'เพื่อไทย' นำร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญกลับไปทบทวนใหม่ หลัง 'ภูมิใจไทย' ถอนชื่อสนับสนุน ย้ำชัด! เรื่องนี้ไม่กระทบความสัมพันธ์ระหว่างพรรคร่วมรัฐบาล
เมื่อวันที่ 4 มิถุนายน 2569 ที่รัฐสภา นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่พรรคภูมิใจไทยถอนชื่อจากการสนับสนุนร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับพรรคเพื่อไทย โดยระบุว่า พรรคจะนำร่างดังกล่าวกลับไปทบทวน และจะหารือร่วมกันภายในพรรค รวมถึงพูดคุยกับพรรคภูมิใจไทยเกี่ยวกับข้อกังวลในร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ พร้อมย้ำว่าไม่ได้มีความขัดแย้งใดๆ ต่อกัน เนื่องจากพรรคภูมิใจไทยได้แจ้งเรื่องดังกล่าวให้ทราบล่วงหน้าแล้ว
นายจุลพันธ์ ระบุว่า พรรคเพื่อไทยมีความพร้อมในการยื่นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญเข้าสู่การพิจารณา ซึ่งก่อนหน้านี้ได้รับการร่วมลงชื่อสนับสนุนจาก 7 พรรคการเมือง แต่เมื่อมีสมาชิกส่วนหนึ่งมีมติพรรคถอนชื่อออก เนื่องจากมีข้อห่วงใยในบางประเด็น พรรคเพื่อไทยก็พร้อมรับฟัง โดยขั้นตอนต่อจากนี้คือการหารือภายในพรรคซึ่งคาดว่าจะเกิดขึ้นในสัปดาห์หน้า รวมถึงจะมีการพูดคุยกับพรรคภูมิใจไทยถึงเหตุผลและข้อกังวลทางข้อกฎหมาย เพื่อนำไปสู่การปรับปรุงแก้ไขต่อไป
นายจุลพันธ์ ย้ำด้วยว่า การลงมติเห็นชอบร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญจะต้องมีเสียงเกินกึ่งหนึ่งของรัฐสภา และต้องได้รับเสียงเห็นชอบอย่างน้อย 1 ใน 3 ของวุฒิสภา ดังนั้น เมื่อประเมินจำนวน 30 เสียงของพรรคภูมิใจไทยที่ถอนตัวไป จึงไม่ใช่เพียงแค่ตัวเลข 30 เสียงเท่านั้น แต่หมายถึงภาพรวมทั้งองคาพยพ รวมถึงในส่วนของสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ที่อาจมีความคิดเห็นไปในแนวทางเดียวกัน
เมื่อถูกถามว่ากรณีนี้ถือเป็นการเสียหลักการหรือไม่ เนื่องจากร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับอื่นแตกต่างจากร่างของพรรคภูมิใจไทย นายจุลพันธ์ระบุว่า ไม่ถือเป็นการเสียหลักการและพรรคต้องเคารพเสียงของประชาชน เพราะในความเป็นจริงพรรคเพื่อไทยมีเสียงเพียง 74 เสียง ทำให้ไม่สามารถลงชื่อยื่นร่างเพียงพรรคเดียวได้ จึงต้องขับเคลื่อนตามข้อจำกัดที่เป็นจริงว่าพรรคภูมิใจไทยมีเสียงมากกว่า 190 เสียง และในท้ายสุดท้ายคงต้องใช้ร่างของภูมิใจไทยเป็นร่างหลัก เรื่องนี้จึงไม่ใช่เรื่องของหลักการ แต่เป็นเรื่องของสมการทางการเมือง
นายจุลพันธ์ ระบุด้วยว่า พรรคเพื่อไทยทำงานแบบหวังผล ในฐานะผู้ปฏิบัติหน้าที่ในสภาฯ ได้ขับเคลื่อนงานเชิงประเด็นที่สามารถบรรลุวัตถุประสงค์ในการแก้ปัญหาให้ประชาชนได้ เช่นเดียวกับการรับภารกิจในฐานะคณะรัฐมนตรีที่มุ่งขับเคลื่อนนโยบายในกระทรวงให้เห็นผลสำเร็จ เป้าหมายสูงสุดตอนนี้คือการเดินหน้าแก้ไขรัฐธรรมนูญไปสู่การมีสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) เพื่อเป็นตัวแทนเข้ามาทำงานยกร่างที่เป็นประโยชน์และมีความเป็นประชาธิปไตยสูงสุด โดยหลังจากนี้พรรคเพื่อไทยจะทบทวนและพูดกับหลายๆ ฝ่ายเพื่อหาข้อสรุปต่อไป
อย่างไรก็ตาม นายจุลพันธ์ยืนยันว่า พรรคเพื่อไทยและพรรคภูมิใจไทยไม่ได้มีความขัดแย้งใดๆ ต่อกัน ซึ่งก่อนหน้านี้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย รวมถึง นายภราดร ปริศนานันทกุล สส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย ได้ประสานแจ้งแนวโน้มมติพรรคล่วงหน้าแล้วว่าจะออกมาในทิศทางดังกล่าว




