News Logo
หน้าแรก
กมธ.กฎหมายฯ พบ รมว.ยธ. เกาะติดคดีลอบยิง สส.กมลศักดิ์-ปืนโยงทัพเรือ

กมธ.กฎหมายฯ พบ รมว.ยธ. เกาะติดคดีลอบยิง สส.กมลศักดิ์-ปืนโยงทัพเรือ

5 มิ.ย. 2569 13:45
ผู้ชม 10 คน

'โรม' นำ กมธ.กฎหมายฯ เข้าหารือ รมว.ยุติธรรม ปมลอบยิง 'สส.กมลศักดิ์' - ขบวนการไอโอ และการฟ้องปิดปาก สื่อและประชาชนที่เห็นต่างจากรัฐ

เมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2569 ที่กระทรวงยุติธรรม คณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร นำโดย นายรังสิมันต์ โรม ประธานคณะกรรมาธิการ ได้เข้าติดตามความคืบหน้าคดีอาญาที่มีความซับซ้อนและกระทบต่อผลประโยชน์ของประเทศ การส่งเสริมสิทธิการเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมของประชาชนและแนวทางการแก้ไขปัญหาเรื่องร้องเรียนของประชาชน โดยมี พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม (รมว.ยุติธรรม) นำคณะผู้บริหารหน่วยงานภายใต้สังกัดกระทรวงยุติธรรมให้การต้อนรับพร้อมหารือและแลกเปลี่ยนข้อมูล 

นายรังสิมันต์ ระบุว่า การประชุมในวันนี้มีหลายประเด็นที่ต้องหารือ อาทิ ปัญหาทุนสีเทา, ปัญหาการกักตุนน้ำมันเชื้อเพลิง และกรณีลอบยิง นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สส.นราธิวาส ที่ทางคณะกรรมาธิการได้ประชุมไปเมื่อวันที่ 4 มิถุนายน 2569 ที่ผ่านมา ซึ่งกรณีดังกล่าวถือเป็นเรื่องร้ายแรงและเป็นการทำลายบรรยากาศการแก้ไขสถานการณ์ในพื้นที่ชายแดนภาคใต้ โดยพบว่าอาวุธปืนที่ใช้ก่อเหตุมีความเชื่อมโยงกับกองทัพเรือ รถยนต์ที่นำมาใช้เป็นของทางราชการ และมีผู้เกี่ยวข้องที่เป็นบุคลากรจากกองทัพ 

ทั้งนี้ หลายปัจจัยที่เกิดขึ้นทำให้ตั้งข้อสังเกตว่า กรณีดังกล่าวอาจเป็นมากกว่าแค่เรื่องส่วนตัวหรือไม่ และหากหน่วยงานหรือบุคลากรในระบบราชการมองว่าเป็นเรื่องส่วนตัวและไม่เกี่ยวข้องกับความมั่นคง ก็อาจเป็นการประเมินสถานการณ์ที่ต่ำกว่าความเป็นจริง ด้วยเหตุนี้จึงได้เข้าหารือกับกระทรวงยุติธรรมว่าจะมีบทบาทเข้ามาแก้ไขปัญหาได้อย่างไรบ้าง

นอกจากนี้ จะมีการหารือในเรื่องการฟ้องปิดปาก หรือ SLAPP เนื่องจากกระทรวงยุติธรรมมีร่างกฎหมายในเรื่องนี้อยู่แล้ว ซึ่งจำเป็นต้องหาแนวทางพูดคุยร่วมกัน เพราะเราต้องการสร้างบรรยากาศการทำงานร่วมกันระหว่างรัฐสภา ในส่วนของคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร กับฝั่งผู้ปฏิบัติงานและผู้ออกนโยบายอย่างรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม โดยหวังว่าการหารือในวันนี้จะเป็นไปด้วยดี ส่วนประเด็นที่ประชาชนให้ความสำคัญอย่างกรณีน้ำมันเชื้อเพลิงที่หายไป เรื่องนี้ก็จะมีการติดตามความคืบหน้าด้วยเช่นกัน

นายรังสิมันต์ เปิดเผยเพิ่มเติมว่า สำหรับการประชุมในวันนี้ ตนไม่ได้คาดหวังเพียงแค่จะได้คำตอบในประเด็นใดประเด็นหนึ่งจากหน่วยงานภาครัฐเท่านั้น เนื่องจากทุกเรื่องควรได้รับความชัดเจนเช่นเดียวกัน และคงไม่ได้มองว่าการมาหารือในวันนี้จะสามารถแก้ไขทุกปัญหาให้จบลงได้ทันที แต่สิ่งสำคัญคือการสร้างแนวทางการทำงานร่วมกันให้มีความราบรื่นยิ่งขึ้น เพื่อให้คณะกรรมาธิการและกระทรวงยุติธรรมได้ร่วมมือกันในอีกหลากหลายมิติหลังจากนี้

