่านเสียงข้างมากที่ยกมือโหวตนั้น หากสุดท้ายนายชนพัฒน์ไม่เข้าสู่กระบวนการยุติธรรม สภาไม่สามารถปฏิเสธความรับผิดชอบตรงนี้ได้เลย และต้องยอมรับว่าสภาแห่งนี้เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้การดำเนินคดีเอาผิดกับนักการเมืองที่เชื่อมโยงกับทุนสีเทาไม่สามารถเกิดขึ้นได้




