'พริษฐ์' ตั้งกระทู้ถามสด ปมแชตไลน์อธิบดีกรมการปกครองหลุด 'ช่วยน้ำเงินด้วย' บี้หยุดปฏิบัติหน้าที่ ด้าน 'เจเศรษฐ์' ลุกโต้ปล่อยให้ตรวจสอบตามกระบวนการ พร้อมขอความเป็นธรรมให้ข้าราชการ
เมื่อวันที่ 4 มิถุนายน 2569 ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มี นายเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล ทำหน้าที่ประธานการประชุม นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ได้ตั้งกระทู้ถามสดต่อนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย (นายกฯ และรมว.มหาดไทย) เกี่ยวกับอธิบดีกรมการปกครอง แต่เนื่องจากนายกฯ ติดภารกิจ จึงได้มอบหมายให้ นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ตอบกระทู้แทน
นายพริษฐ์ ได้กล่าวถึงกรณีที่ นายรุ่งเรือง ธิมาบุตร อดีตปลัดจังหวัดภูเก็ต นำหลักฐานที่อ้างว่าเป็นแชตไลน์ของ นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง และอดีตผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ โดยมีข้อความระบุว่า ‘ช่วยน้ำเงินด้วย’ และนายนฤชาได้ตอบกลับไปว่า ‘100 เปอร์เซ็นต์ครับนาย’ ซึ่งข้ออ้างที่ว่าบัญชีไลน์เป็นสาธารณะและเชื่อมต่อหลายอุปกรณ์นั้น ไม่สามารถรับฟังได้ จึงได้ตั้งคำถาม 5 ประเด็นดังนี้
รัฐมนตรีเชื่อในคำชี้แจงของอธิบดีกรมการปกครองหรือไม่
นายกรัฐมนตรีตั้งคณะกรรมการสอบสวนแล้วหรือไม่ รายละเอียดเป็นเช่นไร และมีการวางหลักเกณฑ์ให้มีความโปร่งใสและเป็นอิสระอย่างไร
ท่านจะทำให้ประชาชนเชื่อมั่นได้อย่างไรว่าผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในกระบวนการสืบสวนครั้งนี้ จะไม่จำกัดอยู่แค่รัฐมนตรี ข้าราชการ หรือบุคลากรสายสีน้ำเงิน
ท่านจะสั่งให้อธิบดีหยุดปฏิบัติหน้าที่ชั่วคราวหรือไม่ หรือจะปล่อยให้อยู่ในตำแหน่งและฟ้องร้องคนที่เข้ามาตรวจสอบ
ท่านพร้อมจะส่งคนในสภาฯ ให้เข้าไปมีส่วนร่วมในกระบวนการสอบสวนดังกล่าวหรือไม่
ด้าน นายเจเศรษฐ์ ได้ระบุว่า ขณะนี้อธิบดีกรมการปกครองได้ทำหนังสือชี้แจงข้อเท็จจริง ซึ่งทั้งหมดอยู่ในขั้นตอนการพิจารณา จึงไม่สามารถใช้บรรทัดฐานตนเองในการตัดสินได้
สำหรับการมีส่วนร่วมในกระบวนการตรวจสอบนั้น ตอนนี้มีคณะกรรมาธิการที่สามารถส่งเรื่องไปตรวจสอบได้ คือ ‘คณะกรรมาธิการการปกครอง’ ซึ่งมีเพื่อนสมาชิกจากทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้านอยู่แล้ว โดยจะนำสมาชิกจากหลากหลายพรรคการเมืองมาช่วยกันตรวจสอบในเรื่องนี้
“กระทรวงมหาดไทยสีเดียวกันหมดครับ ข้าราชการมหาดไทยสีเดียวกันหมด สีกากีครับ ผมเข้าไปวันแรกจนถึงวันนี้ผมก็เห็นอยู่สีเดียวคือสีกากี” นายเจเศรษฐ์กล่าว
นายพริษฐ์ ได้ลุกขึ้นอภิปรายต่อว่า หากอธิบดีกรมการปกครองเป็นผู้ส่งข้อความจริง อาจเข้าข่ายผิดกฎหมายเลือกตั้งและกฎหมายอาญา ทั้งยังฝ่าฝืนความเป็นกลางของข้าราชการ นอกจากนี้ นายพริษฐ์ได้ตั้งข้อสังเกตเพิ่มเติมว่า ข้อความไลน์ดังกล่าวเปรียบเสมือนใบเสร็จที่บ่งบอกว่าการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมามีการแทรกแซงจากฝ่ายข้าราชการ เนื่องจากอธิบดีกรมการปกครองสามารถใช้อำนาจช่วยนักการเมืองสายสีน้ำเงินให้ชนะการเลือกตั้ง โดยสามารถทำผ่าน 2 กลไก ได้แก่
การแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการ กล่าวคือ หากต้องการช่วยให้ชนะการเลือกตั้งจริง สิ่งที่ทำได้คือการเสนอโผให้ปลัดกระทรวงมหาดไทยลงนามเพื่อโยกย้ายข้าราชการที่มีอุดมการณ์เดียวกันในการช่วยสายสีน้ำเงิน ไปดำรงตำแหน่งนายอำเภอในพื้นที่ต่างๆ ซึ่งช่วง 1-2 เดือนก่อนการเลือกตั้ง กระทรวงมหาดไทยมีการย้ายนายอำเภอสูงถึง 304 คน โดยในจำนวนนี้ 148 คน ถูกแต่งตั้งให้เป็นผู้อำนวยการหรือกรรมการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้ง ครอบคลุม 120 เขต ใน 20 จังหวัดทั่วประเทศ
การเข้าถึงและรับรู้ข้อมูลเกี่ยวกับบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง คำถามสำคัญคือ กรมการปกครองรับรู้เรื่องการมีบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้งก่อนวันที่ 8 กุมภาพันธ์หรือไม่ เพราะ 1 ใน 3 ของโรงพิมพ์ คือโรงพิมพ์อาสารักษาดินแดน สังกัดกรมการปกครอง ซึ่งมีอธิบดีคนที่มีแชตไลน์หลุดนั่งเป็นประธานคณะกรรมการดำเนินงานโรงพิมพ์ จึงอาจมีการนำข้อมูลนี้ไปให้สายสีน้ำเงินเพื่อใช้ในการออกแบบกระบวนการตรวจสอบการลงคะแนน หรืออย่างน้อยก็ใช้ในการตรวจสอบและข่มขู่หัวคะแนนว่าสามารถตรวจสอบการลงคะแนนได้
นายเจเศรษฐ์ ได้ลุกขึ้นตอบชี้แจงอีกครั้ง โดยระบุว่า ตนไม่สามารถใช้ความรู้สึกในการตัดสินได้ และขอให้เรื่องนี้เป็นไปตามกระบวนการยุติธรรม ทั้งยังย้ำว่าข้าราชการไม่มีส่วนเกี่ยวข้องและไม่มีผลกับการเลือกตั้ง และอธิบดีกรมการปกครองไม่มีความสามารถในการสั่งให้พี่น้องประชาชนเลือกคนใดคนหนึ่งหรือพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่งได้
เมื่อนายพริษฐ์ ถามย้ำประเด็นเรื่องการโยกย้ายข้าราชการที่สูงผิดปกติก่อนการเลือกตั้ง กับปมบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้งว่า กกต. มีการประชุมร่วมกับ 1 ใน 3 โรงพิมพ์ดังกล่าวหรือไม่ ตลอดจนคำถามที่ว่ารัฐบาลจะใช้กลไกอะไรในการตรวจสอบเพื่อไม่ให้เกิดข้อครหาเรื่องการช่วยเหลือสายสีน้ำเงิน ไม่ว่าจะเป็นประเด็นที่ดินเขากระโดงที่ไม่ยอมเพิกถอนตามคำวินิจฉัยของศาล, กรณีที่ ป.ป.ช. ยกคำร้องคดีซุกหุ้นของ นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม (รมว.คมนาคม) รวมถึงคดีฮั้วสมาชิกวุฒิสภา (สว.)
นายเจเศรษฐ์ ได้ลุกขึ้นตอบโดยย้ำคำเดิมว่า ขอให้ทุกอย่างเป็นไปตามกระบวนการตรวจสอบ และสำหรับประเด็นการโยกย้ายข้าราชการนายอำเภอนั้นเป็นหน้าที่ของข้าราชการประจำและเป็นการทำงานตามปกติ ส่วนประเด็นที่ว่าจะมีผลกับการเลือกตั้งหรือไม่ ตามกฎหมายเลือกตั้งกำหนดให้นายอำเภอเป็นผู้อำนวยการการเลือกตั้งอยู่แล้ว หากการแต่งตั้งข้าราชการไม่เป็นธรรม ก็มีช่องทางในการขอความเป็นธรรมและร้องเรียนได้ ทั้งนี้ ในการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมาพบว่า มีการร้องเรียนว่าข้าราชการ โดยเฉพาะกรมการปกครองเอื้อผลประโยชน์ให้กับผู้สมัครน้อยมาก ดังนั้นจึงต้องให้ความชอบธรรมกับข้าราชการด้วยเช่นกัน
อย่างไรก็ดี สำหรับประเด็นแชตหลุด 'ช่วยน้ำเงินด้วย' ซึ่งถูกกล่าวหาว่าเป็นของอธิบดีกรมการปกครองนั้น สืบเนื่องมาจากเมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม 2569 นายภัทรพงศ์ ศุภักษร ทนายความ ได้เข้ายื่นหนังสือต่อประธานคณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน สภาผู้แทนราษฎร เพื่อเปิดเผยบทสนทนาทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าว ต่อมาวันที่ 29 พฤษภาคม 2569 กรมการปกครองได้ออกเอกสารข่าวชี้แจงชี้แจงว่า นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง ยืนยันว่า บทสนทนาที่ถูกนำมาเปิดเผยนั้น ไม่ใช่ของตนเองแต่อย่างใด