นายรังสิมันต์ ระบุด้วยว่า หากเรามองเห็นปัญหาในทิศทางเดียวกัน และมีข้อเท็จจริงหลากหลายด้านที่ใกล้เคียงกัน ก็เชื่อว่าน่าจะนำข้อมูลเหล่านั้นมาใช้แก้ปัญหาได้ ซึ่งก่อนการประชุมตนได้พูดคุยเป็นการภายในอย่างไม่เป็นทางการกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เช่น ปัญหาสแกมเมอร์ที่ตนเคยตั้งกระทู้ถามรัฐมนตรี ซึ่งรัฐมนตรีเองก็มีข้อมูลและได้สอบถามไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจแล้ว วันนี้จึงเป็นโอกาสที่ทั้งสองฝ่ายนำข้อมูลมารวมกัน เพื่อร่วมกันหาทางออกต่อไป

ส่วนกรณีที่มีเจ้าหน้าที่รัฐหรือนักการเมืองเข้าไปเกี่ยวข้องในคดีอาญานั้น คณะกรรมาธิการสามารถออกหนังสือเชิญมาให้ข้อมูลได้ และขอยืนยันว่าคณะกรรมาธิการไม่เคยปิดกั้นข้อมูล โดยบันทึกการประชุมต่างๆ จะต้องถูกเผยแพร่ตามรัฐธรรมนูญอยู่แล้ว ซึ่งเมื่อหน่วยงานต่างๆ ได้เข้าร่วมประชุม ก็จะได้รับทราบข้อมูลในส่วนที่คณะกรรมาธิการรับทราบเช่นเดียวกัน

นายรังสิมันต์ เปิดเผยอีกว่า  สำหรับกรณีที่มีขบวนการไอโอ (IO) หรือการฟ้องปิดปาก (SLAPP) สื่อมวลชน และประชาชนที่มีความเห็นต่างจากรัฐ หรือนักการเมืองนั้น ตนค่อนข้างให้ความสำคัญกับเรื่องการฟ้องปิดปากอย่างมาก วาระนี้เราจะใช้หารือในการประชุมวันนี้อย่างแน่นอน ซึ่งในปัจจุบันขบวนการไอโอ (IO) ได้ทวีความรุนแรงขึ้นและได้รับการร้องเรียนจากศูนย์ทนายความมุสลิมว่ามีการใช้ IO ในพื้นที่ชายแดนภาคใต้ ดังนั้นจึงปฏิเสธไม่ได้ว่าขบวนการไอโอเป็นสิ่งสำคัญในการบ่อนเซาะกร่อนทำลายความมั่นคงของชาติ เพราะความมั่นคงของชาติก็คือความมั่นคงของชีวิตพี่น้องประชาชน นอกจากนี้ควรมีการหารือว่ารัฐจะดำเนินการต่อเรื่องนี้อย่างไรได้บ้าง

ด้าน พล.ต.ท.รุทธพล ระบุว่า กรณีที่คณะกรรมาธิการได้ให้ความสำคัญติดตามในคดีอาญาที่มีความซับซ้อนและกระทบต่อผลประโยชน์ของประเทศชาติ ตลอดจนการส่งเสริมสิทธิ และการเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมของประชาชน สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของฝ่ายนิติบัญญัติในการร่วมกันขับเคลื่อนกระบวนการยุติธรรมของประเทศให้มีประสิทธิภาพโปร่งใสและตรงกับความคาดหวังของพี่น้องประชาชน

กระทรวงยุติธรรมตระหนักดีว่าปัญหาอาชญากรรมในปัจจุบันมีความซับซ้อนมากขึ้นทั้งในมิติของอาชญากรรมข้ามชาติทางเศรษฐกิจ ตลอดจนการกระทำความผิดที่มีความเกี่ยวข้องกับผลประโยชน์สาธารณะ ที่ต้องอาศัยความร่วมมือของทุกภาคส่วน ทั้งฝ่ายบริหาร ฝ่ายนิติบัญญัติ หน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย และภาคประชาชน ในการดำเนินการทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด อย่างไรก็ดี กระทรวงยุติธรรมเรามุ่งมั่นที่จะพัฒนาระบบกระบวนการยุติธรรมให้ประชาชนเข้าถึงอย่างเสมอภาค รวดเร็ว และเป็นธรรม พร้อมเร่งรัดการแก้ไขปัญหาเรื่องร้องเรียนของประชาชนอย่างจริงจัง ควบคู่กับการพัฒนากฎหมายกลไกและความร่วมมือระหว่างประเทศ เพื่อให้การดำเนินคดีที่มีความซับซ้อนสามารถดำเนินการไปอย่างมีประสิทธิภาพภายใต้หลักนิติธรรม 

ทั้งนี้ ตนเชื่อว่าการหารือในวันนี้จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อการพัฒนานโยบายและแนวทางการดำเนินงานด้านกระบวนการยุติธรรมของประเทศ รวมทั้งสร้างความร่วมมือระหว่างคณะกรรมาธิการกับกระทรวงยุติธรรมให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น

แท็กที่เกี่ยวข้อง
สส.กมลศักดิ์
โรม
กระทรวงยุติธรรม



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

‘กรณ์’ ยันไทยไร้วิกฤตเศรษฐกิจ เก็บภาษีทะลุ 3.1 หมื่นล้าน-GDP โต 2.8%
‘กรณ์’ ยันไทยไร้วิกฤตเศรษฐกิจ เก็บภาษีทะลุ 3.1 หมื่นล้าน-GDP โต 2.8%