News Logo
หน้าแรก
ศิริโชค แฉ ป.ป.ช.สอบคดี 'ณัฏฐ์ชนน’ ล่าช้า อ้างสัญญาเงินกู้เนวิน

ศิริโชค แฉ ป.ป.ช.สอบคดี 'ณัฏฐ์ชนน’ ล่าช้า อ้างสัญญาเงินกู้เนวิน

13 มิ.ย. 2569 14:04
ผู้ชม 170 คน

ศิริโชค โสภา เปิดข้อมูลใหม่ ป.ป.ช.สอบคดี 'ณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ' รับค่ารักษาพยาบาล 1,335,778 บาท ล่าช้า อ้างคำอธิบายเกี่ยวกับที่มาของเงินเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมอย่างมีนัยสำคัญ เงินกู้ 900,000 บาท จาก 'เนวิน ชิดชอบ' โผล่ เรียกร้องผู้เกี่ยวข้องทำหน้าที่ตรงไปตรงมา

สำนักข่าว Next News รายงานความคืบหน้าการสอบสวนคดีกล่าวหา นายณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) พรรคภูมิใจไทย ซึ่งถูกคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ชี้มูลความผิดกรณีกล่าวหารับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดอันอาจคำนวณเป็นเงินได้จากผู้ใด เนื่องจากยอมให้บุคคลภายนอกชำระค่ารักษาพยาบาลแทนให้แก่ตนเอง เป็นจำนวนเงิน 1,335,778 บาท  ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2567 ปัจจุบันเป็นเวลาเกือบ 2 ปี แต่คดียังไม่มีความคืบหน้าในการยื่นฟ้องต่อศาล

ล่าสุด เมื่อวันที่ 13 มิถุนายน 2569 นายศิริโชค โสภา อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ตั้งข้อสังเกตถึงกระบวนการพิจารณาคดีของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กรณีเงินจำนวน 900,000 บาท ที่เกี่ยวข้องกับ นายณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ โดยระบุว่าเป็นคดีที่ควรสิ้นสุดตั้งแต่วันที่ 15 สิงหาคม 2567 แต่กลับถูกนำกลับมาพิจารณาใหม่ภายหลังการเปลี่ยนแปลงองค์ประกอบของคณะกรรมการ ป.ป.ช.

นายศิริโชค ระบุว่า ในช่วงแรกของการตรวจสอบ นายณัฏฐ์ชนนชี้แจงว่าเงินจำนวนดังกล่าวเป็นเงินของตนเอง แต่ภายหลังจากที่ ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิดเมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2567 ได้ยื่นหนังสือขอทบทวนมติเมื่อวันที่ 3 สิงหาคม 2567 พร้อมนำสัญญากู้ยืมเงินลงวันที่ 20 พฤศจิกายน 2562 มาอ้างว่าเงินจำนวน 900,000 บาท เป็นเงินที่กู้ยืมจากนายเนวิน ชิดชอบ

นายศิริโชค ยังตั้งคำถามว่า หากเป็นเงินกู้จริง เหตุใดจึงไม่มีการชี้แจงในลักษณะดังกล่าวตั้งแต่ต้น และเหตุใดคำอธิบายเกี่ยวกับที่มาของเงินจึงเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมอย่างมีนัยสำคัญ เพราะเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบสำนวนของ ป.ป.ช. ได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างละเอียด รวมถึงสอบปากคำเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลและผู้เกี่ยวข้องกับการชำระค่ารักษาพยาบาล เพื่อตรวจสอบความเชื่อมโยงของเงินจำนวนดังกล่าวกับสัญญากู้ยืม

ผลการตรวจสอบทำให้เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบสำนวนมีความเห็นว่า พยานหลักฐานที่นำมาอ้างเพิ่มเติมไม่สามารถหักล้างข้อเท็จจริงเดิมได้ และไม่ถือเป็นพยานหลักฐานใหม่ที่มีสาระสำคัญเพียงพอจะเปลี่ยนแปลงผลการพิจารณา

นายศิริโชคอ้างว่า เมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 2567 เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบสำนวนได้เสนอความเห็นต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. ว่าไม่ควรรับพยานหลักฐานดังกล่าวไว้พิจารณาเพิ่มเติม โดยเห็นว่าไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์และระเบียบที่เกี่ยวข้อง

