ปชน. เสนอชื่อ ‘เนอส ภัทราภรณ์’ ชิงประธานสภา กทม. ชูวาระด่วน 6 เดือนแรก ดัน ‘สภาโปร่งใส’ เล็งถ่ายทอดสดประชุม ใช้ AI ตรวจสอบโครงการ และเปิดสถิติเข้างาน สก.
เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2569 ที่พรรคประชาชน นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร รองหัวหน้าพรรคประชาชน พร้อมด้วยสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (สก.) จากพรรคประชาชนอีก 22 คน ร่วมกันแถลงข่าวเสนอชื่อ น.ส.ภัทราภรณ์ เก่งรุ่งเรืองชัย สก.เขตบางซื่อ เป็นผู้เข้าชิงตำแหน่งประธานสภา กทม. พร้อมเปิดแผนขับเคลื่อนวาระเมืองใน 6 เดือนแรก และแนวทางการผลักดันสู่สภา กทม. โปร่งใส
นายวิโรจน์ ระบุว่า วาระสำคัญที่จะเร่งขับเคลื่อนใน 6 เดือนแรก ประกอบด้วย ข้อบัญญัติกำหนดไซส์ก่อสร้างปลอดภัย เพื่อบังคับให้มีการติดตั้งกล้องวงจรปิด เปิดเผยสัญญาประกันภัย และเข้มงวดเรื่องความปลอดภัย เพื่อลดอุบัติเหตุอย่างมีนัยสำคัญ หากมีอุบัติเหตุเกิดขึ้น ประชาชนจะต้องได้รับการคุ้มครองดูแลอย่างเต็มที่ รวมถึงจะมีการผลักดันข้อบัญญัติควบคุมอาคาร เพื่อกำหนดให้อาคารเก่ามีมาตรฐานในการตรวจสอบ รวมถึงการนำอาคารที่ผ่านมาตรฐานมาใช้ประโยชน์สาธารณะเพื่อคนกรุงเทพฯ พร้อมกำหนดให้อาคารขนาดใหญ่ต้องมีพื้นที่รองรับรถสาธารณะ เพื่อช่วยลดปัญหาการจราจร
อีกทั้งจะมีการแก้ไขข้อบังคับการประชุมสภา กทม. เพื่อสร้างความโปร่งใส โดยกำหนดให้ทุกการประชุมและมติสำคัญ รวมถึงข้อมูลโครงการ งบประมาณ และการใช้จ่าย ต้องเปิดเผยให้ประชาชนได้รับรู้รับทราบอย่างทั่วกัน
นอกจากนี้ พรรคประชาชนเตรียมเสนอจัดตั้งคณะกรรมการวิสามัญอีก 2 ชุด ได้แก่ คณะกรรมการวิสามัญศึกษาแนวทางแก้ปัญหาการส่งตัวผู้มีสิทธิบัตรทองในพื้นที่ กทม. เพื่อหาแนวทางแก้ไขร่วมกับรัฐบาลและพิจารณาบทบาทของกรุงเทพฯ ในการสนับสนุนงบประมาณหรือช่วยแก้ปัญหาเฉพาะหน้า และคณะกรรมการวิสามัญศึกษาแนวทางแก้ปัญหาขยะในพื้นที่ กทม. โดยเฉพาะปัญหาโรงขยะในเขตประเวศ เพื่อหาทางออกระยะยาว
สำหรับงบประมาณ กทม. ปี 2570 นายวิโรจน์ กล่าวว่า สก. พรรคประชาชนทั้ง 22 คน ตั้งใจที่จะนำระบบ AI เข้ามาช่วยคัดกรองและตรวจสอบโครงการทั้งหมดในงบประมาณ เพื่อทำหน้าที่เป็นหูเป็นตาให้กับผู้ว่าฯ กทม. โดยหากพบข้อสังเกตหรือโครงการที่น่าสงสัย จะเปิดเผยให้ประชาชนร่วมตรวจสอบทันที รวมถึงจะเปิดเผยข้อมูลโครงการในพื้นที่ต่างๆ ครอบคลุมทั้งรายละเอียดงบประมาณ ผู้รับเหมา และสถานะโครงการ
ด้าน น.ส.ภัทราภรณ์ ระบุว่า พรรคประชาชนเสนอตัวโดยนำวาระการทำงานเป็นที่ตั้ง สิ่งที่ผลักดันมาโดยตลอดคือ ‘สภาโปร่งใส’ และการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของสภาฯ โดยแนวทางของสภาโปร่งใสจะมีการเปิดเผยผลการลงมติของ สก. ทุกคน ซึ่งจะดำเนินการผ่านการแก้ไขข้อบังคับ ถัดมาคือการถ่ายทอดสดการประชุมคณะกรรมการวิสามัญพิจารณาร่างข้อบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี โดยจะแก้ไขข้อบังคับให้รวมถึงการถ่ายทอดสดการประชุมคณะกรรมการสามัญและวิสามัญทั้งหมดของสภา กทม. ซึ่งหากวาระใดมีข้อมูลที่สุ่มเสี่ยงหรือเป็นความลับ ก็สามารถพักการถ่ายทอดสดได้
ลำดับต่อมาคือการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของ สก. โดยจะเปิดเผยสถิติการเข้าประชุมของ สก. อรวมถึงจะแก้ไขร่างข้อบัญญัติเพื่อกำหนดให้เอกสารที่ฝ่ายบริหารต้องส่งให้สภา กทม. ใช้ตรวจสอบงบประมาณประจำปี อยู่ในรูปแบบที่คอมพิวเตอร์สามารถอ่านและประมวลผลได้ (Machine Readable) เพื่อให้ง่ายต่อการตรวจสอบ นอกจากนี้จะผลักดันให้มีการจัดตั้งสำนักงานวิชาการสภากรุงเทพฯ เพื่อสนับสนุนการทำงานของ สก. ในการวิเคราะห์งบประมาณและข้อมูลต่างๆ
ในท้ายที่สุด พรรคประชาชนจะผลักดันให้มีการจัดตั้งคณะกรรมการวิสามัญตรวจสอบสัญญาผูกขาด เพื่อทบทวนสัญญาระยะยาวของ กทม. ที่มีวงเงินเกิน 100 ล้านบาท รวมถึงระบบการจัดซื้อจัดจ้างระยะยาวในด้านต่างๆ
เมื่อถามถึงเสียงสนับสนุน เนื่องจากพรรคประชาชนมี สก. อยู่ 22 เสียง แต่การจะได้รับเลือกต้องใช้เสียงสนับสนุนตั้งแต่ 26 เสียงขึ้นไป นายวิโรจน์ กล่าวว่า ขณะนี้มี สก. อย่างน้อย 4 คน ที่เข้ามาพูดคุยและแสดงความเห็นพ้องต้องกันในเรื่องวาระการทำงานแล้ว โดยการหารือดังกล่าวไม่ได้มีการพูดคุยถึงเรื่องตำแหน่ง แต่เป็นการมุ่งเน้นไปที่การขับเคลื่อนวาระเพื่อเมืองเป็นหลัก