ต่อมา พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ ประธาน ป.ป.ช. ในขณะนั้น ได้ลงนามเห็นชอบให้นำเรื่องเข้าสู่วาระการประชุมเมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2567 แต่ยังไม่ทันมีการประชุม พล.ต.อ.วัชรพลได้พ้นจากตำแหน่งตามวาระในเดือนกันยายน 2567

อย่างไรก็ตาม ภายหลังการเปลี่ยนแปลงองค์ประกอบของคณะกรรมการ ป.ป.ช. เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2567 คณะกรรมการชุดใหม่กลับมีมติให้สอบพยานเพิ่มเติมอีก 2 ปาก ในประเด็นเดียวกับที่เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบสำนวนเคยมีความเห็นว่าไม่ใช่พยานหลักฐานใหม่

นายศิริโชคตั้งข้อสังเกตว่า หากพยานดังกล่าวไม่มีคุณสมบัติเป็นพยานหลักฐานใหม่ตามความเห็นของเจ้าหน้าที่ผู้ทำสำนวน เหตุใดจึงกลับได้รับการพิจารณาอีกครั้งหลังมีการเปลี่ยนแปลงประธานและกรรมการ ป.ป.ช. และหากพยานดังกล่าวมีความสำคัญจริง เหตุใดเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบสำนวนจึงเคยมีความเห็นในทางตรงกันข้าม

ทั้งนี้ นายศิริโชคยังระบุว่า หัวใจสำคัญของคดีอยู่ที่สัญญากู้ยืมเงินจำนวน 900,000 บาท ลงวันที่ 20 พฤศจิกายน 2562 ซึ่งถูกนำมาใช้อธิบายที่มาของเงินดังกล่าว โดยเรียกร้องให้ผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายยืนยันความถูกต้องของเอกสารดังกล่าว เนื่องจากหากปรากฏภายหลังว่าเอกสารไม่สะท้อนข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นจริง อาจนำไปสู่ความรับผิดทางกฎหมายในประเด็นอื่นเพิ่มเติมได้

พร้อมกันนี้ ยังเรียกร้องให้ ป.ป.ช. ชี้แจงต่อสังคมอย่างชัดเจนว่า เหตุใดเรื่องที่เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบสำนวนเคยมีความเห็นว่าสิ้นสุดแล้วตั้งแต่วันที่ 15 สิงหาคม 2567 จึงถูกนำกลับมาพิจารณาใหม่ภายหลังการเปลี่ยนแปลงประธานและองค์ประกอบของคณะกรรมการ โดยเห็นว่าเรื่องดังกล่าวเกี่ยวข้องโดยตรงกับความน่าเชื่อถือและมาตรฐานการบังคับใช้กฎหมายขององค์กรอิสระในการตรวจสอบการทุจริตของประเทศ

อนึ่งก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม 2569 นายศิริโชค โสภา ได้ยื่นฟ้อง นายสุทธิ กลีบสัตบุตร พนักงานไต่สวนผู้เชี่ยวชาญ (ผู้อำนวยการกลุ่มไต่สวน 2) สำนักไต่สวนการทุจริตภาคการเมืองและองค์กรตามรัฐธรรมนูญ สำนักงาน ป.ป.ช. ในฐานะเจ้าของสำนวนคดีนายณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ เป็นจำเลยที่ 1 และนายสุชาติ ตระกูลเกษมสุข ประธานคณะกรรมการ ป.ป.ช. ในฐานะผู้กำกับดูแลสำนักที่รับผิดชอบสำนวนดังกล่าวโดยตรง ตามคำสั่ง ป.ป.ช. ที่ 223/2568, 18/2569 และ 66/2569 และในฐานะเสียงข้างน้อยในมติวันที่ 21 ตุลาคม 2567 ที่ต้องการให้คดีตก เป็นจำเลยที่ 2

ในข้อหาละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ ภาค 1 จังหวัดสระบุรี

คำฟ้องของนายศิริโชค ระบุว่า นับแต่มติวันที่ 21 ตุลาคม 2567 ที่ประชุม ป.ป.ช. เสียงข้างมาก 5 ต่อ 1 สั่งให้สอบปากคำพยานเพิ่มเติม 2 ปาก จนถึงปัจจุบัน (พฤษภาคม 2569) เกือบ 2 ปีผ่านไปแล้ว สำนวนยังไม่แล้วเสร็จ

ขณะที่คดีอดีต สส. พรรคก้าวไกล 44 ราย กรณีลงชื่อเสนอแก้ไขมาตรา 112 ซึ่งเป็นคดีจริยธรรมร้ายแรงเช่นเดียวกัน ป.ป.ช. ชี้มูลเมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2569 และยื่นศาลฎีกาเมื่อวันที่ 9 เมษายน 2569 ใช้เวลาเพียง 2 เดือน ในขณะที่คดีนี้ค้างมาเกือบ 2 ปี ไม่มีเหตุผลเชิงกระบวนการใดอธิบายความแตกต่างนี้ได้

พ.ร.ป. ป.ป.ช. พ.ศ. 2561 มาตรา 47 กำหนดให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. และเลขาธิการมีหน้าที่ควบคุม กวดขันให้การไต่สวนเสร็จภายในกำหนดเวลา และมาตรา 48 กำหนดกรอบเวลาสูงสุดไว้ที่ 2 ปี ขยายได้ไม่เกิน 3 ปี โดยมีเจตนารมณ์ชัดเจนว่ากฎหมายมุ่งให้กระบวนการดำเนินโดยเร็ว ไม่ให้ค้างนานโดยไม่มีกำหนด

"คำถามที่ ป.ป.ช. ต้องตอบต่อสังคม คดีนี้จึงไม่ได้มีเพียงคำถามเรื่องเงิน 900,000 บาท แต่ยังมีคำถามที่ใหญ่กว่านั้นคือ เหตุใดเรื่องที่เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบสำนวนเคยมีความเห็นว่าไม่ใช่พยานหลักฐานใหม่ และควรยุติการพิจารณาไปแล้วตั้งแต่วันที่ 15 สิงหาคม 2567 จึงกลับได้รับการรื้อฟื้นขึ้นมาอีกครั้ง หลังมีการเปลี่ยนแปลงประธานและองค์ประกอบของคณะกรรมการ ป.ป.ช.นี่คือคำถามที่สังคมสมควรได้รับคำอธิบายอย่างตรงไปตรงมา เพราะความน่าเชื่อถือขององค์กรตรวจสอบการทุจริต ไม่ได้อยู่ที่ผลคดีจะออกมาอย่างไร แต่อยู่ที่มาตรฐานเดียวกันต้องถูกใช้กับทุกคน และทุกคดีอย่างเสมอภาค" นายศิริโชค ระบุ

อ่านข่าวเกี่ยวข้อง

'ณัฏฐ์ชนน' ภูมิใจไทย โดนชี้มูลรับค่ารักษา 1.3 ล. เข้าวินสส.เขต 7 สงขลา

ศิริโชค เตรียมฟ้อง ป.ป.ช. ยื้อคดีณัฏฐชนน์ เทียบ 44 ก้าวไกล 2 ด.จบ

ป.ป.ช.ดองคดี'ณัฏฐชนน์'? สั่งสอบพยานเพิ่ม 2 ปาก 17 เดือน ไม่เสร็จ?

เลขาฯ ป.ป.ช.รับคดี 'ณัฏฐชนน์' มีสอบพยานเพิ่ม เกือบ 19 ด. ยังไม่เสร็จ

'ศิริโชค' ลุยฟ้อง 'สุชาติ-พวก' ปมปล่อยคดี 'ณัฏฐ์ชนน' ล่าช้าเกือบ 2 ปี

แท็กที่เกี่ยวข้อง
ข่าวทุจริต
คดีณัฏฐ์ชนน
ค่ารักษาพยาบาล
รับค่ารักษาพยาบาล



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ย้อน 14 ปี ‘Must Have’ ก่อนปลดล็อกสู่ยุค 'ใครจ่าย คนนั้นได้ดู'
ย้อน 14 ปี ‘Must Have’ ก่อนปลดล็อกสู่ยุค 'ใครจ่าย คนนั้นได้ดู'